ASEAN Cultural Center ศูนย์วัฒนธรรมอาเซียน

ASEAN Cultural Center ศูนย์วัฒนธรรมอาเซียน ศูนย์วัฒนธรรมอาเซียนแห่งแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
The first ASEAN Cultural Center in Southe

ศูนย์วัฒนธรรมอาเซียนแห่งแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงวัฒนธรรม ที่เล็งเห็นความสำคัญของการนำเสนออัตลักษณ์วัฒนธรรมอาเซียนอันวิจิตรงดงาม สะท้อนคุณค่าความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ หลอมรวมเข้ากับวิถีชีวิต ศรัทธา ภูมิปัญญา และสุนทรียภาพของผู้คนที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนำเสนอในรูปแบบนิทรรศการอันมีชีวิตบนพื้นที่กว่า 600 ตารางเมตร สร้างบรรยากาศแห่งกา

รเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีมัลติมีเดียอันทันสมัย เปิดโอกาสแห่งการมีส่วนร่วมและการสร้างสรรค์เพื่อต่อยอดทางวัฒนธรรมในหลายมิติ
The Ministry of Culture of Thailand established ASEAN Cultural Center in Bangkok, the first ASEAN Cultural Center in Southeast Asia, with the aim to showcase our ASEAN Community's histories, cultures, arts, traditions, and values ans also deliver the message to the public on the shared culture heritages and values within Southeast Asian region and its people. The center will serve as an interactive learning center presenting the cultural heritage of all ASEAN member states through multimedia technology.

สุนทรภู่ : ยอดผลงานกาพย์กลอนของวรรณคดีสโมสร สุดยอดกวีของไทย  วันที่ ๒๖ มิถุนายน วันคล้ายวันเกิดของพระสุนทรโวหาร หรือ ภู่...
26/06/2026

สุนทรภู่ : ยอดผลงานกาพย์กลอนของวรรณคดีสโมสร สุดยอดกวีของไทย
วันที่ ๒๖ มิถุนายน วันคล้ายวันเกิดของพระสุนทรโวหาร หรือ ภู่ วันระลึกถึงยอดกวีเอกของไทย เมื่อนึกถึงสุนทรภู่ เราส่วนมากมักนึกถึงเรื่องราวที่ท่านได้ประพันธ์เอาไว้ ตั้งแต่เรื่องราวชวนจินตนาการไปกับพระอภัยมณี
สิงหไกรภพ รวมถึงนิราศคำสอน สุภาษิตและนิทานคำกลอน
พระสุนทรโวหารหรืออีกชื่อหนึ่งที่คุ้นเคยอย่าง “สุนทรภู่” ท่านได้รับการยกย่องให้เป็นเชกสเปียร์แห่งประเทศไทย สุนทรภู่เป็นนักประพันธ์ที่มีความชำนาญเรื่องการแต่งกลอน ประพันธ์บทละคร กลอนนิราศ นิทานคำกลอน โดยมีผลงานเด่นได้แก่ “พระอภัยมณี” วรรณกรรมชิ้นเอกของท่าน ก็มีความยาวถึง ๑๒,๗๐๖ บท ถือได้ว่าเป็นกวีนิพนธ์ที่ยาวที่สุดในโลก ในขณะที่บทประพันธ์เรื่องมหากาพย์อีเลียด (Iliad) และมหากาพย์โอดิสซี (Odyssey) ของฝรั่งที่ว่ายาวที่สุดยังมีเพียง ๑๒,๕๐๐ บทเท่านั้น และเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ยูเนสโกได้รับการยกย่องให้ท่านเป็นบุคคลสำคัญของโลก (สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์, 2566)
แหล่งที่มา
สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์. (2566, 26 มิถุนายน). 26 มิถุนายน วันสุนทรภู่ กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น และบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมระดับโลก. กรมประชาสัมพันธ์. https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/192535?fbclid=IwAR0LVbyrhqPw8opPG8RrXs4HO3l_lceFG8rgvSDIWZp3PLFxhtW5_PNf4yk

🇹🇭 ไก่ย่างกระวานพริกผิวมะปี๊ด ซุประกำ ประเทศไทย หนึ่งในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศหนึ่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางพืช...
25/06/2026

🇹🇭 ไก่ย่างกระวานพริกผิวมะปี๊ด ซุประกำ
ประเทศไทย หนึ่งในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศหนึ่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางพืชพื้นถิ่นและสมุนไพรนานาชนิดในการสร้างสรรค์อาหาร ในงานโภชนโอสถ : อาหาร อนาคต อุษาคเนย์ เชฟนำเสนอเมนู ไก่ย่างกระวานพริกผิวมะปี๊ดซุประกำ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเครื่องเทศสามอย่างของไทยหรืออีกชื่อว่า “สามเกลอ” ประกอบไปด้วย รากผักชี กระเทียม และพริกไทย สามเกลอเป็นการนำทุกส่วนผสมมาปั่นหรือโขลกจนละเอียดเข้าด้วยกัน โดยนำไปหมักหรือใส่ลงในน้ำซุปเพื่อเพิ่มรสชาติให้มีความกลมกล่อมพอดี นับว่าเป็นหัวใจสำคัญของหลายๆ เมนูไทย นอกจากนั้นแล้วเชฟได้นำวัตถุดิบ “กระวานจันทบุรี” มาบดผสมเพื่อเพิ่มรสชาติแทนการใช้กระเทียมในสามเกลอ
เชฟจะนำไก่มาหมักกับสมุนไพร ซึ่งประกอบด้วย พริกไทยจันท์ กระวาน ผิวของมะปี๊ดหรือส้มจิ๊ด เกลือ พริกเขียว นำมาคลุกผสมรวมกันก่อนนำสมุนไพรทั้งหมดไปทาเคลือบไก่ ต่อมาเมื่อหมักไก่จนเนื้อของมันมีกลิ่นสมุนไพรจะนำไก่หมักมาเสียบกับกระวานหั่นไว้พอดีคำ ก่อนนำไปย่างจนเริ่มเปลี่ยนสีเป็นเหลือง วางชิ้นคูนหั่นแว่นและพริกผิวมะปี๊ดปลายช้อนบนตัวไก่ย่างอีกชั้นหนึ่งเป็นอันเสร็จเรียบร้อย ในส่วนของขั้นตอนการรับประทาน ไก่ย่างจะถูกเสิร์ฟคู่กับซุประกำกระวานซึ่งเป็นซุปประจำร้านจันทรโภชนาและเป็นหนึ่งในอาหารพื้นบ้านของแถบภาคตะวันออกของไทย ซึ่งมีรสชาติเปรี้ยวจากพืชทั้งสองชนิด นำไก่ย่างหมักสามเกลอค่อยๆ ทานไปกับน้ำซุประกำกระวาน รสชาติเปรี้ยวของตัวซุปจะช่วยขับรสชาติที่ตัดและเข้ากับความมันของเนื้อไก่ได้อย่างกลมกล่อมพอดี
นอกจากนั้นแล้วเชฟยังอธิบายว่าในเมนูของร้านจันทรโอสถมักมีส่วนประกอบของมะปี๊ดหรือส้มจี๊ดผสมเป็นส่วนใหญ่ และเพื่อเป็นการใช้วัตถุดิบให้คุ้มค่า จึงนำผิวของมะปี๊ดมาผสมในเมนูนี้ด้วยเช่นกัน และในพระเอกของเมนู อาหารทั้งกระวานและระกำ จัดเป็นพืชสมุนไพรพื้นเมืองจันทบุรี โดยระกำมีลักษณะคล้ายกับผลสละ เป็นพืชตระกูลปาล์มให้รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ส่วนกระวาน มีคุณสมบัติเป็นทั้งสมุนไพรและเครื่องเทศไทย มีรสชาติเผ็ดร้อน มีคุณสมบัติเฉพาะในการช่วยขับลมและจุกเสียด นับว่าเป็นการนำวัตถุดิบพื้นเมืองมาประยุกต์และผสานวัฒนธรรมของรสชาติอาหารไทยและจันทบุรีให้มีเอกลักษณ์และคงความเป็นอาหารคือยา ตามแนวคิดของโภชนโอสถ : อาหาร อนาคต อุษาคเนย์ ไว้อย่างครบครัน

แหล่งที่มา
https://www.disthai.com
https://th.wikipedia.org/wiki
https://www.facebook.com/share/p/1Hif4ebGmo/
https://inmu.mahidol.ac.th/gallery/inmucooking/Eastern_food
https://medthai.com

แกงกะหรี่กุ้งลักซา กับปาท่องโก๋เนยเมืองจันทบุรี 🇸🇬 สิงคโปร์ ประเทศซึ่งมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ตลอดจนรากเหง้าอัตลักษณ์อ...
23/06/2026

แกงกะหรี่กุ้งลักซา กับปาท่องโก๋เนยเมืองจันทบุรี 🇸🇬
สิงคโปร์ ประเทศซึ่งมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ตลอดจนรากเหง้าอัตลักษณ์อาหารเปอรานากัน โดยในงานโภชนโอสถ : อาหาร อนาคต อุษาคเนย์ เชฟจากสิงคโปร์นำเสนอเมนูลูกผสม “แกงกะหรี่กุ้งลักซา กับปาท่องโก๋เนยลักซา” (Prawn Laksa Curry with Laksa Butter Pa Thong Ko) เมนูแกงกะหรี่กุ้งลักซา กับปาท่องโก๋เนยลักซา เมนูที่เกิดขึ้นระหว่างวัตถุดิบท้องถิ่นและอาหารประจำชาติ โดยเชฟรังสรรค์ขึ้นมาเป็นเมนูใหม่ที่กลิ่นอายวัฒนธรรมของชาติทั้งสองชาติอย่างลงตัว
ลักซา (Laksa) อาหารรสชาติจัดจ้านชาวเปอรานากันหรือกลุ่มลูกหลานชาวจีน-มาลายู (Peranakan) โดยลักซาเป็นหนึ่งในเมนูเอกลักษณ์ของสิงคโปร์ เป็นก๋วยเตี๋ยวในน้ำแกงกะทิรสเผ็ดร้อน ผสมกับอาหารทะเล เช่น เนื้อกุ้ง ปลา เต้าหู้ทอด หอยแครง และวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการรังสรรอาหาร "ใบผักแพว" หรือที่รู้จักในชื่อ สะระแหน่เวียดนาม (Laksa leaves) ซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบของ "นอนยา ลักซา" (Nonya Laksa) เมนูเส้นของชาวจีนโพ้นทะเลบริเวณช่องแคบมะละกาตลอดจนเกาะสิงคโปร์ นอกจากนั้นแล้ว สมุนไพรผักแพวยังมีคุณสมบัติในการช่วยเสริมภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ช่วยป้องกันโรคหัวใจ บำรุงระบบประสาท ช่วยป้องกันและต่อต้านมะเร็ง
และเนื่องจากสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความหลากหลายเชื้อชาติ เชฟจึงตัดสินใจนำวัตถุดิบชนิดนี้มาทำเป็นแกง ทานควบคู่กับ "ปาท่องโก๋" ซึ่งเป็นเมนูของทอดที่คนไทยนิยมรับประทานเป็นอาหารเช้าคู่กับน้ำเต้าหู้ กาแฟ โดยนำตัวปาท่องโก๋ทาเนยสมุนไพรแล้วอบให้มีเนื้อสัมผัสที่กรอบหอม เมื่อนำมาทานคู่กับตัวแกงที่รสจัดจ้านจะได้รสสัมผัสที่กรอบหอมกลิ่นเนย
รสชาติตัดเข้ากัน เหมือนรวมรากของบาบ่าย่าหยาและไทยเข้าหากันอย่างพอดี
แหล่งที่มา
ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม. “ผักพื้นบ้านผักแพว“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.m-culture.in.th. [12 ต.ค. 2013].
Veronica Inveen. (2018, 25 ตุลาคม). 6 เมนูเปอรานากันชวนน้ำลายสอ. Michelin Guide. https://guide.michelin.com/th/th/article/features/6-droolworthy-peranakan-dishes-to-try-out

“เฟตตูชินีกุ้งอโดโบซอสอัตสึเอเต้และใบกายูมานิส” เมนูผสมผสานจากเชฟ Rhea SyCip ผู้แทนจากประเทศฟิลิปปินส์ ได้รังสรรค์และดัด...
20/06/2026

“เฟตตูชินีกุ้งอโดโบซอสอัตสึเอเต้และใบกายูมานิส” เมนูผสมผสานจากเชฟ Rhea SyCip ผู้แทนจากประเทศฟิลิปปินส์ ได้รังสรรค์และดัดแปลงจากเมนู “Adobong Hipon Kaong” หรือกุ้งอโดโบ้แห้งแบบดั้งเดิมของจังหวัดคาวีเต (Cavite) บนเกาะลูซอน ชายฝั่งทางตอนใต้ของอ่าวมะนิลา ใช้เส้นเฟบตูชินีสดจากร้าน Taste ปรุงรสแบบฟิลลิปินส์ด้วย Sukang Kaong หรือน้ำส้มสายชูจากตาว ใบกายูมานิสหรือใบอบเชยฟิลิปปินส์และผลอาคามิอัสแห้ง ตกแต่งและเพิ่มมิติเอกลักษ์ของจันทบุรีด้วยพริกไทยสดจันทบุรีทอดกรอบ น้ำมันกระวานสยามและใบกระวานสยาม เสิร์ฟพร้อมกับกุ้งเผาผ่าหลัง

อัสสึเอเต้ (Atsuete)/อันนัตโต (Annatto) หรือ เมล็ดคำแสด ผลมีลักษณะคล้ายเงาะจึงมีชื่อไทยอีกชื่อหนึ่งว่า คำเงาะ ผลและเมล็ดมีสีส้มอมแดง เป็นสีผสมอาหารธรรมชาติอันขึ้นชื่อของประเทศฟิลิปปินส์ เชฟนำมาทำเป็นน้ำมันอัสสึเอเต้ ส่วนประกอบสำคัญที่ให้สีสวยกับซอสอโดโบ มีผลคามิอัส (Kamias) หรือหรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ ตะลิงปลิง ใช้ผลแห้งมาให้รสเปรี้ยวกับพาสต้าจานนี้ ส่วนในฟิลิปปินส์ใช้อย่างทั่วไปในจานปลาที่เรียกว่า “Sinaing” หรือปลาตุ๋นแบบฟิลลิปปินส์

ใบกายูมานิส (Kayumanis) หรือใบอบเชยฟิลิปปินส์ ให้กลิ่นหอมหวานคล้ายโป๊ยกั๊ก และรสสัมผัสคล้ายกะเพราไทย นอกจากเป็นส่วนผสมในซอสอโดโบแล้วยังนำมาทอดกรอบสำหรับจัดจานรวมกับใบกระวานสยามและพริกไทยสดซึ่งนำมาทอดกรอบเช่นกัน

Sukang Kaong หรือน้ำส้มสายชูหมักจากน้ำต้นตาว ตาวเป็นพืชตระกูลปาล์ม คนไทยมักจะรู้จักผลของต้นตาวที่แปรรูปแล้วในชื่อของ‘ลูกชิด’ น้ำส้มสายชูจากน้ำต้นตาวนี้เป็นหนึ่งในน้ำส้มสายชูพื้นเมืองของฟิลิปปินส์ ให้รสที่หวานและเปรี้ยวน้อยกว่าน้ำส้มสายชูประเภทอื่น ที่ฟิลิปปินส์ไม่ได้มีน้ำส้มสายชูเพียงประเภทเดียวเท่านั้น การใช้น้ำส้มสายชูต่างประเภทกันก็ให้รสชาติที่แตกต่างใช้สำหรับประเภทอาหารที่ต่างกัน หลัก ๆ มีสี่ชนิดได้แก่ (๑) น้ำส้มสายชูอ้อยใช้ปรุงรสทั่วไป (๒) น้ำส้มสายชูมะพร้าวแยกออกย่อย ๆ อีกสองประเภทคือ น้ำส้มสายชูช่อมะพร้าวเป็นแบบดังเดิมมีกลิ่นหอมกับน้ำส้มสายชูน้ำมะพร้าวรสชาติอ่อนละมุนกว่า ทั้งสองชนิดนิยมทานกับอาหารทะเล (๓) น้ำส้มสายชูดอกจากให้รสเปรี้ยวจัด และ (๔) น้ำส้มสายชูน้ำต้นตาวโดยทั่วไปใช้เป็นน้ำจิ้ม น้ำยำ หรือใช้หมักแบบเบา ๆ

https://phar.ubu.ac.th/herb-DetailPhargarden/210
https://www.stuartxchange.org/Asuete
https://www.facebook.com/dargovph/posts/kaong-vinegar-is-one-of-the-four-traditional-kinds-of-vinegar-in-the-philippines/4216792528377653/
https://panlasangpinoy.com/filipino-vinegar-a-home-cooks-guide/
https://panlasangpinoy.com/sinaing-na-tulingan-recipe/

ศูนย์วัฒนธรรมอาเซียน ขอเชิญนักเรียนและนักศึกษา อายุระหว่าง 16–23 ปี ร่วมส่งผลงานในกิจกรรม "ASEAN Lumina Storytelling Com...
20/06/2026

ศูนย์วัฒนธรรมอาเซียน ขอเชิญนักเรียนและนักศึกษา อายุระหว่าง 16–23 ปี ร่วมส่งผลงานในกิจกรรม "ASEAN Lumina Storytelling Competition"เพื่อแสดงศักยภาพและถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ ผ่านเรื่องเล่าอันทรงคุณค่าในรูปแบบ “คลิปวิดีโอเล่าเรื่อง” (Storytelling Video) ✨
กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ "The ASEAN LUMINA" ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมความร่วมมือทางวัฒนธรรม ภายใต้กรมการทูตวัฒนธรรม การส่งเสริม และความร่วมมือ กระทรวงวัฒนธรรมแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย 🇮🇩
ผู้เข้าร่วมจะต้องถ่ายทอดเรื่องราวในตำนานของเทพีแห่งข้าว (Dewi Padi) และพญานาคแห่งท้องทะเล (Naga Laut) ซึ่งเป็นเรื่องเล่าที่สะท้อนความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ความมั่นคงทางอาหาร และสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ที่มีร่วมกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ร่วมสำรวจความหลากหลายทางวัฒนธรรม มรดกร่วม และพลังแห่งการสร้างสรรค์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านการถ่ายทอดเรื่องเล่าที่สะท้อนสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ธรรมชาติ และวิถีชีวิต 💫
📥 เปิดรับผลงาน: 12 มิถุนายน – 12 กรกฎาคม 2569
🔎 คัดเลือกและตัดสินผลงาน: 14 – 25 กรกฎาคม 2569
📣 ประกาศผลผู้ชนะ: 27 กรกฎาคม 2569
🏆 รางวัลสำหรับผู้ชนะอันดับที่ 1, 2 และ 3: ประกาศนียบัตร พร้อมเงินรางวัล
📌 สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและวิธีการส่งผลงานได้ในโพสต์ด้านล่างนี้
แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเชื่อมโยงมรดกวัฒนธรรมร่วมของอาเซียนไปด้วยกัน


#ศูนย์วัฒนธรรมอาเซียน #อาเซียน #ประชาคมอาเซียน

Rakhine Mont ti (ရခိုင်မုန့်တီ, ยะไข่โมะตี) อาหารจานเส้นเมนูท้องถิ่นของรัฐยะไข่ รัฐที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศเมียนมา...
18/06/2026

Rakhine Mont ti (ရခိုင်မုန့်တီ, ยะไข่โมะตี) อาหารจานเส้นเมนูท้องถิ่นของรัฐยะไข่ รัฐที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศเมียนมา มีอาณาเขตติดกับประเทศเทศบังกลาเทศและอ่าวเบงกอล ด้วยภูมิศาสตร์ที่ตั้งส่งผลต่ออิทธิพลการบริโภคและวัตถุดิบท้องถิ่น โดยปกติแล้วคนทั่วไปจะรู้จักเมนูเส้นเด่น ๆ ของเมียนมาจากเมนู Mohinga (မုန့်ဟင်းခါး, ขนมจีนแบบเมียนมา) ในบริเวณอ่าวเบงกอลมีกรรมวิธีการทำเมนูนี้ที่แตกต่างออกไป เมื่อมีวัตถุดิบต่างกันก็ให้รสชาติที่แตกต่างจึงมีชื่อเรียกแยกออกมาแล้วกลายเป็น ยะไข่โมะตี เมนูที่นิยมทานทั้งแบบแห้งและแบบน้ำ

น้ำซุปในยะไข่โมะตีเป็นน้ำซุปที่เคี่ยวจากปลาที่หาได้ในท้องถิ่น ปรุงรสให้เปรี้ยวนำ เผ็ดจัดจ้านแต่ยังคงความกลมกล่อม เป็นส่วนที่เชฟผู้แทนจากเมียนมาตั้งใจเลือกนำเสนอออกมาเป็น “แกงยะไข่” มาผสมผสานกันกับ “ปลาพล่าถั่วตำ” เมนูเด่นจากร้านจันทรโภชนาออกมาเป็นเมนู “พล่าปลากระวานซอสแกงยะไข่”

ว่าด้วยโภชนโอสถที่อยู่ในเมนูนี้ สีสันของแกงยะไข่มาจาก “ขมิ้น” สมุนไพรสำคัญที่ชาวเมียนมานิยมใช้ในอาหาร เครื่องเทศพื้นฐานในครัวของชาวเมียนมา ให้รสชาติและสีที่สวยงามนอกจากนี้แล้วยังมีสรรพคุณบำรุงธาตุ แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ นับว่าเป็นวัตถุดิบสำคัญของแกงยะไข่ โปรตีนหลักของจานนี้คือเนื้อปลาให้โปรตีนสูงและย่อยง่าย มีการใช้ทุกส่วนของปลาอย่างคุ้มค่าโดยเนื้อปลาที่แยกออกมาจากการทำซุปใช้นำมาทำพล่า นอกจากผักและสมุนไพรแล้วยังเพิ่มความพิเศษของจานพล่าด้วย “กระวาน” สมุนไพรกลิ่นหอมช่วยชูรสชาติ มีสรรพคุณช่วยเจริญอาหาร สะท้อนแนวคิดโภชนโอสถที่ทั้งดีต่อสุขภาพและทานได้บ่อยอย่างไม่น่าเบื่อ

https://myanmars.info/food/rakhine-mone-ti-thin-rice-noodles-and-fish-soup.html
https://www.austinbushphotography.com/blog/blog/eating-in-rakhine-state.html
https://th.boell.org/en/2023/05/16/turmeric-myanmar

รัฐกลันตัน ตั้งอยู่ตะวันออกเฉียงเหนือของคาบสมุทรมลายูมีอาณาเขตทิศเหนือติดกับไทย อีกทั้งยังเป็นสังคมหลายเชื้อชาติหลากวัฒน...
16/06/2026

รัฐกลันตัน ตั้งอยู่ตะวันออกเฉียงเหนือของคาบสมุทรมลายูมีอาณาเขตทิศเหนือติดกับไทย อีกทั้งยังเป็นสังคมหลายเชื้อชาติหลากวัฒนธรรม อันเป็นเมืองพำนักของเชฟผู้แทนจากประเทศมาเลเซียในงานโภชนโอสถ : อาหาร อนาคต อุษาคเนย์ เชฟได้หยิบยก “นาซิ เกอราบู” (Nasi Kerabu) อาหารท้องถิ่นจากกลันตันมานำเสนอและผสมผสานกับสมุนไพรพื้นถิ่นของจันทบุรีผ่านแนวคิดอาหารคือยา (Food is medicine / Pharmtable)

Nasi Kerabu หรือข้าวยำสไตล์มาเลเซีย มีรสชาติเค็มนำและมีกลิ่นหอมจากเครื่องเทศและสมุนไพร ทานคู่กับไก่ย่าง แกงเนื้อเกอรูตุก (Kerutuk) มะพร้าวคั่ว ปลาป่น น้ำบูดูปรุงรส และผักเครื่องเคียง ข้าวที่ใช้หุงด้วยดอกอัญชันและใบเตย ซึ่งให้สีสวยและกลิ่นหอม ในส่วนของสมุนไพรได้รวบรวมสมุนไพรพื้นบ้านของไทยและมาเลเซีย ได้แก่ ผักแพว ใบบัวบก โหระพาหวาน สะระแหน่ ใบมะกรูดซอย แตงกวาหั่นเส้น และถั่วงอกลวก ซึ่งอุดมไปด้วยใยอาหาร วิตามิน และน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ เพิ่มความสดชื่น กระตุ้นการย่อยอาหาร สะท้อนวัฒนธรรมการกินผักสดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โปรตีนหลักของจานนี้มีทั้งไก่และเนื้อ สำหรับจานไก่เป็นไก่ย่างตะไคร้มะนาวแบบไทย ใช้วิธีหมักด้วยสมุนไพรไทยอย่าง ตะไคร้ ข่า และขมิ้นที่มีสารต้านการอักเสบและลดกลิ่นคาว ใช้กะทิทาระหว่างย่างเพื่อเพิ่มความหอมมันกลมกล่อมและความเงาน่ารับประทาน ในส่วนจานเนื้อเป็นแกงท้องถิ่นในพื้นที่ตรังกานูและกลันตันชื่อ Kerutuk เครื่องเทศหลายชนิดในพริกแกงมีสรรพคุณช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวแบบอาหารกลันตันจากมะพร้าวคั่ว

รสเค็ม เปรี้ยว เผ็ดของจานนี้มากจากซัมบัลบูดูหรือน้ำบูดูปรุงรส บูดูเป็นอาหารหมักพื้นถิ่นที่มีจุลินทรีย์ธรรมชาติ ให้รสกลมกล่อมและเป็นเอกลักษณ์ของอาหารบริเวณชายฝั่งมาเลเซียตอนเหนือ น้ำพริกอีกชนิดที่เสิร์ฟด้วยกันในจานนี้คือ ซัมบัลตูมิสกะทิ (Sambal Tumis) ที่ใส่อาซัม เกอปิง (Asam Keping) หรือ ส้มแขกให้รสเปรี้ยวตัดความมันของกะทิ ปิดท้ายด้วยซุปสมุนไพรใสที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นและสดชื่น มีส่วนผสมของข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดเพิ่มความหอม ช่วยผ่อนคลายพร้อมกับส่งเสริมระบบทางเดินหายใจและย่อยอาหาร

https://kotabharu.thaiembassy.org/th/page/ข้อมูลพื้นฐานรัฐกลันตัน
https://theboywhoatetheworld.com/2017/06/15/recipe-daging-kerutuk-malay-style-beef-curry/

.ต้มซั่วปลาทูใส่กระวานกับมะสัง เชฟจากสปป.ลาว ได้เข้าร่วม Workshop กับร้านปลาทู จันทบุรี ร้านอาหารซึ่งพัฒนาเมนูอาหารโดยยึ...
13/06/2026

.
ต้มซั่วปลาทูใส่กระวานกับมะสัง

เชฟจากสปป.ลาว ได้เข้าร่วม Workshop กับร้านปลาทู จันทบุรี ร้านอาหารซึ่งพัฒนาเมนูอาหารโดยยึดวัตถุดิบท้องถิ่นของจังหวัดจันทบุรีเป็นหลักและนำเสนอความหลากหลายของเมนูอาหารในจันทบุรี โดยการ Workshop ในครั้งนี้ ทั้ง ๒ ได้ร่วมกันนำวัตถุดิบอันเป็นเอกลักษณ์ของตนเองมารังสรรค์เป็นเมนูที่น่าสนใจ นั่นคือ ต้มซั่วปลาทูใส่กระวานกับมะสัง ซึ่งวัตถุดิบฝ่าย สปป.ลาว คือ มะสัง พืชพื้นถิ่นของสปป.ลาว


มะสัง หรือหมากกะสัง เป็นไม้ยืนต้นสูงประมาณ ๕ - ๑๐ เมตร ลำต้นเป็นทรงพุ่ม ผลมีลักษณะทรงกลม เปลือกนอกคล้ายมะนาวแต่มีความหนา ภายในผลมีเมล็ดจำนวนมากให้รสชาติเปรี้ยว โดยจะขึ้นอยู่บริเวณตอนใต้ของสปป.ลาว และในประเทศไทย บริเวณที่เป็นป่าเต็งรังและป่าดิบแล้ง ตัวผลมีสรรพคุณในการลดไข้ และส่วนอื่น ๆ ยังมีสรรพคุณอื่น ๆ เช่น ใบ ช่วยลดท้องอืด ท้องเฟ้อ และช่วยในการสมานแผล

กระวาน พบได้ทุกภาคในประเทศไทย โดยเฉพาะบริเวณบริเวณป่าเขาหรือป่าดงดิบ มีลักษณะลำต้นเป็นหัวอยู่ใต้ดินและมีลำต้นโผล่เหนือพื้นดิน โดยกระวานจะให้เมล็ดที่มีลักษณะสามเหลี่ยม มีเยื่อหุ้มผลบาง กลิ่นฉุนและเผ็ดร้อน เหมาะแก่การทำเป็นเครื่องเทศ ในจังหวัดจันทบุรีกระวาน ถือเป็นสมุนไพรที่มีชื่อเสียง และปลูกกันโดยทั่วไป โดยเฉพาะบริเวณเขาสอยดาว อาหารของจันทบุรีหลาย ๆ อย่าง มักมีส่วนผสมของกระวาน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของกระวานต่อวิถีชีวิตชาวจันทบุรี


ต้มซั่วปลาทูใส่กระวานกับมะสัง มีกรรมวิธีการทำเริ่มจาก การต้มน้ำสต็อคให้เดือด แล้วใส่ขิงคั่วหั่นแว่น ใบมะกรูด มะสังแห้ง ต้มไปประมาณ ๕ นาที จากนั้นจึงใส่เห็ดฝาง กระวาน ปรุงรสด้วยน้ำปลา เกลือ แล้วเสริมรสเผ็ดด้วยการใส่หอมแดง พริก กระเทียมคั่ว ซึ่งตำพอแหลกลงไป ตามด้วยมะเขือเทศ และหอมใหญ่ เพื่อเพิ่มความกลมกล่อมให้กับต้มซั่ว ท้ายที่สุดจึงใส่เนื้อปลาทู ผักแพว ผักชีฝรั่ง และต้นหอมลงไปต้มจนสุก จึงเทใส่ชามเพื่อนำไปเสิร์ฟได้
รสชาติของต้มซั่วปลาทูใส่กระวานกับมะสังจะมีรสชาติเปรี้ยวจากตัวมะสัง เผ็ด เค็ม และมีกลิ่นที่หอมสมุนไพรจากกระวานและผักแพว
แหล่งอ้างอิง
https://phar.ubu.ac.th/herb-DetailThaicrudedrug/11
https://www.doa.go.th/hort/?page_id=52253
https://phar.ubu.ac.th/herb-DetailPhargarden/96
https://mgronline.com/smes/detail/9590000000747
https://farm.vayo.co.th/blog/feroniella-lucida/

น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา๗...
12/06/2026

น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

๗ ธันวาคม ๒๕๒๑ - ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๙

ข้าพระพุทธเจ้า คณะบุคคลากรและเจ้าหน้าที่ ศูนย์วัฒนธรรมอาเซียน กองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม

จากปรัชญาสู่เมนูบาหลี ด้วยวัตถุดิบจากจันทบุรีเพราะ “อาหาร” ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่รับประทานเพื่อความอิ่มท้อง แต่ยังเป็นภา...
11/06/2026

จากปรัชญาสู่เมนูบาหลี ด้วยวัตถุดิบจากจันทบุรี

เพราะ “อาหาร” ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่รับประทานเพื่อความอิ่มท้อง แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของวิถีชีวิต ความเชื่อ และภูมิปัญญาที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน
เช่นเดียวกับเมนู “ทอร์เทลลีไก่สไตล์บาหลี ซอสครีมบาเซอ เกเนป” (Balinese Chicken Tortelli with Base Genep Cream Sauce) ที่ไม่ได้เป็นเพียงการผสมผสานรสชาติระหว่างอินโดนีเซียและไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวทางวัฒนธรรมของภูมิภาคอาเซียนผ่านอาหารร่วมสมัยจานหนึ่ง
แรงบันดาลใจของเมนูนี้มาจากแนวคิด “Tri Hita Karana” ปรัชญาสำคัญของชาวบาหลี ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในรากฐานของวิถีชีวิตบนเกาะบาหลี
โดยมาจากคำว่า “Tri หมายถึง สาม” “Hita หมายถึง ความสุขหรือความเจริญ” และ “Karana หมายถึง เหตุปัจจัย” รวมความหมายได้ว่า “สามปัจจัยแห่งความเป็นอยู่ที่ดี” อันประกอบด้วยความสมดุลระหว่างมนุษย์กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ความกลมเกลียวระหว่างผู้คนในสังคม และความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
แนวคิดดังกล่าวไม่เพียงปรากฏอยู่ในพิธีกรรม ศาสนา หรือ การจัดการทรัพยากรของชุมชนบาหลีเท่านั้น แต่ยังสะท้อนอยู่ในวัฒนธรรมอาหารที่ให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติและการปรุงอาหารอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างรสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ และความเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อม
หัวใจสำคัญของเมนูนี้คือ “Base Genep” หรือ บาเซอ เกเนป ซึ่งเป็นเครื่องแกงพื้นฐานของอาหารบาหลี ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “หัวใจของครัวบาหลี” เครื่องแกงชนิดนี้เป็นส่วนผสมสำคัญที่ปรากฏอยู่ในอาหารพื้นเมืองหลากหลายชนิด โดยประกอบด้วยสมุนไพรและเครื่องเทศนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นขมิ้น ข่า ตะไคร้ หอมแดง กระเทียม พริก พริกไทย ลูกผักชี ยี่หร่า กานพลู และเครื่องเทศพื้นเมืองอื่น ๆ รวมแล้วมากกว่า 17 ชนิด
ภูมิปัญญาการปรุงบาเซอ เกเนป (Base Genep) อยู่ที่การนำเครื่องเทศทั้งหมดมาบดรวมกัน ก่อนนำไปเคี่ยวอย่างช้า ๆ ด้วยน้ำมันมะพร้าว เพื่อดึงกลิ่นหอมและน้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรออกมาอย่างเต็มที่ ทำให้เกิดรสชาติที่ลุ่มลึก และซับซ้อน อันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารบาหลี
โดยเมนูทอร์เทลลีไก่สไตล์บาหลี ซอสครีมบาเซอ เกเนป ได้ตีความบาเซอ เกเนปใหม่ ในรูปแบบของซอสครีม ที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มนวลและกลมกล่อม ซึ่งช่วยขับเน้นกลิ่นหอมของเครื่องเทศ โดยไม่ลดทอนเอกลักษณ์ดั้งเดิม ก่อนจะนำมาเสิร์ฟคู่กับทอร์เทลลีสอดไส้ไก่สไตล์บาหลี ซึ่งเป็นการผสมผสานเทคนิคการทำพาสต้าเข้ากับรสชาติของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างน่าสนใจ
ขณะเดียวกัน เมนูนี้ยังเชื่อมโยงวัฒนธรรมอาหารของบาหลี เข้ากับประเทศไทย ผ่านการเลือกใช้วัตถุดิบจากจังหวัดจันทบุรี เนื่องด้วย จันทบุรีเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญด้านความหลากหลายทางชีวภาพและการเกษตรของไทย โดยใช้ยอดกระวานสยามทอดกรอบ เพื่อช่วยเพิ่มมิติของเนื้อสัมผัสและกลิ่นหอมของสมุนไพรพื้นถิ่น และพริกไทยเขียวจันทบุรีดอง เพื่อมอบรสเปรี้ยวสดชื่น ที่ช่วยตัดความเข้มข้นของซอสครีมได้อย่างลงตัว
อาหารจานนี้ ได้สะท้อนการเดินทางของวัฒนธรรม จากเกาะบาหลีสู่ชายฝั่งตะวันออกของประเทศไทย ที่เชื่อมโยงผู้คน ภูมิปัญญา และทรัพยากรธรรมชาติของอาเซียนเข้าด้วยกัน ผ่านรสชาติที่ร่วมสมัย แต่ยังคงเคารพรากเหง้าทางวัฒนธรรม เพราะในท้ายที่สุด อาหารไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของรสชาติ แต่ยังเป็นภาษาสากลที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้คน สถานที่ และวิถีชีวิตที่หล่อหลอมภูมิภาคอาเซียนให้มีความหลากหลายและงดงาม
#ศูนย์วัฒนธรรมอาเซียน #อาเซียน #ประชาคมอาเซียน #ศูนย์วัฒนธรรม #หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน #โภชนโอสถ

ที่อยู่

Ratchadamnoen Nai
Phra Nakhon
10200

เวลาทำการ

อังคาร 10:00 - 17:00
พุธ 10:00 - 17:00
พฤหัสบดี 10:00 - 17:00
ศุกร์ 10:00 - 17:00
เสาร์ 10:00 - 17:00
อาทิตย์ 10:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6622244279

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ASEAN Cultural Center ศูนย์วัฒนธรรมอาเซียนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ASEAN Cultural Center ศูนย์วัฒนธรรมอาเซียน:

แชร์