วัตถุมงคล__ตลิ่งชัน

เส้นทาง เว็บไซต์

วัตถุมงคล__ตลิ่งชัน เพจรวบรวมข้อมูล
วัตถุมงคลตลิ่งชัน

12/10/2026

พระผงพิมพ์หกเหลี่ยม
หลวงพ่อโชติ รุฬหผโล
วัดตะโน ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ

หลวงพ่อโชติ รุฬหผโล วัดตะโน
ท่านถือกำเนิดเมื่อเดือน เมษายน ปี พ.ศ.๒๔๑๗ โยมบิดาชื่อ นายคง โยมมารดาชื่อ นางแสง หลวงพ่อโชติในวัยหนุ่ม ท่านมีนิสัยเป็นนักเลง ไม่เคยยอมใครง่ายๆ เลยเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า นักเลงสมัยก่อนนั้น ต้องมีวิชาดีไม่อย่างนั้นเป็นนักเลงไม่ได้ ครั้นเมื่อถึงปี พ.ศ.๒๔๕๑ ในขณะนั้น ท่านมีอายุ ๓๔ ปี เกิดเบื่อหน่ายทางโลก ก็ได้อุปสมบท ณ อุโบสถวัดกระทุ่ม (ไม่ทราบนามพระอุปัชฌาย์) และได้ศึกษาตำหรับตำราหลายแขนง อีกทั้งเมื่อออกพรรษา ก็ได้ธุดงค์ เพื่อหาโมคธรรม

หลวงพ่อโชติ ท่านยังเป็นพระร่วมสมัยกับ (หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี) แต่หลวงพ่อโชติท่านแก่พรรษากว่าหลวงปู่โต๊ะ สมัยที่หลวงพ่อโชติ มาอยู่วัดตะโนแล้วนั้น หลวงปู่โต๊ะ ท่านมักไปมาหาสู่กันเป็นประจำ โดยหลวงปูโต๊ะ ท่านนับถือหลวงพ่อโชติ มาก อีกทั้งหลวงปู่โต๊ะ ยังได้ร่ำเรียนวิชา ทำผงพุทธคุณกับหลวงพ่อโชติอีกด้วย

หลวงพ่อโชติ รุฬหผโล วัดตะโน
ท่านเป็นเกจิอาจารย์อีกหนึ่งท่านที่ทรงวิยาคมเข้มขลัง ในสมัยนั้น ท่านได้สร้างวัตถุมงคลไว้แจกแก่ชาวบ้านหลายอย่างด้วยกัน เช่น ตะกรุด พระเนื้อผง แต่ที่ขึ้นชื่อลือชาและเป็นที่เสาะแสวงหาในหมู่ลูกศิษย์ ก็มี เชือกคาด ทั้งนี้ท่านก็ยังได้สร้าง เหรียญรุ่นแรกเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๗ เป็นเหรียญรูปไข่ รูปเหมือนครึ่งองค์ ด้านหน้าระบุชื่อ หลวงพ่อโชติ และชื่อวัดตะโน ด้านหลังเป็นอักขระยันต์ นอกจากนี้ยังมี เหรียญรุ่นสองสร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๐ เป็นเหรียญเสมา รูปเหมือนเต็มองค์ ระบุชื่อ หลวงพ่อโชติ และชื่อวัดตะโน ด้านหลังเป็นยันต์ และระบุปี พ.ศ.๒๕๐๐

สำหรับเชือกคาด หลวงพ่อโชติ วัดตะโน นั้น ท่านมีกรรมวิธีการทำ คือ ท่านจะนำเอาผ้าห่อศพ ที่ตายวันเสาร์ เผาวันอังคาร กล่าวกันว่า เวลาเอาผ้าต้องใช้ปากคาบดึงมาจากศพ เมื่อได้มาแล้วจึงนำผ้ามาซักน้ำฝนกลางหาว แล้วนำผ้ามาฉีกเป็นริ้วๆ แล้วลงอักขระเลขยันต์ จนครบสูตร และทำการฝั้นเชือก แล้วถักขึ้นหัว จนถึงห่วง เป็นลายกระดูกงู ระหว่างถักนั้นหลวงพ่อโชติ จะบริกรรมคาถากำกับด้วย และเมื่อเสร็จแล้วท่านจะทำการปลุกเสกอีกครั้งหนึ่ง ตามประวัติที่ว่า ถึงขนาดปลุกเสกจนหัวเชือกเข้าไปในห่วงเองได้ หรือเชือกสามารถเคลือนไหวไปมาได้ บางครั้งนำเชือกไปใส่ในกองไฟ ถ้าไม่ไหม้ไฟถือว่าใช้ได้ เสร็จแล้วท่านจึงมอบให้แก่บรรดาลูกศิษย์ ไว้เพื่อป้องกันตัวเองในยามคับขัน

อิทธิคุณของเชือกคาดเอวของท่านนั้น เด่นในด้านแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี ป้องกันภูตผีปีศาจ กันงูเงี้ยวเขี้ยวขอและอสรพิษร้ายต่างได้วิเศษนัก ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังว่าถ้านำเชือกคาดเอวของท่านไปคล้องกับงู งูจะอ่อนแรงลง จนเลื้อยหนีไปไหนไม่ได้ บางท่านเล่าว่านำหัวเชือกคาดเอวของท่าน มาใส่ในห่วงทำเป็นวงกลม แล้วนำไปครอบใส่ตะขาบ ตัวตะขาบนั้น จะไม่สามารถข้ามวงเชือกคาดเอวของท่านออกมาได้ จะเดินวนอยู่ในวงเชือกนั้น

ยังมีเรื่องเล่าและประสบการณ์อีกมากมายที่ ลูกศิษย์ลูกหาของท่านเล่าให้ฟัง แต่ที่ห้ามนักห้ามหนาเป็นเสียงเดียวกันก็คือ ห้ามเอาเชือกคาดเอวของท่านไปตีไปทำร้าย หรือเคาะหัวคนอื่น เพราะจะทำให้คนๆนั้นเสียสติและเป็นคนวิกลจริต ที่สำคัญรักษาให้หายยาก ค่าครูของหลวงพ่อโชติ วัดตะโน ได้แก่ ดอกไม้ธูป เทียน บุหรี่ ไม้ขีดหนึ่งกล่อง หมากพลูสามคำ ค่าครู ๑ สลึง

เชือกคาด มีหลายสำนักทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด แต่ของ หลวงพ่อโชติ วัดตะโน ท่านจะถักเป็น ลายจระเข้ขบฟัน หัวเป็นตะกร้อ หางเชือกเป็นบ่วงแน่นหนา มีทั้งผ้าขาว และผ้าเหลือง สมัยก่อน มีผู้คนจำนวนมากนิยมไปหา หลวงพ่อโชติ วัดตะโน เพื่อขอเชือกคาดจากท่าน ต่อมาท่านเกิดตาบอดตอนชราภาพ ก็เพราะว่า การทำเชือกคาดนั้น ต้องเสียค่ายกครูหนึ่งสลึง (สมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ เงินเฟื้องเงินสลึง หรือ ๒๕ สตางค์ ถือว่าไม่ใช่เงินน้อยๆ) บังเอิญมีหนุ่มชาวสวนคนหนึ่ง อยากได้เชือกคาด แต่ไม่มีสตางค์ จึงไปกราบเท้าอ้อนวอนขอให้ท่านช่วยทำเชือกคาดให้ ปรากฎว่าท่านใจอ่อน ก็เลยทำให้ฟรี ไม่เรียกค่ายกครู เท่านั้นแหละ ครูของหลวงพ่อ มาบอกว่า เอ็งจะต้องตาบอดแน่ๆ และท่านก็ตาบอดจริงๆ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๙๐ มาถึง พ.ศ.๒๕๐๐ สิบปีเต็มๆ ที่หลวงพ่อต้องให้ศิษย์ถักเชือกแล้วเอามาให้ท่านปลุกเสก

เชือกคาดเอว ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มีหลายสำนักด้วยกัน ซึ่งเป็นการสืบทอดวิชามาจากโบราณคณาจารย์ยุคเก่าอย่างไม่ขาดสาย อาทิ เชือกคาดไส้หนุมาน หวายคาดเอว หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว หวายคาดเอว หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว เชือกคาดเอว หลวงพ่อขัน วัดนกกระจาบ เชือกคาดเอว หลวงพ่อโชติ วัดตะโน เชือกคาดเอว หลวงปู่เหรียญ วัดหนองบัว (ลูกศิษย์หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว) เชือกคาดเอว หลวงปู่ธูป วัดแคนางเลิ้ง (ลูกศิษย์หลวงพ่อขัน วัดนกกระจาบ) เชือกคาดเอว พ่อท่านเขียว วัดหรงบน เชือกขมวดหนุมาน หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค เชือก ๗ ขอดไปได้กลับได้ หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม เชือกคาดเอว หลวงพ่อหลิว วัดสนามแย้ เชือกขอด หลวงพ่อพรหม วัดขนอนเหนือ เชือกคาดตะกรุด ภุชงค์เบญจฤทธิ์ หลวงพ่อเฮ็น วัดดอนทอง เชือกคาดเอว หลวงพ่อไสว วัดปรีดาราม ฯลฯ

หลวงพ่อโชติ รุฬหผโล
วัดตะโน ท่านถึงแก่มรณภาพลง
เมื่อ ๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๑ สิริอายุ ๘๔ ปี ๕๐ พรรษา

ขอขอบคุณ ข้อมูลและภาพพระจากหนังสือ
"พระลึกลับ กินตับ ทั่วไทย เล่ม2"
โดย อ.วิรัตน์ ท่าพระจันทร์ อ.นิ่มเหงือก และ ทีมงาน รวมทั้ง ข้อมูลจากเว็บไซต์ prakejidansiam.blogspot.com ณ โอกาศนี้

11/10/2026

พระนางพญาฐานบัว
พระครูอรรถกิจจาทร
หลวงพ่อช่วง สุวณฺณโชโต
วัดจำปา บางระมาด ตลิ่งชัน
องค์นี้ พิเศษ สอดตะกรุดใต้ฐาน

อีกหนึ่งเกจิผู้เมตตาแห่งคลองบางระมาด
วัตถุมงคลของท่านล้วนมีประสบการณ์ ยิ่งชาวตลิ่งชันยิ่งรู้จักท่านดี พุทธคุณแคล้วคลาด เมตตา โชคลาภ พกติดตัวไว้ มีเงินใช้ไม่ขาดมือ จากประสบการณ์ผู้เขียน จึงเป็นที่เสาะแสวงหาของคนในพื้นที่อย่างมาก

พระครูอรรถกิจจาทร
หลวงพ่อช่วง สุวณฺณโชโต
เมื่อท่านได้อุปสมบทแล้ว ได้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย และ ได้ศึกษาวิปัสสนากัมมัฏฐานกับ พระมหาโต๊ะ วัดราษฎร์บูรณะ (วัดเลียบ) จากนั้นก็ได้ออกเดินธุดงค์ ไปยังสถานที่ต่าง ๆ เป็นเวลา ๕ ปี จึงได้กลับมายังภูมิลำเนาเดิม และได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส

หลวงพ่อช่วง เริ่มสร้างพระเครื่องมาตั้งแต่ปี 2500 ท่านได้สร้างพระเครื่องไว้หลายแบบหลายพิมพ์ อาทิเช่น พระสมเด็จพิมพ์ต่างๆ พระปิดตาเนื้อผง พระผงรูปเหมือน พิมพ์รูปไข่ พิมพ์จันทร์ลอยและพิมพ์สี่เหลี่ยม แม่นางกวักเนื้อผง พระสีวลีเนื้อผง พระสังกัจจายน์เนื้อผง พระนางพญา ลูกอมเทียนชัย ลูกสะกด ตะกรุด รูปถ่าย ผ้ายันต์ ผ้าเจ็ดคอด ธนบัตรที่ระลึก เงินขวัญถุง พระบูชา เหรียญรุ่นแรกและรุ่นสอง และวัตถุมงคลที่สร้างจากเนื้อตะกั่วหัวลูกปืน วัตถุมงคลชุดนี้เป็นที่โด่งดัง เป็นที่โจษขาน ล่ำลือ ว่ามีคุณวิเศษ มหาอุดอยู่ยงคงกระพัน เป็นที่หนึ่ง และช่วยคุ้มครองผู้แขวนให้มีความเจริญรุ่งเรือง เป็นที่รัก เป็นเมตตามหานิยมแก่ผู้พบเห็น

วัตถุมงคลของท่าน ท่านได้ปลุกเสกเองทั้งสิ้น ส่วนมากที่พบ จะมีรอยจาร ในช่วงแรกท่านได้แจกจ่ายให้แก่ลูกศิษย์ที่เคารพนับถือที่ไปหาท่าน ส่วนมากผู้ที่ได้ของจากท่านมักจะเป็น ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับท่าน และชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง พระเครื่องของท่านได้ก่ออภินิหารมากมาย แก่ผู้ที่ได้รับไปหลายราย

น้ำมนต์ของท่านถือว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านทั้งใกล้และไกล ต่างได้มาขอให้ท่านรดน้ำมนต์ให้เป็นประจำ ทั้งเกี่ยวกับโรคภัย ลาภยศ หน้าที่การงาน ปรากฏว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์ทันตาเห็นทุกรายไป

ประวัติพระครูอรรถกิจจาทร
หลวงพ่อช่วง สุวณฺณโชโต
เดิมชื่อช่วง สุขสำเริง เกิดเมื่อ พ.ศ.2456 ณ.บ้านบางระมาด อำเภอตลิ่งชัน จ.ธนบุรี (กรุงเทพมหานคร) เป็นบุตรของ นายฤทธิ์ นางเปลี่ยน สุขสำเริง มีพี่น้อง5คน หลวงพ่อช่วงเป็นบุตรคนสุดท้อง บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ13 ปี ตรงกับพ.ศ.2470 ณ วัดจำปา

เมื่อบรรพชา ปี พ.ศ.2481 สอบนักธรรมชั้นตรี ได้ในสนามหลวง สำนักเรียนวัดประยูรวงศาวาส และในปี พ.ศ.2486 สอบนักธรรมชั้นโท ได้ในสนามหลวง สำนักเรียนวัดกาญจนสิงหาสน์ ต่อมาปี พ.ศ.2476 ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดจำปา โดยมีพระครูวิสุทธิศีลาจารย์ (วงศ์ ฉนฺโท) วัดมะกอก เจ้าคณะตำบลบางระมาด เป็นพระอุปัชฌายะ พระอธิการผาด วัดทองบางระมาด เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูสังฆรักษ์ (พระอธิการต่วน อุตฺตรธมฺโม) วัดกระจัง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอธิการถีร์ วัดจำปา เป็นพระอุทเทศาจารย์

ในปี 2481 เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดจำปา -พระกรรมวาจารย์ และได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดจำปา เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2484 สมศักดิ์ที่ได้รับ พ.ศ.2510 เป็นพระครูประทวน พ.ศ.2515 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี พ.ศ.2522 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์จาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์เอกอัครศาสนูปถัมภ์ ในราชทินนามว่า "พระครูอรรถกิจจาทร" แปลว่า "ผู้เอื้อเฟื้อกิจการอันเป็นประโยชน์แก่สังคม" ดำรงค์ตำแหน่งจ้าอาวาสวัดจำปา ลำดับที่ 9 ตลอดมา

จนถึงวันที่ 11 กันยายน 2533 หลวงพ่อได้ถึงแก่มรณะภาพ ขออำนาจบารมีธรรมที่ พระครูอรรถกิจจาทร (หลวงพ่อช่วง สุวณฺณโชโต) ได้บำเพ็ญให้เป็นไปในชีวิตจงช่วยประคับประคองให้ท่านได้รับความสุขความเจริญ และลุถึงพระนิพพาน ในสัมปรายภพต่อไปด้วยเทอญฯ

การบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะในวัด ตั้งแต่ปี
พ.ศ.๒๔๘๔ โดยเริ่มสร้างศาลาการเปรียญ, สร้างศาลามุข, และสร้างศาลาขวางด้านตะวันตก
พ.ศ. ๒๔๙๓ สร้างบันได ขึ้นศาลาการเปรียญใหม่ สร้างหอสวดมนต์ ๑ หลัง
พ.ศ. ๒๔๙๔ สร้างถนนหน้าศาลา การเปรียญ และได้สร้างกุฏิ ๒ หลัง
พ.ศ. ๒๔๙๕ ได้สร้างกุฏิขึ้นอีก ๓ หลัง
พ.ศ. ๒๔๙๗ สร้างกุฏิใหม่อีก ๑ หลัง
พ.ศ. ๒๕๙๘ ซ่อมแซมอุโบสถ สร้างสะพานและถนน
พ.ศ. ๒๔๙๘ ทำพื้นนอกชานกุฏิหลังใหม่ทั้งหมด
พ.ศ. ๒๕๐๐ เทคอนกรีตบริเวณวัด
พ.ศ. ๒๕๐๑ สร้างศาลาท่าน้ำหน้าวัด ๔ หลัง
พ.ศ. ๒๕๐๒ ยกช่อฟ้าใบระกา และสร้างศาลาท่าน้ำอีกหลัง
พ.ศ. ๒๕๐๔ สร้างกันสาดและบันไดไม้กุฏิหลังใหม่ สร้างแท้งค์น้ำพร้อมด้วยหลังคา
พ.ศ. ๒๕๐๕ สร้างที่เก็บพัสดุ
พ.ศ. ๒๕๐๗ สร้างเขื่อนหน้าวัดยาวตาม เนื้อที่ของวัด และสร้างแท้งค์น้ำเพิ่มเติมอีก
พ.ศ. ๒๕๐๙ ปฏิสังขรณ์หอไตรเปลี่ยน กระเบื้องศาลาการเปรียญ ก่อสร้างหอระฆังเป็นคอนกรีต และสร้างที่เก็บศพเป็นคอนกรีต
พ.ศ. ๒๕๑๐ ได้เป็นผู้นำในการ พัฒนาขุดคลองให้เชื่อมกัน ระหว่างคลอง วัดโพธิ์-คลองบางระมาด ยาวประมาณ ๑ กิโลเมตร พร้อมกันนั้นก็ได้สร้างเขื่อน คอนกรีตข้างโรงเรียน สร้างถนนข้างอุโบสถและซ่อมแซมอุโบสถพร้อมด้วยกำแพง
พ.ศ. ๒๕๑๕ ได้ทำการซ่อมแซม พระอุโบสถครั้งใหญ่ โดยการเปลี่ยนพื้นไม้เป็นปูปาเก้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก พี่สมบัติ ลิขิตตระกูล
และศิษย์หลวงพ่อช่วง สุวณฺณโชโต

10/10/2026

เหรียญนั่งพาน
หลวงพ่อเปลี้ย คุณสัมปันโน
วัดชอนสารเดช อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี 2537
รุ่นเพิ่มทรัพย์ เพื่อเป็นที่ระลึกครบรอบอายุ 82 ปี
พุทธคุณ: เด่นทางด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ และการเพิ่มพูน ทรัพย์สิน ตามชื่อรุ่น

ประวัติหลวงพ่อเปลี้ย คุณสัมปันโน (พอสังเขป)
หลวงพ่อเปลี้ย อดีตเจ้าอาวาส วัดชอนสารเดช ต.ชอนสารเดช อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี มีนามจริงว่า "ผ่อง" นามสกุล โพธิ์นอก เป็นบุตร นายชุ่ม นางคำ โพธิ์นอก (แต่โดยทั่วไปชาวบ้านจะเรียกท่านว่า หลวงพ่อเปลี้ยเพราะขาท่านลีบหนึ่งข้าง ซึ่งท่านเดินได้ปกติ)

หลวงพ่อเปลี้ย เกิดวันที่ ๔ พฤศจิกายน พ.ศ ๒๔๕๗ ที่บ้านดอนเปล้า อ.คง จ.นครราชสีมา

บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดบ้านเหลี่ยม ต.วัดโพธิ์ อ.คง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๔๗๔ เมื่ออายุได้ ๑๗ ปี เจ้าอธิการช้าง เป็นพระอุปัชฌาย์

อุปสมบท วันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๔๗๗ เมื่ออายุครบ ๒๐ ปี ที่วัดบ้านค้าย อ.เมือง จ.ชัยภูมิ พระครูวิจิตร เป็นพระอุปัชฌาย์ เจ้าอธิการแบน กรรมวาจาจารย์ พระมหาบัว เป็นอนุสาวนาจารย์

วัตถุมงคล ของหลวงพ่อเปลี้ย เริ่มสร้างปี ๒๕๑๘ คือเหรียญรุ่นแรก หรือเรียกกันว่า "เหรียญ ลูกเสือชาวบ้าน แล้วก็ยังมีอีกหลายรุ่น ล้วนแต่มีประสบการณ์ทุกรุ่น แต่รุ่นที่ทำให้หลวงพ่อเปลี้ยเป็นที่รู้จัก ก็คือ "เหรียญทศบารมี ๓๘ หรือที่เรียกกันว่า" เหรียญ ปืนแตก"ส่วนเครื่องรางที่โด่งดัง ก็คือ" ลิงฮา"

หลวงพ่อเปลี้ย ท่านมรณภาพ เมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๔๐ สิริรวมอายุได้ ๘๒ ปี ๕ เดือน ๒ วัน

ประสบการณ์ นายดาบตำรวจหนังเหนียว
หลังจากหลวงปู่เปลี้ยมรณภาพไปเมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๔๐ เพียงไม่กี่วันเท่านั้น นสพ.ท้องถิ่น สร้างสรรค์ ลพบุรี ก็ลงข่าวใหญ่ประจำฉบับ นายดาบตำรวจปล้ำจับคนร้าย ถูกคนร้ายล้วงปืนออกมากดปากลำกล้องใส่ท้องของนายดาบตำรวจ แล้วเหนี่ยวไก ๒ นัด ลั่นโป้งทุกนัด .. กระสุนดี ไม่ด้าน แต่กระสุนไม่เข้าหนังนายดาบตำรวจทั้ง ๒ นัด หลังจากนั้นกำลังใจก็มา ปล้ำแย่งปืนคนร้ายได้ และจับกุมคนร้ายได้สำเร็จ นายดาบตำรวจท่านนี้ แขวนเหรียญเจ้าสัวของหลวงปู่เปลี้ย ถ้าผู้ใดสงสัยให้สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้กับตัวนายดาบเองก็แล้วกัน ท่านผู้นี้นามว่า นายดาบเรืองยุทธ สมุทราห์ ประจำอยู่ที่ สน.หนองม่วง ใกล้ๆวัด

นี่เป็นส่วนหนึ่ง ของการยกตัวอย่าง ซึ่งยังมีตัวอย่างอยู่มากมาย แต่เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ ประเภทรถชน รถคว่ำที่ปรากฏกันทั่วๆไป พอจะพิสูจน์คำว่าเหมือนกันของหลวงปู่เปลี้ยได้ชัดเจนไหม ใครไปถึงวัดพร้อมกับความตั้งใจจะเอาเหรียญทศบารมี 38 แต่ผิดหวังก็อย่ามองข้ามเหรียญรุ่นอื่นๆที่ยังเหลืออยู่ ซึ่งแม้ว่าจะเหลืออยู่ก็ไม่มาก เท่าที่ทราบในขณะนั้น แทบจะหมดแล้วเกือบทุกรุ่น เข้าใจว่าที่เหลืออยู่น่าจะเป็นเหรียญนั่งพาน ที่เรียกว่า รุ่นเพิ่มทรัพย์ ปี 2537 เป็นเหรียญที่มีความสวยงามอีกรุ่นหนึ่ง

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บพระ

09/10/2026

เหรียญนั่งพาน รุ่นแรก
หลวงพ่อเกตุ จิตฺตสาโร
วัดเกาะหลัก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปี 2537
รุ่นแซยิด ๖ รอบ ๗๒ ปี เนื้อทองแดงผิวไฟ

จัดสร้างในวาระโอกาสที่ หลวงพ่อเกตุมีอายุครบ 6 รอบ 72 ปี โดยใชัรูปแบบ "เหรียญนั่งพาน"ซึ่งได้รับความนิยมมาก ด้านหลังเสริมด้วยพลังลึกลับ พระปิดตามหาอุตม์ "สุริยัน-จันทรา"เพื่อความเข้มขลีงเอกอุพูนทวี

เหรียญ "นั่งพาน"หลวงพ่อเกตุ รุ่นแรก บรรจงสร้างอย่างงดงามปราณีตด้วยฝีมือช่างระดับชั้นบรมคูร และเจาะจงให้เหรียญมีความหลาเป็นพิเศษ สำหรับรองรับ พทุธานุภาพ ไสยเวทอาคมที่หลวงพ่อ ถ่ายทอดประจุพลัง อย่างเปี่ยมล้นครบถ้วน ตลอดระยะเวลาปลุกเสกเดี่ยว 9 วัน 9 คืน

ประวัติ
พระราชวิสุทธิคุณ
หลวงพ่อเกตุ จิตฺตสาโร
วัดเกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์

พระวิสุทธาจารคุณ เดิมชื่อ เกตุ วงษ์แหวน เกิดวันอังคาร แรม 15 ค่ำ เดือน 10 ปีกุน วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2466 บิดาชื่อนายเหลือ วงษ์แหวน มารดาชื่อนางเสริม วงษ์แหวน อุปสมบทเมื่อวันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ.2486 ณ วัดวังยาว ตำบลกุยบุรี อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประชาชนทั่วไปเรียกท่านว่า “หลวงพ่อเกตุ”

วิทยฐานะ ที่สำคัญ มีดังนี้
1. จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดโตนดหลวง ตำบลบางเก่า อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี พ.ศ.2478
2. สอบได้นักธรรมชั้นเอกในสำนักเรียน วัดเกาะหลัก อำเภอเมืองฯ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
3. การศึกษาพิเศษ และชำนาญวิชาช่างไม้ ช่างปูน ช่างศิลป์ วิชาโหราศาสตร์ และการแพทย์แผนโบราณ
4. มีความชำนาญด้านการเทศน์ทำนอง (แหล่) ในเรื่องชาดกต่างๆ และการสวดทำนองสังคะหะ

ผลงาน งานด้านการปกครอง เมื่อได้อุปสมบทแล้ว ได้ช่วยเหลือ งานของคณะสงฆ์ด้วยความอุตสาหะ ได้รับการแต่งตั้งให้มีตำแหน่งสำคัญเรียงตามลำดับดังนี้
- พระฐานานุกรม ที่พระปลัด
- พระกรรมวาจาจารย์
- รองเจ้าอาวาสวัดเกาะหลัก
- เจ้าอาวาสวัดกุยบุรี
- เจ้าอาวาสวัดเกาะหลัก ปี 2511
- เจ้าคณะอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์
- เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2529

หลวงพ่อเกตุ นับได้ว่าเป็นศิษย์เอกสายตรงของหลวงพ่อเปี่ยม วัดเกาะหลัก หนึ่งในพระเกจิสมัยสงครามอินโดจีนและสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งทหารไทยที่ออกรบในสมัยนั้นในพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกมีการปะทะกับทหารไทยอย่างดุเดือด ทหารสมัยนั้นที่มีของดีจากหลวงพ่อเปี่ยม วัดเกาะหลัก ได้รับฉายาว่าทหารผี เพราะญี่ปุ่นทั้งยิงทั้งฟันไม่เข้า เป็นเรื่องที่เล่าขานกันมาแต่อดีต

สำหรับหลวงพ่อเปี่ยม นับเป็นปรมาจารย์องค์หนึ่งของเมืองนี้และมีชื่อเสียงที่สุด เป็นหนึ่งในเกจิ 108 รูปที่ได้เข้ามาปลุกเสกพระที่วัดราชบพิธในช่วงประมาณปี 2481 หลวงพ่อเปี่ยม เลื่องลือด้านวิชาอาคมและด้านโหราศาสตร์ยากที่ใครจะเทียบ แม้แต่สมเด็จสังฆราช (อยู่) วัดสระเกศ ผู้ที่มีชื่อเสียงด้านโหราศาสตร์ (หลวงปู่เริ่ม วัดจุกกระเชอ เคยเรียนวิชาโหราศาสตร์) ยังขอเรียนวิชาด้านโหราศาตร์บางอย่างจากหลวงพ่อเปี่ยม

หลวงพ่อเกตุ ได้จำพรรษาอยู่วัดวังยาวในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ต่อมาได้ย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดเกาะหลักเพื่อเรียนวิชากับหลวงพ่อเปี่ยม หลวงพ่อเกตุ เป็นพระที่ความสามารถทั้งการปกครองและพัฒนา จนได้รับความไว้วางใจจากคณะสงฆ์ เป็นเจ้าอาวาสวัดเกาะหลัก และเป็นเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นอกจากนี้หลวงพ่อเกตุ ยังเป็นอาจารย์ท่านหนึ่งของหลวงพ่อยิด วัดหนองจอก เพราะเป็นพระอุปัชฌาย์ ในตอนที่หลวงพ่อยิด กลับมาบวชครั้งที่สอง

หลวงพ่อเกตุ ได้มรณภาพลงด้วยอาการสงบ ด้วยโรคไตวาย เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2542 ณ โรงพยาบาลราชวิถี สิริอายุ 76 ปี เป็นเถราจารย์อีกรูปหนึ่งที่ร่างกายไม่เน่าเปื่อยหลังจากมรณภาพแล้ว

หลวงพ่อเกตุมีชื่อเสียงอย่างมากในการสร้างวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมในหมู่นักสะสมพระเครื่อง โดยรุ่นเด่น ๆ ได้แก่:
-เหรียญนั่งพานรุ่นแรก: จัดสร้างในปี พ.ศ. 2537
ในวาระฉลองอายุครบ 6 รอบ (72 ปี)
-พระกริ่งสะท้านไตรภพ: จัดสร้างในปี พ.ศ. 2529
-พระปิดตามหาอุตม์เจ้าสมุทร: จัดสร้างในปี พ.ศ. 2527
-เหรียญรุ่นสยบอาก้า และวัตถุมงคลอื่น ๆ
ที่ขึ้นชื่อเรื่องประสบการณ์ ซึ่งเป็นที่นิยมมากในหมู่นักนิยมพระเครื่อง และในหมู่ข้าราชการทหาร ตำรวจและประชาชนทั่วไป มีประสบการณ์เรื่องเมตตา แคล้วคลาด และคงกระพัน

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บพระ

08/10/2026

พระรูปเหมือนใบโพธิ์
หลวงพ่อขอม อนิโชภิกขุ
วัดไผ่โรงวัว (วัดโพธาราม) สุพรรณบุรี 2505
หลวงพ่อขอม ท่านจะเดินจงกรมอธิษฐานจิตปลุกเสกไปด้วยตลอดเวลา จนกว่าพระจะเผาเสร็จ หลวงพ่อมุ่ย,หลวงพ่อกวย ร่วมปลุกเสก (มีลงในหนังสือประวัติหลวงพ่อกวย)

หลวงพ่อขอม ท่านมักได้รับนิมนต์ไปร่วมพิธีอธิษฐานจิตปลุกเสกในงานพุทธาภิเษกตามวัดต่างๆ จนนับครั้งไม่ถ้วน ยิ่งงานใหญ่ๆ ต้องมีท่านด้วยเสมอ ขณะไปปลุกเสกในการสร้างพระให้วัดอื่นๆ ท่านมีปณิธานว่า จะสร้างพระจำนวนโกฏิ (สิบล้านองค์) โดยเริ่มสร้างตั้งแต่ปี ๒๔๗๓ จนถึงปี ๒๕๐๐ จำนวนการสร้างไม่แน่ชัด แต่ทราบเพียงว่า ท่านก็ยังสร้างอีกเรื่อยมา มีจำนวนหลายร้อยตุ่ม แม้จะสร้างมาก แต่พระของท่านก็มีประสบการณ์ดีเช่นกัน คือ คนนำไปลองยิงแล้วมีผลเป็นมหาอุดด้วย

นับตั้งแต่พระขอมได้บวชเป็นพระสงฆ์ ท่านมีความตั้งใจมั่น ดังที่เรียกว่ามโนปณิธาน เรื่องนี้ท่านกล่าวกับผู้ใกล้ชิดว่า “... อาตมาได้ฟังพระท่านเทศน์ว่า บุคคลผู้ใดเลื่อมใส ได้สร้างพระพุทธรูป จะเล็กเท่าต้นคาก็ดี โตกว่าต้นคาก็ดี ผู้นั้นจะได้เป็นพรหม เป็นอินทร์ หมื่นชาติแสนชาติ ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ก็จะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ หมื่นชาติแสนชาติ ผู้นั้นจะไม่เป็นผู้ตกต่ำเลย จนตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน ถ้าผู้ใดสร้างพระพุทธรูปด้วยทองคำ ผู้นั้นจะได้เกิดเป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า...” ด้วยมโนปณิธานนี้เอง ทำให้ท่านขอมคิดเริ่มสร้าง พระพุทธโคดม ด้วยทองสัมฤทธิ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พ. ศ. ๒๕๐๐ หลวงพ่อขอมเริ่มบอกบุญแก่ญาติโยม ใช้เวลา ๒ ปี กว่าจะเริ่มสร้างได้ เนื่องจากเป็นงานใหญ่นั่นเอง ถึงต้องใช้เวลาสร้างทั้งหมด ๑๒ ปี จนแล้วเสร็จ พ.ศ. ๒๕๑๒

พระครูอุภัยภาดาทร
หลวงพ่อขอม อนิโชภิกขุ วัดไผ่โรงวัว จ.สุพรรณบุรี ยอดพระเกจิอาจารย์แห่ง จ.สุพรรณบุรี ท่านได้สร้างพระพุทธโคดมด้วยทองสัมฤทธิ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังได้สร้างถาวรวัตถุและสิ่งก่อสร้างเกี่ยวกับพระพุทธศาสนามากมายเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานให้แก่คนรุ่นหลัง ได้ศึกษาเรื่องราวของพุทธประวัติ นอกจากงานก่อสร้างแล้วหลวงพ่อขอมท่านก็ยังเป็นนักเขียน นักแต่งที่มีความสามารถไม่ยิ่งไม่หย่อนไปกว่าด้านงานก่อสร้าง

นับตั้งแต่หลวงพ่อขอม สละเพศฆาราวาสมาสู่พระพุทธศาสนา ท่านมีความตั้งใจมั่น ดังที่เรียกว่ามโนปณิธานเรื่องนี้ท่านกล่าวกับผู้ใกล้ชิดว่า..อาตมาได้ฟังพระท่านเทศน์ว่า บุคคลผู้ใดเลื่อมใส ได้สร้างพระพุทธรูป จะเล็กเท่าต้นคาก็ดี โตกว่าต้นคาก็ดี ผู้นั้นจะได้เป็นพรหม เป็นอินทร์ หมื่นชาติแสนชาติ ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ก็จะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์ หมื่นชาติแสนชาติ ผู้นั้นจะไม่เป็นผู้ตกต่ำเลยจนตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน ถ้าผู้ใดสร้างพระพุทธรูปด้วยทองคำ ผู้นั้นจะได้เกิดเป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ด้วยมโนปณิธานนี้เองทำให้ท่านขอมคิดเริ่มสร้างพระพุทธโคดมด้วยทองสัมฤทธิ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พ.ศ. 2500 ท่านขอมก็เริ่มบอกบุญแก่ญาติโยมใช้เวลา 2 ปีกว่าจะเริ่มสร้างได้ เนื่องจากเป็นงานใหญ่นั่นเอง ถึงต้องใช้เวลาสร้างทั้งหมด 12 ปีด้วยกัน จนแล้วเสร็จ พ.ศ. 2512 หลังจากนั้นท่านขอมก็เริ่มสร้างสิ่งก่อสร้างอีกหลายอย่างอาทิเช่น สังเวชนียสถาน 4 ตำบล แดนสวรรค์ นรกภูมิ เมืองกบิลพัสดุ์และอีกหลายๆ อย่างด้วยกันดังที่เห็นกันอยู่กันเท่าทุกวันนี้

วันที่ ๗ มกราคม ๒๕๓๓ เวลา ๑๖.๕๕ หลวงพ่อขอมก็มรณภาพลงด้วยโรคหัวใจล้มเหลว รวมสิริอายุ ๘๘ ปี พรรษา ๖๘ ทำให้นึกถึงคำปฏิญาณของหลวงพ่อขอม ที่ท่านได้กล่าวไว้ ๕ ข้อ คือ

๑. ชีวิตของเราที่เหลือ ขอช่วยพระพุทธองค์ไปจนตาย ๒.เมื่อมีชีวิตอยู่ ถ้าเรามีเงินส่วนตัวสัก ๑ บาท เราจะอายพุทธบริษัทเป็นอย่างยิ่ง ๓.เราจะให้รูปพระองค์เกลื่อนไปในพื้นธรณี ๔.โอ...โลกนี้ไม่ใช่ของฉัน และ ๕.เราต้องตาย ตายใต้ผ้าเหลืองของเรา

ผลงานของท่านปรากฏอยู่หลายเรื่องเฉพาะ ที่จัดพิมพ์แจกเป็นธรรมทานไปแล้วก็มีเรื่อง ธรรมฑูตเถื่อน พุทธไกรฤกษ์ สมถะและวิปัสสนา ทางด้านวัตถุมงคลที่ท่านอฐิตฐานจิตปลุกเสกนั้น พุทธคุณสูงและโดดเด่นทางด้าน คงกระพันชาตรี แคล้วคลาดกันภัย โชคลาภค้าขาย เมตตามหานิยม

ขอขอบคุณข้อมูลจาก new-amulet

05/10/2026

เหรียญพระชัยหลังช้าง
เหรียญดังพิธีดีอีกเหรียญหนึ่ง
เป็นเหรียญที่ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ แห่งวัดสามพระยา กรุงเทพมหานคร ในนามคณะสงฆ์ได้ดำเนินการจัดสร้างขึ้น สืบเนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ 60 พรรษา ในปี พ.ศ.2530

เป็นเหรียญปั๊มด้านหน้าเป็นรูปพระชัยวัฒน์ ที่เรียกกันว่า “พระชัยหลังช้าง” ด้านหลังเป็นพระปรมาภิไธยย่อ “ภปร.” มีอักษรปรากฏบนเหรียญว่า “5 ธันวาคม 2530” และ “คณะสงฆ์สร้างในมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ” มีเนื้อทองคำ, เนื้อเงิน, เนื้อนาค และเนื้อกะไหล่ทอง

หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง ท่านเคยกล่าวไว้กับลูกศิษย์ของท่านว่า เหรียญพระชัยหลังช้างนี้เป็นเหรียญที่มีพุทธานุภาพดีมาก เพราะมีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์เต็มเปี่ยม และได้เล่าประวัติพระชัยหลังช้างไว้ว่า เป็นพระที่ ร.๑ ท่านบูชาประจำพระองค์ มาตั้งแต่สมัยชื่อด้วงแล้ว ต่อมาก็เป็นแม่ทัพ เวลาจะรบกับข้าศึกก็เอาไปด้วย บูชาประจำพระองค์เลย ออกรบแต่ละครั้ง ร.๑ ท่านไม่เคยแพ้ใคร ฉนั้นเวลาจะบูชา หลวงพ่อท่านให้อธิฐานว่า “ร.๑ ไม่เคยแพ้ใครฉันใด ขอเราเป็นผู้ชนะแบบ ร.๑” อธิฐานอย่างนี้ยิ่งดีใหญ่เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “อย่าให้แพ้ความยากจน” เราจะได้รวยๆๆ

พิธีพุทธาภิเษกใหญ่ ครั้งแรก
วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๓๐ เวลา ๑๓ .๑๙ น.
ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร โดยมี ฯพณฯ ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ประธานองคมนตรี เป็นประธานในพิธี สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธานจุดเทียนชัย
สมเด็จพระญาณสังวร เป็นประธานดับเทียนชัย มีพระภาวนาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ จากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ จำนวน ๕๙ รูป นั่งปรกบริกรรมพระคาถา และเจริญสมาธิภาวนาเป็นเวลาติดต่อกันกว่า ๕ ชั่วโมง

ประธานจุดเทียนชัย
สมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิตรฯ
ประธานดับเทียนชัย
สมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร

พระเจริญพระพุทธมนต์
สมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร
สมเด็จพระวันรัต วัดโสมนัสวิหาร
สมเด็จพระธีรญานมุนี วัดปทุมคงคา
พระวิสุทธาบดี วัดไตรมิตรวิทยาราม
พระพุทธพจนวราภรณ์ วัดราชบพิตรฯ
พระพุทธิวงศมุนี วัดเบญจมบพิตร
พระพรหมคุณาภรณ์ วัดสระเกศฯ
พระพรหมมุณี วัดนรนาถฯ
พระธรรมปิฎก วัดชนะสงคราม
พระธรรมดิลก วัดบวรนิเวศวิหาร

พระมหานาค ๔ รูปสวดพุทธาภิเษก
พระครูพิทักษ์ธุรกิจ วัดบวรนิเวศวิหาร
พระมหาถาวร วัดบวรนิเวศวิหาร
พระมหาแสวง วัดบวรนิเวศวิหาร
พระอาจารย์เสน่ห์ วัดบวรนิเวศวิหาร

พระมหานาค ๔ รูปสวดพุทธาภิเษก
พระครูพิทักษ์ธุรกิจ วัดบวรนิเวศวิหาร
พระมหาถาวร วัดบวรนิเวศวิหาร
พระมหาแสวง วัดบวรนิเวศวิหาร
พระอาจารย์เสน่ห์ วัดบวรนิเวศวิหาร

พระมหานาค ๔ รูป
สวดภาณวาร สวดจตุเวสทิพยมนต์
พระครูศรีชยาภรณ์ วัดสุทัศน์ฯ
พระครูศัพทสุนทร วัดสุทัศน์ฯ
พระมหานิพนธ์ (เขมโก) วัดสุทัศน์ฯ
พระมหาสุนทร (ญานสุนทโร) วัดสุทัศน์ฯ
พระนั่งภาวนาจารย์ สวดบริกรรม
พระญานโพธิ (เข็ม) วัดสุทัศน์ฯ
พระครูอมรโฆษิต (จันทร์) วัดสุทัศน์ฯ
พระครูสุนทรธรรมวัตร วัดสุทัศน์ฯ
พระโพธิญานเถระ วัดโพธินิมิตร
พระเทพศีลวิสุทธ์ วัดอรุณฯ
พระโสภณวราภรณ์ วัดอรุณฯ
พระญานสมโพธิ์ (ขวัญ) วัดอรุณฯ
พระอาจารย์เพิ่ม (สุวโจ) วัดจักรวรรดิ์ราชาวาส
หลวงปู่เมฆ วัดลำกระดาน
พระครูปริยัติคุณาธาร (อัมพร) วัดชนะสงคราม
พระปริยัติมุนี (ชูศักดิ์) วัดหงส์รัตนาราม
พระสิริวัฒน์วิสุทธิ์ วัดราชผาติการาม
พระครูภาวนานุวัตร วัดปากน้ำ
พระวัชรธรรมาภรณ์ วัดตรีทศเทพฯ
พระครูสันติวรญาน (สิม) วัดถ้ำผาปล่อง
พระครูพนมสมณกิจ (บัว) วัดหลักศิลา
พระครูธรรมกิจโกศล (นอง) วัดทรายขาว
พระครูปลัดสัมพิพัท (ไพบูลย์) วัดรัตนวราราม
พระอุดมสังวรวิสุทธิเถร วัดป่าอุดมสมพร
พระครูกิตติวัฒนคุณ (เพิ่ม) วัดวชิราลงกรณ์ฯ
พระอุดมสังวรเถร (อุตตะมะ) วัดวังค์วิเวการาม
พระครูญานวรกิจ (กล้วย) วัดหมูคุต
หลวงพ่อฟู วัดบางสมัคร
หลวงพ่อเม็ด วัดบึงกระจับ
หลวงพ่อยงยุทธ วัดเขาไม้แดง
หลวงปู่ม่น วัดเนินตามาก
หลวงปู่ทองอินทร์ วัดหนองเกตุใหญ่
พระครูนนทวรคุณ (เกิน) วัดบางค้อ
พระครูนนทนสมณวัตร (เหรียญ) วัดบางระหง
พระเทพญานกวี วัดเขมาภิรตาราม
พระราชโมลี วัดทินกรนิมิต
พระครูนนทวัตรวิบูลย์ วัดบางอ้อยช้าง
พระครูนนทสิทธิการ (ประสิทธิ์) วัดไทรน้อย
พระครูฐาปนกิจสุนทร (เปิ่น) วัดบางพระ
พระครูเกษมนวกิจ (เต้า) วัดเกาะวังไทร
พระครูปริมานุรักษ์ (พูล) วัดไผ่ล้อม
พระครูเกษมธรรมนันท์ (แช่ม) วัดดอนยายหอม
พระครูสาธุกิจวิมล (เล็ก) วัดหนองดินแดง
หลวงพ่อไสว วัดปรีดาราม
พระครูวิเศษภัทรกิจ (ทองใบ) วัดสายไหม
พระครูสาธรพัฒนกิจ (ลมูล) วัดเสด็จ
พระวินัยโสภณ วัดจันทรกระพ้อ
พระอาจารย์ชื้น พุทธสาโร วัดญานเสน
พระอดุลธรรมเวที วัดบรมวงศ์
พระครูสิริปุญญาทร วัดตูม
พระครูสังฆรักษ์ (เฉลิม) วัดพระญาติฯ
พระราชวรานุวัตร วัดนิเวศธรรมประวัติ
พระครูปลัดพรหม วัดขนอนเหนือ
พระครูอาทรธรรมนิเทศก์ (ทองอยู่) วัดท่าเสา
พระครูโกวิทสมุทรคุณ (เนื่อง) วัดจุฬมณี
พระครูสมุทรวิจารย์ (คลี่) วัดประชาโฆษิตาราม
พระครูสมุทรธรรมกิจ (หยอด) วัดแก้วเจริญ
พระครูภาวนาวิสุทธิ์ (จรัญ) วัดอัมพวัน
หลวงปู่เริ่ม วัดจุกกระเฌอ

พิธีพุทธาภิเษกใหญ่
ครั้งที่ ๒ วันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๓๐
มีสมเด็จพระราชาคณะที่ร่วมปลุกเสกอีก คือ
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดสามพระยา
สมเด็จพระวันรัต วัดโสมนัสวิหาร
สมเด็จพระธีรญาณมุนี วัดปทุมคงคา
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) วัดสระเกศ
หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง
พระมหาวีระ ถาวโร (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) วัดท่าซุง
หลวงปู่ศรี วัดป่ากุง
หลวงพ่อชื้น วัดญาณเสน
พระครูสันติวรญาณ (สิม) วัดถ้ำผาปล่อง
พระอุดมสังวรเถร (อุตตมะ) วัดวังก์วิเวการาม
พระครูฐาปนกิจสุนทร (เปิ่น) วัดบางพระ
หลวงปู่ม่น วัดเนินตาหมาก
พระครูเกษมธรรมนันท์ (แช่ม) วัดดอนยายหอม
พระครูปริมานุรักษ์ (พูล) วัดไผ่ล้อม จังหวัด

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บพระ

04/10/2026

พระปิดตาลอยองค์
หลวงพ่อเขียว อินฺทโชโต
วัดระเว จ.นครราชสีมา พิมพ์เล็ก
รุ่นสุริยคราส เนื้อผงคลุกรัก สอดตะกรุดเงิน
เป็นวัตถุมงคลยอดนิยม ที่ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ และมีประสบการณ์สูง

“พระปิดตาวัดระเว” เป็นวิชาของโบราณาจารย์ที่ตกทอดสืบกันมานานแล้ว ซึ่งได้บันทึกไว้ใน “คัมภีร์” ใบลานเก่าแก่ เป็นวิชาหาผู้ที่ทำได้ยากมาก เพราะเป็นวิชาโบราณ มีขั้นตอนในการทำที่ยุ่งยากมากๆๆๆ โดยท่านบอกว่า “พระปิดตา” ของท่านนั้นแรงมากๆ ปลุกเสกให้เน้นหนักไปทางด้านมหาเสน่ห์ และด้านเรียกโชคลาภเงินทองทำมาค้าขาย โดยเฉพาะ เพราะเรื่องเสน่ห์ และเงินทองนั้น ท่านบอกว่า ต้องใช้ “วิชาสายวัดระเว” เท่านั้น ถึงจะเร็ว และแรง เห็นผลแบบทันตา เพราะวิชาของท่านนั้นแรงมากจริงๆ ประสบการณ์สูงมากจริงๆ

พระปิดตาวัดระเวองค์นี้ มีประสบการณ์สูงมาก เป็นที่สุดแห่งพุทธคุณสายเมตตาขั้นสูงสุด จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่อยากให้ตำแหน่งหน้าที่การงานเจริญเติบโตก้าวหน้า ควรมีไว้บูชาพกพาติดตัวไว้เป็นอย่างเนืองนิจ ทั้งผู้ที่นิยม และศรัทธา รวมไปถึงผู้นำ นักการเมือง นักการปกครอง ผู้บังคับบัญชา หรือ นักบริหารทุกระดับชั้น ข้าราชการทุกตำแหน่ง ทุกประเภทไม่ว่าชั้นผู้ใหญ่ ชั้นผู้น้อย นายทหารทุกเหล่าทัพ (โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติภารกิจอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้) ตำรวจ ครูบาอาจารย์ นักพูด นักขาย (ที่ต้องหายอดลูกค้า) นักเดินทางรอบโลก นักเจรจา ดารา นักร้อง นักแสดง เด็กเสี่ย ผู้ที่ต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นทุกประเภท นักกีฬาทุกประเภท นักทำมาหากินทุกอาชีพ มนุษย์เงินเดือน ผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ ผู้ที่ต้องแข่งขันกับผู้อื่น ไม่ว่าทั้งโดยตรง หรือโดยอ้อม ผู้มีอิทธิพล ผู้ที่มีศัตรูมากคอยจ้องคิดจะทำร้ายเราอยู่เสมอๆๆๆ พ่อค้า แม่ค้า ประชาชนทั่วไป ก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน ควรมีไว้บูชาเป็นอย่างยิ่ง

ประวัติและพุทธคุณโดยรวม
หลวงพ่อเขียว อินฺทโชโต วัดระเว เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองโคราช (จังหวัดนครราชสีมา) ที่มีความเชี่ยวชาญด้านคาถาอาคมสายลี้ลับ ตำรับโบราณ ทั้งเรื่องเมตตามหาเสน่ห์ และความแคล้วคลาด

หลวงพ่อเขียว อินฺทโชโต วัดระเว ท่านเก่งการลงนะหน้าทอง ท่านเป็นศิษย์ของหลวงพ่อใหญ่ วัดระเว ยอดพระเกจิเมืองโคราช ที่ในอดีตเคยเป็นศิษย์สายหลวงพ่อหมา วัดระเว เจ้าของพระปิดตาคลุกรัก พิมพ์หูกระต่าย เกจิร่วมสมัยกับหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์

หลวงพ่อเขียวท่านเก่งจริง โดยพระเครื่องของท่าน เน้นผสมเนื้อมวลสาร ท่านหาว่านเอง โขก สับ บดมวลสารเอง และกว่าจะสร้างพระได้แต่ละชุดใช้เวลานานมาก

หลวงพ่อเขียว ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ “สายเสน่ห์” ที่หาตัวจับได้ยากยิ่งแถมเก่งมากๆ ในเรื่องการลง “นะ หน้าทอง มหาเสน่ห์” นับเป็นจอมขมังเวทย์ขนานแท้ และเป็นเจ้าแห่งตำนานพระปิดตามหาเสน่ห์ ด้วยเช่นกัน

วัตถุมงคลของ หลวงพ่อเขียว วัดระเว
กล่าวสำหรับพระขุนแผนรุ่นแรกวัดระเว ของหลวงพ่อเขียว ก็คือขุนแผนช้างผสมโขลง ผงมวลสารหลัก ในการสร้างขุนแผนรุ่นนี้ ก็คือ “ผงใบโพธิ์กลางอากาศ” เป็นผงที่ได้จาก “ใบโพธิ์กลางอากาศ” ซึ่งผู้จะทำผงนี้ได้ ต้องไปนั่งบริกรรมคาถาใต้ “ต้นโพธิ์” และรอจนกว่า “ใบโพธิ์” จะร่วงลงมาเอง...

โดยการบริกรรมคาถา มิใช่ไปเด็ดมา เมื่อใบโพธิ์ร่วงหล่นมาแล้ว จึงใช้ คว้าใบโพธิ์ใบที่ร่วงหล่นมานั้นให้ได้ “กลางอากาศ” อย่าให้ใบโพธิ์นั้นหล่นลงพื้นดินเด็ดขาด เพราะจะทำให้ใบโพธิ์นั้นไม่เข้มขลังใช้ทำผงไม่ได้

เมื่อได้ใบโพธิ์ตามที่บันทึกกำหนดไว้ในคัมภีร์โบราณ จึงนำเอามาบดผสมรวมกับ“ผงมวลสารอาถรรพ์วิเศษ” อื่นๆ แล้วจึงนำมาผงที่ได้ทั้งหมดมาจัดสร้างขุนแผนรุ่นนี้

ขุนแผนช้างผสมโขลงรุ่นแรก มวลสารมหาเมตตา เข้มข้น เข้มขลัง ลือลั่นด้วยพุทธคุณ สุดยอดเเห่งเมตตามมหานิยม เมตตามหาเสน่ห์อย่างแท้จริง...!?!

ปิดตาจันทร์เพ็ญ หลวงพ่อเขียว แห่งวัดระเว เมตตาขั้นสูงสุด แรงมากๆๆๆ สุดยอดแห่งความปรารถนา ของลูกผู้ชายไทย น่าลองอย่างยิ่ง อำนาจพุทธคุณเด่นทางด้านเมตตา สตรีพ่าย มหาเสน่ห์รุนแรงมากๆๆๆ มวลสารสุดยอดจริงๆๆๆ

ส่วนในเรื่องเนื้อหามวลสารของพระปิดตาจันทร์เพ็ญองค์นี้ เนื้อหามวลสารนั้นจัดมากๆๆๆ และแรงมากๆๆๆ กล่าวคือ ได้จัดสร้างขึ้นด้วย “ผงมวลสารวิเศษ” ต่างๆ มากมายหลายชนิด หลายประเภทด้วยกัน อาทิเช่น จัดสร้างขึ้นด้วย “ผงวิเศษที่ได้มาจากเขียนยันต์ และลบยันต์ จำนวนอย่างละ 108ครั้ง” ซึ่งได้แก่ –ผงพุทธคุณ –ผงธรรมคุณ –ผงสังฆคุณ –ผงปถมัง –ผงมหาราช –ผงอิทธิเจ –ผงตรีนิสิงเห –ผงยอดพระคาถาอิติโสรัตนมาลา ผงอันได้มาจาก “มหาว่าน” ทางด้านต่างๆ อันได้แก่ -ผงว่านอาถรรพ์ 108ชนิด -ผงว่านทางด้านคงกะพัน 108ชนิด -ผงว่านทางด้านเมตตา 108ชนิด -ผงว่านทางด้านกามคุณต่างๆ และ -ผงว่านทางด้านเรียกโชค เรียกลาภต่างๆ อีกอย่างละ 108ชนิด เช่น ว่านเขียววันเพ็ญ ว่านมหาเศรษฐี ว่านเรียกทรัพย์ ว่านดูดทรัพย์ เป็นต้น ผงอันได้มาจาก “มหาว่านทางด้านเสน่ห์” ต่างๆ อันได้แก่ - ว่านสาลิกาลิ้นทอง 18แฉก – ว่านสาวรุมล้อมรัก – ว่านการะเวกหลงรัง - ว่านร่านสวาท - ว่านเสน่ห์เดือนเสน่ห์ปี - ว่านอุดมสตรี – ว่านพญาขุนแผนออกศึก – ว่านหลงไม่รู้ลืม - ว่าน 80แม่หม้ายตีกันเอง – ว่านยั่วเสน่ห์ - ว่านกระทืบใจนาง – ว่านกลืนหัวใจสาว – ว่านขุนแผนเคียงนาง – ว่านนางพ่าย – ว่านห้าแสนนางพัลวัน - ว่านมหาหลง 600ชนิด - ว่านโคตรดอกทอง 28ชนิด – ว่านนางล้อมเมือง – ว่านเจ้าครองเมือง - ว่านนะหน้าสังข์ทอง ฯลฯ เป็นต้น และนำ “ผงมวลสารวิเศษ” ต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น มากดพิมพ์เป็น “พระปิดตา” ขึ้น โดยมี “น้ำมันระเว” ซึ่งจัดสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ สูตรตำรับของ หลวงพ่อเขียว โดยเฉพาะ ไม่สามารถเปิดเผยได้ เป็นตัวประสาน

พุทธคุณพระปิดตา: เชื่อกันว่ามีอานุภาพครอบจักรวาล ทั้งคงกระพัน แคล้วคลาดจากภยันตราย และหนุนดวงชะตาด้านโชคลาภความมั่งคั่ง ค้าขายร่ำรวย

ขอบคุณข้อมูลจาก อ.วีรพล จ้อยทองมูล

03/10/2026

พระปิดตาตุ๊กตาเล็ก
หลวงปู่โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ
วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพฯ ปี ๒๕๒๑
เนื้อผงเกสร ไม่บรรจุตะกรุด สร้าง 3,108 องค์

พระปิดตาชุดนี้ทางวัดจัดสร้างขึ้นเองโดยมีพระเณรช่วยกันกดพิมพ์ลักษณะเป็นพระปิดตาแบบลอยองค์ มีรอยประกบข้างองค์พระ ขนาดองค์สูงประมาณ 2.3 ซม. สามารถวางตั้งยืนได้
หลวงปู่ใช้เวลาปลุกเสกพระปิดตาชุดนี้นานถึง 1 พรรษา

ด้านหน้า
ร่องระหว่างมือลึกชัด
นิ้วมือชัด แขนล่ำใหญ่
บางองค์กดพิมพ์ได้คมชัด เห็นเส้นเลือดขึ้นที่มือ

ด้านหลัง
ตัวหนังสือคมชัดเจน
ด้านหลังมียันต์นะ
ขอบด้านข้างเป็นรอยประกอบ

จำนวนสร้าง:
1. เนื้อผงเกสร
1.1) บรรจุตระกรุด จำนวน 1,014 องค์
1.2) ไม่บรรจุตระกรุด จำนวน 3,108 องค์
2. เนื้อผงใบลาน
บรรจุตระกรุดทุกองค์ จำนวน 10,809 องค์

พุทธคุณ: โดดเด่นในด้านเมตตาและโชคลาภ โดยเฉพาะทางการงานและการเงิน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก เอ็ม หัตถ์เทพ

ที่อยู่

ฉิมพลี
Taling Chan
10170

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ วัตถุมงคล__ตลิ่งชัน โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์

หมวดหมู่