วัตถุมงคล__ตลิ่งชัน

วัตถุมงคล__ตลิ่งชัน เพจรวบรวมข้อมูล
วัตถุมงคลตลิ่งชัน

08/08/2026

หลวงพ่อโสธร รุ่น 80 ปี
กรมตำรวจ เนื้อเงินสามกษัตริย์ 3K โค๊ต ๓๑๕๑

โสธร-รุ่นประวัติศาสตร์80ปีกรมตำรวจ
จัดสร้างโดย กรมตำรวจในสมัย พล.ต.อ พจน์ บุญยะจินดา เป็นอธิบดีตำรวจ
ในปีพ.ศ2538 รายละเอียดการจัดสร้างดังนี้

1.เนื้อเงิน...

-พิมพ์แปดเหลี่ยม มีจำนวนการสร้าง50000 องค์จะมีหมายเลขใต้ฐานเริ่มที่ 50001-100000 หนัก5.2กรัม บูชาองค์ละ450บาท
-พิมพ์ทรายนวล มีจำนวนการสร้าง200000 องค์มีหมายเลขใต้ฐานเริ่มที่ 2000001-300000และ400001-500000 หนัก12 กรัม บูชาองค์ละ500บาท
-พิมพ์ทรายประกาย มีจำนวนการสร้าง200000 องค์ มีหมายเลขใต้ฐานเริ่มที่100001-200000และ300001-400000 หนัก12 กรัมบูชาองค์ละ500บาท
พิมพ์ทรายนวลและทรายประกายมีหมายเลขหลักแสนสลับกันเริ่มตั้งแต่ 100001-500000 รวม400000องค์

2.เนื้อเงินชุบสามกษัตริย์...

-พิมพ์แปดเหลี่ยม มีจำนวนการสร้าง 50000องค์ หมายเลขใต้ฐานเริ่มที่ 1-50000 หนัก5.2กรัม บูชาองค์ละ900 บาท
-พิมพ์ลอยองค์ มีจำนวนการสร้าง 100000 องต์ หมายเลขใต้ฐานเริ่มที่ 1-100000 หนัก12 กรัม บูชาองค์ละ 1000 บาท

3.เนื้อทองคำ...ในแต่ละพิมพ์มีจำนวนการสร้างพิมพ์ละ10000 องค์ (กรรมการพิมพ์ละ300องค์)

-พิมพ์แปดเหลี่ยม หมายเลขใต้ฐานเริ่มที่ 1-10000 หนัก15.2กรัม บูชาองค์ละ 10000 บาท
-พิมพ์ทองนวลพิมพ์เล็ก หมายเลขใต้ฐานเริ่มที่ 10001-20000 หนัก15.2 กรัม บูชาองค์ละ10000 บาท
-พิมพ์ทองนวลพิมพ์ใหญ่ หมายเลขใต้ฐานเริ่มที่ 10001-20000 หนัก22.8 กรัม บูชาองค์ละ 15000 บาท
-พิมพ์ทองประกายพิมพ์เล็ก หมายเลขใต้ฐานเริ่มที่1-10000 หนัก15.2 กรัม บูชาองค์ละ 10000บาท
-พิมพ์ทองประกายพิมพ์ใหญ่ หมายเลขใต้ฐานเริ่มที่1-10000 หนัก22.8 กรัม บูชาองค์ละ 15000บาท
พิมพ์ทองนวลและพิมพ์ทองประกายในพิมพ์เล็กและพิมพ์ใหญ่จะมีหมายเลขชุดเดียวกัน

* เฉพาะพิมพ์กรรมการเนื้อทองคำทุกพิมพ์ หมายเลข พ001-พ300 ในการ์ดและองต์พระ หน้าหมายเลขจะมีอักษรตัว"พ"

ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บพระ

07/08/2026

เหรียญรุ่นแรก รุ่นเดียว หลวงพ่อใย
วัดสะพานสูง ปากเกร็ด สร้างน้อย หายาก
สุดยอดของสายวัดสะพานสูงนี้เหมือนกัน

หลวงตาใย เป็นพระภิกษุรูปสำคัญของ วัดสะพานสูง จังหวัดนนทบุรี โดยท่านอยู่ในยุคสมัยเดียวกับหลวงพ่อทองสุข และเป็นหนึ่งในพระเกจิผู้สืบทอดวิชาสายวัดสะพานสูงอันโด่งดัง

วัตถุมงคลที่ท่านสร้างมี พระปิดตาอายุครบ 75 ปี (พ.ศ. 2519) จัดสร้างขึ้นในวาระที่หลวงตาใยมีอายุครบ 75 ปี เนื้อหามวลสาร: ใช้มวลสารผงพุทธคุณสูตรเดียวกันกับของหลวงพ่อทองสุข ทั้งเนื้อผงน้ำมันและเนื้อผงใบลาน (ด้านหลังมักมีเขียนคำว่า "75") เหรียญรุ่นแรกและรุ่นเดียว

หลวงพ่อใย ผู้ซึ่งปิดทองหลังพระแห่งสำนักสะพานสูง แม้แต่หลวงปู่วาส สีลเตโชแห่งวัดสะพานสูงยังเรียก "หลวงพี่ใย"

หลวงตาใย วัดสะพานสูง ผู้ปิดทองหลังพระ
มีคนเอ่ยถึงหลวงตาใยอยู่เรื่อยๆ แต่ไม่ค่อยเน้นความสำคัญ ความจริงแล้ว ท่านมีความสำคัญต่อสายวัดสะพานสูงมาก ในด้านการสืบทอดวิชา เพราะสายวัดสะพานสูง คนที่จะมาเป็นครูบาอาจารย์ได้ ต้องได้รับการครอบครูใหญ่ก่อน ซึ่งหลวงตาใยเป็นเพียงท่านเดียว ที่ได้รับการครอบครูใหญ่ จากหลวงปู่ทองสุข และหลวงตาใยท่านนี้ เป็นผู้ครอบครูใหญ่ให้หลวงปู่วาส ซึ่งหลวงปู่วาสได้ครอบครูใหญ่ให้อ.กฤษณะสืบทอดต่อไป เมื่อปี๕๐

หลวงตาใย ท่านมาบวชเมื่อมีอายุมากแล้ว คือเมื่อก่อนบวช ท่านมีอาชีพเป็นภารโรง เมื่อเกษียณจึงค่อยมาบวช แต่เรื่องวิชาท่านเข้มขลังมาตั้งแต่ก่อนบวช ไม่ว่าหมาบ้านไหนที่ว่าดุๆ ท่านสามารถเข้าเดินเล่นได้ โดยหมาจะไม่เห่าไม่กัด ซึ่งนับว่าแปลกมาก เมื่อท่านบวชได้ไม่นานนัก หลวงปู่ทองสุขจะให้ท่านเป็นคนลงตะกรุดมงคลโสฬส และทำพระปิดตาให้ท่าน เวลาหลวงตาใยลงตะกรุดทำพระปิดตาเสร็จ หลวงตาใยจะเป็นปลุกเสกก่อน จึงนำไปให้หลวงปู่ทองสุข หลวงปู่ทองสุขท่านจะเชื่อมือหลวงตาใยมาก บางครั้งนำขึ้นไปบนกุฏิ มีคนมาขอหลวงปู่ทองสุข จะแจกทันที ถ้าเป็นหลวงตาใยบางครั้งท่านก็ไม่เสก แต่ถ้าเป็นพระลูกวัดอื่นทำ ท่านจะต้องนำมาเสกก่อน

ตะกรุดรุ่นหลังหลวงปู่ทองสุข เกือบทุกดอกล้วนเป็นหลวงตาใยลงทั้งสิ้น ดังที่เคยเล่าแล้ว หลวงปู่ทองสุขท่านต้องรับแขกมาก เรียกว่ามีมาทั้งวัน บางคราวถึงเที่ยงคืนตีหนึ่งก็มี ท่านจึงไม่มีเวลามาลงตะกรุด

นับเป็นอีกเหรียญที่หายากอีกหนึ่งเหรียญ
สำหรับสายวัดสะพานสูง เนื่องจากหลวงตาใยท่านไม่ดังเหมือน อาจารย์ทั้ง ๓ ท่าน มีแต่ศิษย์สายตรงของทางวัดสะพานสูง และคนในพื้นที่เท่านั้นถึงทราบว่าท่านเป็นใคร และมีความเก่งขนาดไหน หลวงตาใย ท่านเป็นศิษย์เอก ของหลวงพ่อทองสุข ท่านได้ร่ำเรียนวิชา มาจากหลวงพ่อทองสุขมาจนหมด ทุกๆครั้งที่หลวงพ่อทองสุข มีการทำวัตถุมงคล ท่านจะให้หลวงตาใยมาช่วยทุกๆครั้งไป โดยเฉพาะเมื่อหลวงพ่อทองสุขท่านชราลง ก็ได้หลวงตาใยที่เป็นผู้จัดทำวัตถุมงคลให้ แล้วให้ท่านปลุกเสกเป็นขั้นตอนสุดท้าย

ไม่ว่าจะเป็นการทำพระปิดตา พระเครื่องพิมพ์ต่างๆ ร่วมถึงการจารตะกรุดให้หลวงพ่อทองสุขด้วย หลวงตาใยท่านยังได้ครอบครู ยันต์โสฬสมงคลให้กับหลวงตาวาสอีกด้วย ซึ่งปัจุบันหลวงตาวาสก็เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไป ลูกศิษย์ก็มีมากขึ้น หลวงตาวาสก็ได้หลวงตาใยครอบครูให้ หลวงตาวาสท่านถึงทำตะกรุดโสฬสมงคลได้ขลัง ไม่แพ้ ผู้เป็นอาจารย์ ส่วนตัวแล้วหลวงตาใยท่านไม่เคยออกวัตถุมงคลเลย แต่เนื่องด้วย หลวงพ่อทองสุขท่านมรณะภาพลง ลูกศิษย์ทางสายวัดสะพานสูง ที่นับถือหลวงพ่อทองสุขเมื่อไม่มีหลวงพ่อทองสุขแล้ว ก็หันมาเคารพหลวงตาใยกันมากขึ้น และทางคณะศิษย์ ก็ออกเหรียญรุ่นแรกให้ หลวงตาใยท่านปลุกเสกและก็มีจำนวนไม่มากนัก จะแจกเฉพาะศิษย์สายวัดสะพานสูงเท่านั้น รุ่นแรกและรุ่นเดียว

ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บพระ

06/08/2026

เหรียญฉลองสมณศักดิ์
พระครูสาทรพัฒนกิจ
หลวงพ่อลมูล ขันติพโล
วัดเสด็จ จังหวัดปทุมธานี ปี พ.ศ. 2513
สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกในงานฉลองสมณศักดิ์ชั้นโท โดยด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อ และด้านหลังเป็นรูปพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3)

พระครูสาทรพัฒนกิจ (หลวงพ่อลมูล ขันติพโล) อดีตเจ้าอาวาสวัดเสด็จ ตำบลสวนพริกไทย อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี เป็นพระเกจิอาจารย์สายมอญผู้เรืองวิชา และเป็นศิษย์เอกผู้สืบทอดพุทธาคมจาก หลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ พระเกจิชื่อดังแห่งเมืองปทุมธานี

• ชาติกำเนิด: เกิดเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2458 (ปีเถาะ) เดิมชื่อ ลมูล จับจิตต์ เป็นชาวมอญโดยกำเนิด
• ภูมิลำเนา: เกิดที่ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นบุตรคนที่ 2 ของนายติ่ง และนางแม้น จับจิตต์
• การย้ายถิ่นฐาน: เมื่ออายุ 3 ขวบ ได้ย้ายมาอยู่ที่ตำบลสวนพริกไทย อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ตามครอบครัวที่มาทำกินในพื้นที่

• อุปสมบท: เมื่ออายุครบบวช ได้เข้าพิธีอุปสมบทและจำพรรษาที่วัดเสด็จ อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี จนมีความเชี่ยวชาญด้านพระปริยัติธรรมและวิทยาคม

• ศึกษาวิชา: ฝากตัวเป็นศิษย์รับการถ่ายทอดวิชาความรู้และสรรพคาถาอาคมต่างๆ จากหลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ จนมีความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้ง

• ตำแหน่ง: ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรในราชทินนามที่ พระครูสาทรพัฒนกิจ และดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดเสด็จ

• ด้านพุทธาคม: มีชื่อเสียงโดดเด่นมากในด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ คงกระพันมหาอุด และการทำวัตถุมงคลป้องกันภัยจากสัตว์มีพิษ ซึ่งลูกศิษย์และคนในพื้นที่มีประสบการณ์กันเป็นจำนวนมาก

• งานพุทธาภิเษก: ท่านได้รับนิมนต์ให้ไปร่วมในพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลสำคัญระดับประเทศอยู่เสมอ เช่น พิธีเททองและพุทธาภิเษกพระสมเด็จบางขุนพรหม ปี พ.ศ. 2531

• หลวงพ่อลมูลได้ละสังขารอย่างสงบเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2548 สิริอายุรวม 91 ปี (พรรษา 71)

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บพระ

04/08/2026

พระขุนแผนเงินล้าน
หลวงพ่อบุญลือ ฐานะโชโต
วัดคำหยาด อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ปี 2507
เนื้อผงตรีนิสิงเห ผงมหาว่าน หลวงพ่อบุญลือ + ผงอิธิเจ หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ

พระครูโฆษิตโชติธรรม
หลวงพ่อบุญลือ ฐานะโชโต
วัดคำหยาด ต.คำหยาด อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง
ท่านเป็นชาวอ่างทองโดยกำเนิด วัยเยาว์เป็นเด็กวัดรางฉนวน อ.แสวงหา จ.อ่างทอง เป็นเด็กซุกซน ฉลาด ไหวพริบปฏิภาณดี อยู่ในความดูแลของ ล.ป.คำโป๋ (พระธุดงค์จากเวียงจันทร์ เคยศึกษาในสำนักวัดประดู่ทรงธรรม อยุธยา สำนักเดียวกับ ล.พ.กลั่น วัดพระญาติ)

หลังจากบวชเณรท่านไปอยู่กับ ล.พ.มุ่ย วัดดอนไร่ เป็นศิษย์รับใช้ใกล้ชิด ภายหลังสึกจากเณร เป็นทหารเกณฑ์อยู่ที่ลพบุรี 2 ปี ช่วงเป็นทหารอยู่นั้น ท่านระลึกเสมอว่าอยากกลับมาบวช จนพ้นเกณฑ์ทหาร ท่านจึงกลับมาบวช และติดตามล.ป.คำโป๋ ธุดงค์ไปถึงเมืองลาว และอีกหลายที่ จนมาจำพรรษาอยู่ที่ถ้ำมงคลนิมิตร ที่ จ.ลพบุรี อยู่หลายปี และได้จัดสร้างวัตถุมงคล ณ ถ้ำแห่งนี้ ปัจจุบันท่านมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดคำหยาด ท่านเป็นพระหมอยาสมุนไพร และเป็นพระเรืองอาคมท่านหนึ่ง มีจริยาวัตรงดงามน่าเลื่อมใส เจ้าของตระกรุดหล่นในโบสถ์ อันลือชื่อ (ท่านสืบทอดตระกรุดตามตำราวัดประดู่ทรงธรรม) เจ้าของเบี้ยแก้ที่คลานไต่ได้ และอาบน้ำมนต์

ตำนานแห่งพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบที่ ชาวบ้านกล่าวขานเทพเจ้าแห่งเมืองอ่างทอง นั่นคือ หลวงปู่บุญลือ ฐานโชโต แห่งวัดคำหยาด ประวัติโดยย่อ ท่านบวชเณรตั้งแต่อายุเพียง๗ขวบ เป็นลูกศิษย์ของพระธุดงแห่งเมืองเวียงจันทร์ จอมขมังเวทย์ คือหลวงปู่คำโป้ หลวงปู่คำโป้ ท่านเรียนกับสมเด็จลุนแห่งนครจำปาสัก ภายหลังท่านธุดงมาอยู่วัดประดู่ทรงธรรมอยุธยา เณรบุญลือก็มาศึกษาวิชาต่างๆจนหมดสิ้น ได้แก่วิชาเบี้ยแก้ การทำตะกรุด และหมอยาโบราณต่างๆ จากนั้นก็ไปเรียนวิชากับหลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ ที่สุพรรณอีก2ปี

ท่านฝึกจิตสมาธิจนแน่วแน่เสกของต่างๆล้วน แต่มีชีวิตกระโดดไปกระโดดมา เรื่องนี้ท่านเล่าให้ฟัง จากนั้นท่านธุดงต่อไปอีกไปฝากเป็น ศิษย์หลวงปู่เกษม เขมโก ที่สุสานไตรลักษลำปางเรียนเสกของต่างๆเมื่อ ทำได้หมดแล้วก็มาติดตามหลวงปู่คำโป้ ออกธุดงต่ออีก รวมเวลาออกธุดง24ปีได้อาศัยถ้ำ เป็นที่พักพิงมาโดยตลอด

หลวงปู่บุญลือ ได้สร้างวัตถุมงคลครั้งแรกปี07 มีตะกรุด เบี้ยแก้ ปลัดขิก พระขุนแผน มีเบี้ยแก้ทำยากที่สุดใช้เวลาถึง๔ปีเต็ม ปรอทท่านใช้ดักเอา เรียกปรอทเถื่อน ซื้อจากทางร้านใช้ไม่ได้และใช้ชันณรงค์ใต้ดินอุดด้วยเสกนับปีจนกว่าเดินได้ ปรอทต้องเรียกเข้าเบี้ยเองห้ามกรอกเข้าไปใช้ คาถาเรียกเข้าโดยมีหญ้าคาวางปากเบี้ยปรอทเทใส่ฝาบาตร ใช้คาถาเรียกปรอทวิ่งเข้าทางหญ้าคา สู่ปากเบี้ยอุดชันณรงค์ปิดแผ่นทองแดงลง อักขระทับ จากนั้นเสกกันเป็นปีๆเลย ครูบาอาจารย์รุ่นเก่าเขาทำแบบนี้กันทั้งนั้น แต่สมัยนี้มันใช้ไม่ได้แล้วเป็นพานิชย์ไปหมด

ส่วนตะกรุดท่านบอกว่าทำเสร็จแล้วต้องแช่น้ำมนต์เป็นปีๆเสกทุกวันจนกว่ากระโดนออกมาได้ เลย อย่างนี้สิใช้ได้ พระขุนแผนเหมือนกันเคย เห็นหลวงพ่อมุ่ยเสกของ กระโดดไปมาเลย ท่านบอกว่าต้องทำแบบนี้ถึงเห็นผล มีอยู่คราวหนึ่งท่านปลุกเสกของในโบสถ์ พระและตะกรุดกระเด็นกระดอนกระจายทั่ว มีคนเห็นเข้ามาบอกว่าท่านให้ลูกศิษย์โยนมา หลวงปู่ท่านพูดว่าทีของจริงมึงไม่เชื่อ แต่ของปลอมเสือกเชื่อดีนัก คนแบบนี้ไม่เจริญหรอ มีลูกศิษย์ท่านหนึ่งถ่ายรูปเห็นพระลอยออกมา จากกล่องที่ใส่เลย และเก็บภาพเอาไว้

หลวงปู่ท่านเล่าให้ฟังมีคน เอาของไปทำไม่ดี เช่นพระ ตะกรุด เบี้ย ปลัดขิก กลับมาหาหลวงปู่หมด เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงกรรม การวัดท่านเล่าให้ฟัง แต่มีวิชาหนึ่งอันสุดยอดเลยเรื่องนี้ หลวงปู่บุญลือ ท่านเล่าให้ฟังคือวิชาเสกตะกรุด ให้ละลายเลย เป็นตะกรุดดอกเล็กๆเงินกับทอง ผสมกัน แล้วเสกให้ละลายถ้าผู้ใดได้กลืนกินเข้าไป จะทำให้อยู่ยงคงสัตรา เป็นเสน่ห์หญิงชายทั้งหลาย เงินทอง จะหลั่งไหลมาเทมา จนรวยล้น แต่ตอนนี้หมดไปเรียบร้อยแล้ว และท่านก็เสกไม่ไหวแล้ว เบี้ยแก้ ก็หมดปลัดขิกก็หมด ไม่ได้ทำอีกแล้ว เหลือแต่ พระขุนแผน และตะกรุด มีพระเครื่องอยู่อีกบ้าง แต่ราคา ทุกชนิดต้องขอบอกเลยหลักพันขึ้นไป

พระครูโฆษิต โชติธรรม
หลวงพ่อบุญลือ ฐานะโชโต
ได้ละสังขารอย่างสงบที่โรงพยาบาลอ่างทอง
เมื่อเวลา 11.03 น. ของวันที่ 7 มิ.ย. 59 ที่ผ่านมา
สิริรวมอายุได้ 87 ปี 66 พรรษา สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับบรรดาลูกศิษย์ที่เคารพนับถือเป็นอย่างมาก

ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บพระ

03/08/2026

เหรียญเสือคาบดาบรุ่น 1
หลวงพ่อทอง สุทธสีโล
วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา ปี 2563
เนื้อมันปู ลงยาเสือขาว ตอกโค๊ตเลข ๑๙๐
เป็นวัตถุมงคลยอดนิยม สร้างขึ้นโดยศิษย์เอก ผู้สืบทอดวิชาจากหลวงพ่อคูณ แห่งวัดบ้านไร่

เหรียญเสมาเสือคาบดาบ รุ่น 1 (หรือชื่อทางการว่า เหรียญเสมาพยัคฆ์สะท้านปฐพี เสือคาบดาบ ๑) ของหลวงพ่อทอง วัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา จัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2563 เป็นวัตถุมงคลยอดนิยมที่เด่นด้านเมตตาและคงกระพัน

ลักษณะเด่น:
ด้านหน้าเป็นรูปเสมาหลวงพ่อทอง
ด้านหลังหรือลวดลายประกอบมีความโดดเด่นด้วยรูปเสือคาบดาบและตอกโค้ดหมายเลขกำกับทุกเหรียญ

ประวัติหลวงพ่อทอง สุทธสีโล
เกิดเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๔๙๒
บิดาชื่อนายบัว กล้าหาญ มารดาชื่อ นางภู กล้าหาญ บ้านเดิมอยู่บ้านโนนสูง ต.วังหิน อ.ประทาย จ.นครราชสีมา อุปสมบทที่วัดสระแก้ว อ.เมือง จ.นครราชสีมา พ.ศ. ๒๕๑๔ ในขณะบวชเรียนที่วัดสระแก้ว ก็ได้รับความเมตตาจากหลวงพ่อคูณ โดยหลวงพ่อคุณได้เห็นว่าพระทอง เป็นพระที่เงียบขรึม ไม่ค่อยพูด ค่อยจา และเป็นพระที่เรียบร้อย ว่าง่าย สอนง่าย และมีความตั้งใจฟังเมื่อหลวงพ่อกล่าวสอน เป็นผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียน และปฏิบัติตามได้อย่างสม่ำเสมอ จึงได้รับความเมตตาจากหลวงพ่อคูณ ในการถ่ายทอดวิชา และพระคาถา รวมไปถึงการจารอักขระต่างๆ ในตะกรุด และเหรียญ

หลวงพ่อคุณเห็นความตั้งใจเรียนของพระทอง พร้อมการหมั่นสาธยายมนต์ต่างๆ ที่หลวงพ่อเคยสอนไว้ เมื่อหลวงพ่อคุณเห็นว่า พระทองควรแล้วที่จะได้รับการถ่ายทอดในเรื่องการปลุกเสกพระหลวงพ่อคุณท่านก็ สอนให้หมดทุกอย่าง รวมไปถึงการนั่งสมาธิ เพื่อให้จิตรมีกำลังแน่วแน่ ก่อให้เกิดอนุภาพต่อสิ่งที่ท่านกำลังอธิษฐานจิต

ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๗ หลวงพ่อคุณท่านเห็นว่า พระทอง ควรแล้วที่จะต้องนำวิชาทีมีออกมาใช้บำเพ็ญประโยชน์ จึงได้ให้ร่วมปลุกเสกเหรียญ หลวงพ่อคุณ ปี ๒๕๑๗ ด้วย หลวงพ่อทองจัดได้ว่าเป็นพระที่ใกล้ชิดหลวงพ่อคุณ และถือว่าเป็นพระอุปฐากรูปหนึ่ง ที่มีความใกล้ชิดหลวงพ่อคุณเป็นอย่างมาก ไม่ว่าหลวงพ่อคุณท่านจะเดินทางไปไหน จะย้ายไปจำพรรษาที่ใด ก็จะมีหลวงพ่อทองติดตามไปด้วยทุกที่ เรื่อยไป

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ท่านไมตรี บุญสูง ได้นิมนต์หลวงพ่อคุณให้ไปจำพรรษาที่ วัดหาดราไวท์ จ.ภูเก็ต หลวงพ่อทองก็ได้ติดตามไปจำพรรษาอยู่ด้วย เป็นเวลา หนึ่งพรรษา และก็ได้เดินทางกลับมาที่วัดสระแก้ว อีกครั้ง พร้อมหลวงพ่อคุณ และหลังจากนั้นก็ได้ติดตามหลวงพ่อคูณไปทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดชลบุรี จังหวัดลพบุรี อ.ชัยบาดาล จ.เชียงใหม่ และสุดท้ายก็มาจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา และได้ช่วยพัฒนาวัดบ้านไร่ จนถึงปี ๒๕๓๓

หลวงพ่อคุณเห็นว่า พระดีๆอย่างนี้ ควรที่จะอยู่ช่วยงานศาสนา ในที่ห่างไกล และยังไม่พัฒนา จึงได้ส่งให้หลวงพ่อทองไปจำพรรษาที่วัดพระพุทธบาทเขายายหอม อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ซึ่งก็เป็นวัดที่เงียบสงบ ร่มเย็น เหมาะอย่างยิ่ง ที่จะฝึกสมาธิและเจริญภาวนาพระคาถาต่างๆ ที่ได้ร่ำเรียนมา และหลวงพ่อคุณ ก็ยังให้ลูกศิษย์ นำตะกรุดทองคำฝังแขน ตะกรุดโทน รวมไปถึงตะกรุดชายจีวร นำไปให้หลวงพ่อทอง ลงเหล็กจารอักขระให้ถึงบนวัดพระพุทธบาทเขายายหอม เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งงานส่วนนี้น้อยนักที่จะมีท่านใดทำแทนหลวงพ่อได้ จึงนับได้ว่าหลวงพ่อทองเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อคูณรูปหนึ่ง ที่ได้รับความไว้วางใจจากหลวงพ่อคูณเป็นอย่างมาก โดยศิษย์ยานุศิษย์สายหลวงพ่อคุณทั้งหลายต่างยอมรับเช่นกันว่า หลวงพ่อทองคือพระที่หลวงพ่อคุณไว้วางใจมากที่สุด

โดยเหรียญรุ่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเก่ารุ่นใหม่ส่วนใหญ่จะมีลายมือหลวงพ่อทองเป็นผู้ลงเหล็ก จาร ไม่ว่าจะเป็นเหรียญ ๒๕๑๗ ๒๕๑๙ ๒๕๒๐ ๒๕๒๑ รวมไปจนถึงเหรียญยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเหรียญที่ออกวัดบึง วัดพายัพ วัดปรก วัดแจ้งนอก และวัดใหม่อัมพวัน ต่างก็นำไปให้หลวงพ่อทองเป็นผู้ลงเหล็กจารให้ทั้งนั้น และวัตถุมงคล ของทุกวัดที่กล่าวมานี้ จะต้องมีหลวงพ่อทอง ร่วมในพิธี พุทธาภิเษก ด้วยทุกวัด และรวมไปถึงวัตถุมงคล ของวัดบ้านไร่ รุ่นล่าสุด คือกริ่งเทพวิทยาคม ที่ได้มีพิธีพุทธาภิเษกผ่านไปด้วยไม่นานมานี้ หลวงพ่อทองก็ได้ร่วมในพิธีมหาพุทธาภิเษกด้วยตลอด ๙ วัน....

และปัจจุบันหลวงพ่อทอง สุทฺธสีโล ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทเขายายหอม เมื่อปลายปี ๒๕๕๓ ที่ผ่านมานี้เอง ปัจจุบันท่านได้ย้ายมาจำที่วัดบ้านไร่

ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บพระ

02/08/2026

เหรียญเสือคาบดาบ 1
หลวงพ่อพัฒน์ ปุญญกาโม
วัดห้วยด้วน อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ 2563
เนื้อมันปู ลงยาเสือขาว โค๊ตหมายเลข ๑๓๑

หลวงพ่อพัฒน์ ปุญญกาโม (พระครูนิวิฐปุญฺญฺากร) ที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลธารทหาร เจ้าอาวาสวัดห้วยด้วน (ธารทหาร) อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ เกจิอาจารย์ผู้สืบทอดพุทธาคมจากหลวงพ่อเทศ วัดสระทะเล (เป็นเหลนแท้ๆ) ผ่านหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ, หลวงพ่ออิน วัดหางน้ำสาคร,หลวงพ่อหมึก วัดสระทะเล (เป็นหลาน) และหลวงพ่อโหมด วัดโคกเดื่อ

เกิดเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2465 ที่บ้านสระทะเล ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ บุตรนายพุฒ และนางแก้ว ก้อนจันเทศ อุปสมบทเมื่อปี พ.ศ.2489 ณ วัดสระทะเล โดยมีพระธรรมไตรโลกาจารย์ (หลวงพ่อยอด) วัดเขาแก้ว เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการชั๊ว วัดสระทะเล เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “ปุญฺญกาโม”

หลังบวชท่านเริ่มเรียนนักธรรมตรีและโทไปได้สักระยะ ระหว่างนั้นหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ได้ไปสร้างเสนาสนะและโบสถ์อยู่ที่วัดอินทราราม (วัดของหลวงพ่อแก้ว พระอุปัชฌาย์ของหลวงพ่อเดิม) หลวงพ่อพัฒน์ ได้ไปเรียนกรรมฐานและพุทธาคมกับท่าน โดยหลวงพ่อเดิมให้ไปจำวัดอยู่กับหลวงพ่อกันที่วัดเขาแก้วซึ่งอยู่ติดกัน เพราะขณะนั้นวัดอินทรารามกำลังซ่อมสร้างเสนาสนะอยู่จึงไม่สะดวกในการพัก ท่านจึงต้องเดินไปเช้าเย็นกลับระหว่างวัดทั้งสอง เรียนวิชาอยู่เกือบสองพรรษาจึงจบ

จากนั้นได้ออกธุดงค์ไปเรียนวิชาทางเมตตามหานิยมกับหลวงพ่อชุบ วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง จ.อุตรดิตถ์ และรับตำแหน่งเจ้าอาวาสรวมเป็นเวลา 6 ปีรวมเป็น 6 ปี จึงกลับมาจำพรรษาที่วัดสระทะเล ขณะนั้นโยมพ่อโยมแม่ย้ายมาซื้อที่ดินทำนาอยู่แถวบ้านห้วยด้วน(ธารทหาร) เมื่อกำนันตำบลธารทหารทราบเรื่องจึงพาโยมทั้งสองมาอาราธนาท่านให้มาช่วยพัฒนาวัด หลวงพ่อพัฒน์ก็ตอบตกลงและย้ายมาอยู่วัดธารทหาร(ห้วยด้วน) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2513 เป็นต้นมาโดยไม่ย้ายไปอยู่วัดอื่นเลย

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 (เวลาประมาณ 02.37 น.) เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานพระราชมงคลวัชราจารย์ แจ้งประกาศจากวัดธารทหาร หรือ วัดห้วยด้วน เรื่อง การมรณภาพของ พระราชมงคลวัชราจารย์ หรือ หลวงพ่อพัฒน์ ปุญฺญกาโม ว่า ท่านเจ้าคุณพระราชมงคลวัชราจารย์ อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ และอดีตเจ้าอาวาสวัดธารทหาร ได้ถึงแก่มรณภาพในวันนี้ วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 เวลาประมาณ 01.35 น. ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ด้วยอาการอันสงบ สิริอายุ 101 ปี 77 พรรษา

สำหรับสรีระสังขารของพระราชมงคลวัชราจารย์ (หลวงพ่อพัฒน์) มาถึงวัดช่วงเย็นของวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 เวลาประมาณ 17.09 น. โดยกองพิธีการศพที่ได้รับพระราชทานจะมีการจัดงานอย่างสมเกียรติต่อไป ซึ่งสรีระสังขารของหลวงพ่อจะมีการเก็บบรรจุร่างไว้ ไม่มีการประชุมเพลิงแต่อย่างใดตามคำสั่งเสียของหลวงพ่อพัฒน์

ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บพระ

01/08/2026

รูปหล่อโบราณ
หลวงปู่คีย์ กิตติญาโณ
วัดศรีลำยอง จ.สุรินทร์ 2548
เนื้อสัมฤทธิ์ชุบเงินโบราณ รุ่นรวยมหาเศรษฐี
โดยผ่านการปลุกเสกเดี่ยวตลอด 1 ไตรมาส พุทธคุณเด่น เน้นทางด้านโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา ทำมาค้าขายดี มีกำไร ช่วยเสริมดวงชะตาให้ทำกิจการรุ่งเรือง เป็นเศรษฐีสมชื่อรุ่น เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคล

วัตถุมงคล "รุ่น รวยมหาเศรษฐี" ปี 2548 นับเป็นวัตถุมงคลสำคัญยิ่งรุ่นหนึ่งที่ หลวงปู่คีย์ กิติญาโณ พระเกจิอาจารย์แห่งอีสานใต้ อายุ ๗๘ ปี ๕๗ พรรษา ได้อนุญาตให้จัดสร้างขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมสมทบทุนสร้างอุโบสถ ดังนั้นรายได้ส่วนหนึ่งจากผู้มีจิตศรัทธาเช่าวัตถุมงคล จะได้นำไปสมทบทุนสร้างพระอุโบสถสืบต่อไป วัตถุมงคล "รุ่น รวย มหาเศรษฐี" ที่จัดสร้างขึ้น หลวงปู่คีย์ กิติญาโณ ได้ปลุกเสกเป็นเวลา ๑ ไตรมาส หลวงปู่คีย์ ปรารภว่า การจัดสร้างจะต้องมีความเพรียบพร้อมสมบูรณ์ในด้าน ฤกษ์ผานาที ในด้านพิธีกรรมและในด้านชนวนมวลสาร ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า วัตถุมงคล รุ่น "รวย มหาเศรษฐี" มีพุทธคุณ ผลมวลสารศักดิ์สิทธิ์อยู่มากมาย

หลวงปู่คีย์ กิตติญาโณ
(พระครูวิสุทธิ์กิตติญาณ)
อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีลำยอง ต.ทุ่งมน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งอีสานใต้ที่เชี่ยวชาญวิปัสสนากรรมฐานและวิชาอาคม ท่านละสังขารอย่างสงบด้วยโรคชราเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 สิริอายุ 87 ปี 66 พรรษา

ประวัติและเกียรติคุณของหลวงปู่คีย์
• ชาติภูมิ: เกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2471 มีนามเดิมว่า คีย์ จงพูนศรี ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ จ.สุรินทร์

• การอุปสมบท: บรรพชาและอุปสมบทเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2492 ณ วัดเพชรบุรี จ.สุรินทร์ โดยมีพระครูประสาทคุณาภรณ์เป็นพระอุปัชฌาย์

• การศึกษาและปฏิบัติธรรม: ท่านได้ออกธุดงค์เพื่อปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานและศึกษาวิชาอาคมตามแถบเทือกเขาพนมดงรักร่วมกับครูบาอาจารย์หลายรูป นอกจากนี้ยังมีความเชี่ยวชาญด้านภาษาบาลี ภาษาเขมร และการอ่านเขียนใบลาน

• วัตถุมงคล: หลวงปู่คีย์เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาอย่างมาก ท่านได้จัดสร้างวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังไว้มากมายหลายรุ่น (เช่น รุ่นมั่งมีเงินทอง, รุ่นรวยมหาเศรษฐี) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำปัจจัยไปบูรณะและสร้างถาวรวัตถุภายในวัดศรีลำยอง

• วิชาอาคมโดดเด่น: ท่านมีชื่อเสียงในด้านพิธีเสริมดวง เสริมบารมี สะเดาะเคราะห์ และการทำน้ำพระพุทธมนต์ด้วยพิธี "สาวน้ำตาเทียน" จากบาตรน้ำมนต์ครอบลงบนศีรษะเพื่อความเป็นสิริมงคล

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บพระ

31/07/2026

รูปหล่อเลื่อนสมณศักดิ์
หลวงพ่อชอบ มนุตชาโต
วัดสว่างอารมณ์ สุพรรณบุรี 2559

วัตถุมงคลรูปหล่อและเหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ของหลวงพ่อชอบ (พระครูสุมนต์วิริยคุณ) วัดสว่างอารมณ์ จังหวัดสุพรรณบุรี ถูกจัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสสำคัญ
• ปีที่จัดสร้าง 2559 (รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ชั้นเอก)

ลักษณะและพุทธคุณ
• ลักษณะเด่น: มีการสร้างทั้งแบบรูปหล่อและเหรียญหลังพัดยศ เพื่อเป็นสักการะในวาระเลื่อนสมณศักดิ์ชั้นเอก
• พุทธคุณ: เน้นด้านแคล้วคลาดปลอดภัย เมตตามหานิยม และความเป็นสิริมงคล

หลวงพ่อชอบ มนุตชาโต หรือ พระครูสุมนต์วิริยคุณ เจ้าอาวาส วัดสว่างอารมณ์ ตำบลพิหารแดง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นพระเกจิอาจารย์และพระอุปัชฌาย์ที่สำคัญ ท่านมีบทบาทในการพัฒนาวัดและชุมชน รวมถึงการสร้างวัตถุมงคลที่เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้าน

• นามเดิม: บุญชอบ ทองคำชู
• ปีเกิด: พ.ศ. 2500
• ตำแหน่ง: เจ้าอาวาสวัดสว่างอารมณ์ (พ.ศ. 2558 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูสุมนต์วิริยคุณ), พระอุปัชฌาย์ และเจ้าคณะตำบลพิหารแดง (กิตติมศักดิ์)

บทบาทและการพัฒนาวัด
• เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวตำบลพิหารแดงและอำเภอเมืองสุพรรณบุรี
• พัฒนาศาสนสถานและถาวรวัตถุภายในวัดสว่างอารมณ์ให้เจริญรุ่งเรือง
• จัดสร้างวัตถุมงคลและเครื่องราง เช่น เหรียญรุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ และกุมารทอง (กุมารชอบเฮง) เพื่อให้ลูกศิษย์และประชาชนนำไปบูชาเสริมโชคลาภและค้าขายดี

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บพระ

30/07/2026

เหรียญพระพุทธโสธร หลังยันต์ห้า
หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ จ.ระยอง
เนื้อทองแดง สร้าง 10,000 เหรียญ ปี 2518

เหรียญหลวงพ่อโสธร หลวงปู่ทิม วัดระหารไร่ ทองแดง บล็อกเสาอากาศ ปี 18"

พระพุทธโสธร พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาวเมืองแปดริ้ว โบราณนากาลมีการ กล่าวกันว่า ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อนั้นได้แผ่ขยายไปอยู่ทั่วทุกตัวตน ใครมีเหตุเภทภัยอันตรายใดให้ระลึกถึง หลวงพ่อ หรือหันไปทิศที่หลวงพ่อประดิษฐาน และบ่นบานศาลกล่าว เพียงเท่านี้ก็สำริดผล พร้อมทั้งประพฤติปฏิบัติอยู่ในศิล ผลนั้นย่อมบังเกิดอย่างน่าอัศจรรย์ จึงเป็นที่มาของการพึ่งบารมีหลวงพ่อ ในการสร้างวัตถุมงคลต่างๆ และเพิ่มความขลังให้กับวัตถุมงคลรุ่นนั้น และหนึ่งในนั้นเหรียญหลวงพ่อพุทธโสธรปลุกเสกโดยพระเกจิดังแห่งภาคตะวันออก หลวงปู่ทิม อิสริโก ได้รับความนิยมจากวงการพระเครื่อง สร้างปาฏิหารย์ให้ผู้บูชาอย่างมากมาย

เหรียญรุ่นนี้จัดสร้างโดย คุณชินพร สุขสถิต
(ศิษย์เอกหลวงปู่ทิม ผู้สร้างพระกริ่งชินบัญชร และเหรียญเจริญพร อันโด่งดัง) และปลุกเสกโดยหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จ.ระยอง เป็นเหรียญยอดนิยมอีกเหรียญหนึ่งของหลวงปู่ทิม ได้รับความนิยมและเช่าหากันเป็นสากลมานานแล้ว

จุดประสงค์ในการจัดสร้าง เพื่อจำหน่ายหาทุนในการก่อสร้างเสนาสนะภายในวัดละหารไร่ และเหรียญอีกจำนวนหนึ่งนำไปแจกพร้อมหนังสือ “อภินิหารพระเครื่อง” ซึ่งคุณชินพร สุขสถิตย์ เป็นเจ้าของและบรรณาธิการ ในสมัยนั้น การจัดสร้างเหรียญรุ่นนี้มีอยู่ 3 เนื้อ คือ

1. เนื้อเงิน จำนวน 50 เหรียญ

2. เนื้อนวโลหะ จำนวน 1,000 เหรียญ

3. เนื้อทองแดง จำนวน 10,000 เหรียญ

เหรียญหลวงพ่อโสธร หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ รุ่นนี้ด้านหน้ามี 3 พิมพ์ คือ 1.พิมพ์เสาอากาศ 2.พิมพ์วงเดือน 3.พิมพ์ธรรมดา (หูขีด) การตอกโค๊ตมีหลายชนิดได้แก่ ตอกโค๊ต อิ, ตอกโค๊ตศาลา, ตอกโค๊ตเลข 3, และไม่ตอกโค๊ตก็มีมาก เหรียญเก๊มีมาก เหรียญแท้ไม่ค่อยมีออกมาให้เห็น

พุทธคุณ ทางเมตตา การค้าการขาย โชคลาภเงินทอง แคล้วคลาด ปลอดภัย

เหรียญพระพุทธโสธร
หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ปี 2518
จัดเป็นเหรียญดีที่น่าใช้อีกรุ่นหนึ่งของหลวงปู่ทิม

“หลวงปู่ทิม อิสริโก” หรือ “พระครูภาวนาภิรัต” เป็นอย่างดี เพราะท่านเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดละหารไร่ เป็นยอดพระคณาจารย์ที่มีพลังจิตแก่กล้ารูปหนึ่งของภาคตะวันออก ท่านเป็นคนถือสันโดษ ถือสมถะ ไม่ยึดติดทรัพย์สินใดๆ ท่านฉันอาหารเพียงมื้อเดียวและไม่ฉันเนื้อสัตว์ ท่านสามารถตัดกิเลสออกไปทั้งปวง

ประวัติพระครูภาวนาภิรัต
หรือที่รู้จักกันในนามว่า หลวงปู่ทิม อิสริโก
ท่านเกิดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2422 ตรงกับรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี) ที่บ้านหัวทุ่งตาบุตร ตำบลละหาร อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ท่านเป็นหลานของหลวงปู่สังข์เฒ่า วัดเก๋งจีน

หลวงปู่สังข์นี้เป็นพระปรมาจารย์ผู้เรืองวิชาอาคมอย่างยิ่งในสมัยนั้น และยังเป็นผู้ก่อตั้ง “วัดละหารไร่” ขึ้น เป็นพระที่เรืองวิทยาอาคมมาก ว่ากันถึงขนาดว่า น้ำลายที่ท่านถมถ้าถูกพื้นๆ จะแตก

จนเมื่อทางจังหวัดทราบถึงความเก่งกล้าในวิทยาอาคมของท่าน จึงนิมนต์มาอยู่ที่วัดเก๋งจีน และได้สร้างพระเนื้อตะกั่ววัดเก๋งจีนขึ้น

หากแต่ก่อนที่จะไปอยู่วัดเก๋งจีนนั้น หลวงปู่สังข์ได้ทิ้งตำราและวิทยาการต่างๆ ไว้ที่วัดละหารไร่ทั้งหมด เพราะท่านไม่หวงแหนในวิชาของท่านแต่อย่างใด ท่านกล่าวว่า “ใครมีปัญญาก็ค้นคว้าเอาเอง”

นี่จึงเป็นที่มาว่า เหตุใดหลวงปู่ทิมจึงได้มีวิชาแก่กล้าในกาลต่อมาเช่นกัน

ต่อมาเมื่อมีอายุเจริญวัยได้ 17 ปี นายแจ้ผู้เป็นบิดาได้นำตัวของหลวงปู่ทิมไปฝากไว้กับท่านพ่อสิงห์ ที่วัดได้เล่าเรียนหนังสือกับท่านพ่อสิงห์พระอาจารย์เป็นเวลาประมาณ 1 ปี

จนเมื่อมีความสามารถเรียนรู้จนเข้าใจเขียนได้อ่านออกดีแล้ว นายแจ้ผู้เป็นบิดาของท่าน จึงได้ไปกราบนมัสการท่านพ่อสิงห์ขอตัวหลวงปู่ทิมให้กลับมาอยู่ที่บ้านเช่นเดิมเพราะไม่มีคนช่วยงาน หลวงปู่ทิมจึงได้ลาสิกขาออกมาช่วยพ่อแม่ทำงานอย่างมีความกตัญญูกตเวที

ในวัยหนุ่มของหลวงปู่ทิมนั้น ท่านเป็นคนคะนองเอาการอยู่ โดยท่านจะเป็นคนไปหาอาหารมาเลี้ยงครอบครัวด้วยการยิงนกตกปลาและออกเที่ยวล่าสัตว์ใหญ่ เพื่อนำไปขาย ซึ่งท่านทำไปด้วยความคึกคะนองประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่งคือเพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวของท่าน

จนเมื่อท่านอายุได้ 19 ปี ท่านจึงถูกคัดเลือกเป็นทหารและได้เข้าประจำการที่กรุงเทพฯ เป็นเวลาถึง 4 ปีเศษ จึงได้รับการปลดปล่อยกลับมาอยู่ที่บ้านตามเดิม

แต่เมื่อกลับมาอยู่บ้านได้ไม่นาน บิดาของท่านจึงได้จัดการอุปสมบทให้เป็นพระภิกษุ

ที่สุด หลวงปู่ทิมท่านได้อุปสมบทเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2449 มีพระครูขาว วัดทับมา เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์สิงห์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอาจารย์เกตุ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ณ พัทธสีมาวัดละหารไร่ ได้รับฉายาว่า อิสริโก

เมื่อท่านบวชเป็นพระภิกษุแล้วท่านก็มาอยู่ที่วัดกับพระอาจารย์สิงห์ได้ 1 พรรษา ขณะที่ท่านอยู่กับพระอาจารย์สิงห์นั้น ท่านได้ค้นคว้าและศึกษาตำราของหลวงปู่สังข์ที่ได้ทิ้งไว้ให้ตามตู้พระไตรปิฎก

นอกจากนี้ หลวงปู่ทิม อิสริโก ยังตั้งใจที่จะฝึกฝนตนเองด้วยการออกธุดงค์ ซึ่งโดยมากพระในรุ่นเดียวกันไม่ค่อยทำกัน เพราะต้องการศึกษาในทางพระปริยัติธรรมมากกว่า

หลวงปู่ทิมเมื่ออยู่ครบพรรษาแล้ว จึงขออนุญาตและมนัสการกราบลาอาจารย์ออกธุดงค์ไปหลายจังหวัดเป็นเวลา 3 ปี จึงตัดสินใจเดินทางกลับมายังจังหวัดชลบุรี

ตอนแรกท่านจำพรรษาอยู่ที่ “วัดนามะตูม” เป็นเวลา 2 พรรษา โดยระหว่างนั้น ยังร่ำเรียนวิชากับเกจิอาจารย์หลายอาจารย์ด้วยกัน รวมทั้งฆราวาส โยมเริ่ม โยมรอด และโยมสาย

นอกจากนั้นยังศึกษาตำราซึ่งตกทอดมาจากหลวงปู่สังข์เฒ่า เจ้าอาวาสวัดเก๋งจีนซึ่งเป็นลุงแท้ๆ ของหลวงปู่ทิม เป็นเวลา 2 ปี เศษ และต่อมาท่านจึงกลับมาอยู่ที่วัดละหารไร่หรือ (วัดไร่วารี) ตามเดิม

ในยุคนั้น วัดละหารไร่ ซึ่งเดิมชื่อ “วัดไร่วารี” เนื่องจากมีน้ำอยู่ล้อมรอบ ว่ากันว่าเป็นที่กันดารมาก ถ้าจะไปต้องบุกป่าฝ่าดงพอสมคใร และอาจหลงทางได้ โดยในสมัยนั้นยังไม่มีถนน มีแต่ทางเดินแคบๆ เท่านั้น

หลวงปู่ท่านจึงพัฒนาวัดขนานใหญ่ ด้วยความร่วมมือจากญาติโยมในท้องถิ่น จนต่อมาคณะสงฆ์ได้มอบหมายให้ท่านเป็น “พระอธิการทิม อิสริโก” เจ้าอาวาสวัดละหารไร่

ต่อมาท่านยังได้ก่อสร้างเสนาสนะ บูรณะซ่อมแซมกุฏิ และอื่นๆ อีกหลายอย่าง เช่น ก่อสร้างพระอุโบสถขึ้น 1 หลัง และในปี 2483 ได้จัดให้มีการเปิดโรงเรียนขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อสอนกุลบุตรกุลธิดาของประชาชน โดยใช้ศาลาการเปรียญเป็นสถานที่สอน

โดยในการนี้ ชาวบ้านต่างให้ความร่วมมือกับหลวงพ่ออย่างดี มีอาคารเรียน 1 หลัง ตามแบบ ป.1 ข. โดยใช้เวลาการก่อสร้างเพียง 8 เดือนก็แล้วเสร็จเรียบร้อย

ต่อมาท่านก็ชักชวนชาวบ้านช่วยกันพัฒนาก่อสร้างสะพานข้ามคลองอีกหลายแห่ง สร้างหอฉันและศาลาการเปรียญสำเร็จ ด้วยเงินกว่า 4 ล้านกว่า

ด้วยผลงานดังกล่าว ในปี 2478 ท่านก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระครูชั้นประทวน ต่อมาในปี 2497 ทางคณะสงฆ์ได้แต่งตั้งให้ท่านเป็นพระครูชั้นสัญญาบัตร และในปี 2507 ท่านได้รับสมณศักดิ์เป็น “พระครูภาวนาภิรัติ”

ในครั้งแรกท่านไม่ใยดีกับยศตำแหน่งที่ทางการคณะสงฆ์ได้มอบให้ และถูกทางคณะสงฆ์เร่งรัดให้ท่านเดินทางไปรับพัดยศที่จังหวัด ซึ่งท่านก็ไม่ไปรับ

จนกระทั่งชาวบ้านรู้ข่าว จำต้องพร้อมใจกันจัดขบวนแห่ไปรับพัดยศ และตราตั้งมาถวายให้กับท่านถึงวัด ท่านจึงต้องจำยอมรับอย่างเสียมิได้

อย่างที่เกริ่นไปว่าหลวงปู่เป็นพระที่น่าเคารพและบูชาเป็นอย่างยิ่ง นั่นเพราะท่านเป็นพระที่ยึดมั่นในพระธรรมและวินัยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพระมักน้อย สันโดษ ไม่ยินดียินร้ายในรูป เสียง กลิ่น รส

ทั้งนี้ ท่านฉันเช้าประมาณ 7 โมงเช้าและน้ำชาก็เวลา 4 โมงเย็น ถ้าเลยเวลาหลวงปู่ไม่ยอมฉันแม้แต่น้ำชา ท่านฉันข้าวมื้อเดียวมาประมาณ 47 ปี โดยงดเนื้อสัตว์จำพวก เนื้อ หมู เป็ด ไก่ หรืออาหารคาวทุกชนิด ว่ากันว่าแม้แต่น้ำปลาก็ไม่ฉัน แต่อาหารที่ท่านฉันเป็น ผัก ถั่ว หรือเส้นแกงร้อน น้ำพริกกับเกลือป่นอย่างนี้ตลอดมา

ที่สุด ท่านได้มรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 16 ตุลาคม 2518 ณ หน้าหอสวดมนต์ วัดละหารไร่ หลังจากที่ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชา เป็นเวลา 23 วัน

คณะศิษย์ได้จัดพิธีศพบำเพ็ญกุศล ณ วัดละหารไร่ หลังจากทำบุญ 100 วัน อุทิศส่วนกุศลให้กับหลวงปู่ทิมแล้ว ได้เก็บศพไว้ที่ศาลา ภาวนาภิรัต ศาลาการเปรียญ วัดละหารไร่ จนกระทั่งได้ทำการพระราชทานเพลิงศพท่านไปเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2526 ตรงกับรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รวมสิริอายุได้ 96 ปี นับพรรษาได้ 69 พรรษา

ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บพระ

ที่อยู่

ฉิมพลี
Taling Chan
10170

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัตถุมงคล__ตลิ่งชันผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท