12/09/2026
👻
เซ่งเต็กเบ่ว : รากแห่งศรัทธาประเพณีพ้อต่อบางเหนียว................
ในย่านบางเหนียว เมืองภูเก็ต มีศาลเจ้าเก่าแก่แห่งหนึ่งที่ผูกพันกับวิถีชีวิต ความเชื่อ และความทรงจำของชุมชนชาวจีนมาอย่างยาวนาน ศาลแห่งนี้รู้จักกันในชื่อ “ศาลเจ้าพ้อต่อก๊งบางเหนียว” หรือ “ศาลเจ้าเซ่งเต็กเบ่วกวนอิมไต่ซือ”
ความสำคัญของศาลเจ้าแห่งนี้ไม่ได้อยู่เพียงความเก่าแก่ของอาคาร หากแต่อยู่ที่การเป็นพื้นที่แห่งความศรัทธาและความทรงจำของชุมชน ในแต่ละปี เมื่อถึงเดือน 7 ตามปฏิทินจีน ศาลเจ้าแห่งนี้จะกลับมามีชีวิตชีวาจากงานประเพณีพ้อต่อ ผู้คนจากชุมชนจะมาร่วมประกอบพิธี นำอาหาร เครื่องเซ่นไหว้และขนมเต่ามาถวาย เพื่อแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษและอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับ
ด้วยบทบาทดังกล่าว ศาลเจ้าพ้อต่อก๊งบางเหนียวจึงเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของประเพณีพ้อต่อเมืองภูเก็ต และเป็นพื้นที่ทำพิธีกรรมของชุมชนที่ได้รับการสืบทอดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
#จากขุมเหมืองสู่พื้นที่แห่งศรัทธา
ศาลเจ้าแห่งนี้ถือเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนบ้านบางเหนียว หรือ บ้านบ่างเหลียว ชุมชนเก่าแก่ของเมือง ที่พื้นที่โดยรอบมีทั้งชุมชนประมง เหมืองแร่ ท่าเรือ และด่านศุลกากร เป็นเส้นทางติดต่อค้าขายที่มีบทบาทสำคัญเกี่ยวเนื่องกับเศรษฐกิจของเมืองภูเก็ต โดยชาวจีนฮกเกี้ยนถือเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างเครือข่ายชุมชนและวัฒนธรรมขึ้นในพื้นที่แห่งนี้
ตามคำบอกเล่าเดิมศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศาลเจ้าปุนเถ่าก๊งมาก่อน สร้างขึ้นเพื่อปกปักษ์รักษาชุมชนและการทำเหมืองแร่ดีบุกโดย อ๋องบุ้นเทียม หรือ จีนอ๋องเทียม และภรรยา นางเอี่ยวเอ่งหั้ว หรือ อำแดงหั้ว บุคคลทั้งสองถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในกิจการเหมืองแร่ในภูเก็ต โดยเฉพาะอำแดงหั้ว มีหลักฐานบันทึกว่า เมื่อวันที่ 29 เมษายน ร.ศ. 128 (พ.ศ. 2452) สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เสด็จทอดพระเนตรการทำเหมืองของท่านที่บ้านบางเหนียว
#ศาลเจ้าเก่าแก่
ตามประวัติศาลเจ้าแห่งนี้ไม่ได้ปรากฏปีที่สร้างไว้อย่างแน่ชัด แต่หลักฐานที่ยังคงอยู่ช่วยบอกเล่าความเก่าแก่ของสถานที่แห่งนี้ คือกระถางธูปเก่า มีจารึกระบุการสร้างในปีที่ 6 ในรัชสมัยจักรพรรดิกวังซฺวี่ แห่งราชวงศ์ชิง ตรงกับ พ.ศ. 2423 (ค.ศ. 1880) ขณะที่ ป้ายไม้โบราณ ระบุปีที่ 16 แห่งรัชสมัยเดียวกัน ตรงกับ พ.ศ. 2433 ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) หลักฐานทั้งสองชิ้นจึงทำให้เห็นว่า ศาลเจ้าแห่งนี้มีอายุมากกว่า 146 ปี ขณะที่คำบอกเล่าของผู้สูงอายุในชุมชนยังชี้ว่า พื้นที่แห่งนี้อาจมีความเป็นมาก่อนช่วงเวลาที่ปรากฏในหลักฐานดังกล่าว
#ศาลเจ้าเลิศกุศล
ชื่อ “เซ่งเต็กเบ่ว” มีความหมายว่า “ศาลเจ้าเลิศกุศล”
勝 = เลิศ / ชัยชนะ
德 = กุศลธรรม
廟 = ศาลเจ้า
ชื่อดังกล่าวมีความหมายสอดคล้องอย่างน่าสนใจกับบทบาทของศาลเจ้าในเวลาต่อมา เพราะพิธีกรรมที่เกิดขึ้น ณ สถานที่แห่งนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับการทำบุญ การเซ่นไหว้ การอุทิศส่วนกุศล และการระลึกถึงผู้ล่วงลับ
#จากปุ่นเถ่าก๊งและพระโพธิสัตว์กวนอิมสู่พ้อต่อก๊ง
จากเดิมที่เป็นศาลเจ้าปุนเถ่าก๊ง ต่อมาได้มีการอัญเชิญพระโพธิสัตว์กวนอิมมาประดิษฐานจึงเรียกว่า "เซ่งเต๊กเบ่วกวนอิมไต่ซือ" ก่อนที่จะมีการประกอบพิธีพ้อต่อ จึงมีการสร้างภาพแทนองค์ พ้อต่อก๊ง หรือ ไต่สือเอี๋ย ขึ้นภายในศาลเจ้า โดยในระยะแรกปรากฏเป็นภาพลายเส้น ก่อนจะได้รับการบูรณะเป็นภาพปั้นนูนต่ำที่เห็นในปัจจุบัน
องค์พ้อต่อก๊งมีรูปลักษณ์ที่น่าเกรงขาม แตกต่างจากภาพพระโพธิสัตว์กวนอิมที่ผู้คนคุ้นเคย แต่ในคติความเชื่อของชาวภูเก็ตเชื่อว่าพ้อต่อก๊งเป็นภาคหนึ่งของพระโพธิสัตว์กวนอิมที่ลงไปโปรดสัตว์และดูแลเหล่าวิญญาณในโลกหลังความตาย จึงมีบทบาทในการควบคุมและดูแลวิญญาณที่มารับส่วนกุศลในช่วงเทศกาลพ้อต่อ ในเชิงประติมานวิทยาเหนือเศียรขององค์พ้อต่อก๊งจึงปรากฏรูปพระโพธิสัตว์กวนอิมอยู่เสมอ
#งานพ้อต่อบางเหนียว
ในอดีตงานพ้อต่อเป็นช่วงเวลาของการประกอบพิธีกรรมตามคติความเชื่อของชุมชนชาวจีน เพื่อระลึกถึงบรรพบุรุษและผู้ล่วงลับ มีการนำอาหาร เครื่องเซ่นไหว้และขนมเต่าแดงมาถวาย แยกตามกลุ่มชุมชนและสมาคมต่าง ๆ สลับกันไป โดยศาลเจ้าพ้อต่อก๊งบางเหนียวเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของพิธีกรรมพ้อต่อในเมืองภูเก็ต
เมื่อชุมชนเติบโตขึ้น งานพ้อต่อค่อย ๆ ขยายจาก พิธีกรรมทางศาสนาและความเชื่อ ไปสู่กิจกรรมร่วมของชุมชน ผู้คนไม่ได้เพียงมาประกอบพิธี แต่ยังมาร่วมทำบุญ พบปะ สร้างความสัมพันธ์ และจัดกิจกรรมต่าง ๆ ควบคู่ไปกับงานประเพณี
มีเรื่องราวน่าสนใจว่าในปี พ.ศ. 2468 เมื่อโรงเรียนประชาบาลตำบลบางเหนียวต้องขยายอาคารเรียน หลวงพิทักษ์ทวีป นายอำเภอ และ นายสหาย เอกประดิษฐ์ ธรรมการอำเภอ ได้จัดหาเงินทุนจาก “งานเทศกาลสารทจีนประจำตำบลบางเหนียว” เพื่อนำมาใช้พัฒนาโรงเรียน เงินจากงานเทศกาลถูกนำไปก่อสร้างห้องเรียนเพิ่มอีก 2 ห้อง จากเดิม 3 ห้อง ทำให้โรงเรียนสามารถจัดเป็นห้องเรียน 4 ห้อง และห้องประชุม 1 ห้อง รองรับนักเรียนได้ประมาณ 150 คน
หลักฐานนี้สะท้อนให้เห็นว่า อย่างน้อยตั้งแต่ พ.ศ. 2468 งานเทศกาลสารทจีนของบ้านบางเหนียวไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรม หากยังเป็นพื้นที่ระดมทรัพยากรเพื่อประโยชน์ส่วนรวม โดยเฉพาะการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่ลูกหลานของชุมชน และทำให้งานพ้อต่อบางเหนียวกลายเป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ของเมืองภูเก็ตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีการจัดต่อเนื่องกัน 10 วัน 10 คืน ตั้งแต่ วันที่ 19 เดือน 7 จีน จนถึงวันสุดท้ายของเดือน 7
#จากงานของชุมชนสู่เทศกาลของเมืองท่องเที่ยว
เมื่อเข้าสู่ยุคปัจจุบันงานพ้อต่อบางเหนียวมีพัฒนาการไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของเมืองภูเก็ต จากงานที่มีศาลเจ้าและชุมชนเป็นศูนย์กลาง กลายเป็นงานประเพณีขนาดใหญ่ที่มีทั้งพิธีกรรม ขบวนแห่ขนมเต่า กิจกรรมทางวัฒนธรรม การแสดง การออกร้านและการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา และชุมชน
รูปแบบของงานจึงเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย จากพิธีกรรมของชุมชนสู่เทศกาลประจำปีที่เปิดกว้างและมีผู้คนหลากหลายกลุ่มเข้ามามีส่วนร่วม หากแต่หัวใจสำคัญยังคงเดิม คือ การระลึกถึงผู้ล่วงลับ ความกตัญญู การทำบุญ และการกลับมารวมตัวกันของผู้คน ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิตของเมืองภูเก็ต
อ้างอิง/อ่านเพิ่มเติม
1. กรมศิลปากร. (2544). วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดภูเก็ต. กรุงเทพฯ: คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ.
2. สภาวัฒนธรรมตำบลตลาดใหญ่. (2560). ชื่อบ้าน–นามเมืองในภูเก็จ. ภูเก็ต: สภาวัฒนธรรมตำบลตลาดใหญ่.
3. ปัทมาสน์ พิณนุกูล. (2563). “พ้อต่อ : รูปลักษณ์ทางคติความเชื่อแห่งประเพณีของบรรพบุรุษชาวจีนในจังหวัดภูเก็ต.” สักทอง : วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 26(3).
4. โรงเรียนเทศบาลบ้านบางเหนียว. (ม.ป.ป.). ประวัติโรงเรียนเทศบาลบ้านบางเหนียว. ภูเก็ต: โรงเรียนเทศบาลบ้านบางเหนียว.
5. จังหวัดภูเก็ต. (ม.ป.ป.). ประเพณีพ้อต่อจังหวัดภูเก็ต. ภูเก็ต: จังหวัดภูเก็ต.
6. หนังสือประวัติศาลเจ้าผ้อต่อก้ง
7. Teiser, S. F. (1988). The Ghost Festival in Medieval China. Princeton, NJ: Princeton University Press.
#เทศบาลนครภูเก็ตเพื่อประชาชน #ถ้าคุณรักภูเก็ตเรามาพัฒนาไปด้วยกัน #ประเพณีพ้อต่อ_2569 #ประเพณีแห่งการให้ #น้องแสนดี #ป่ายปั๋ว #พ้อต่อภูเก็ต #สารทจีนภูเก็ต