22/08/2026
รู้จัก “บี้ถ่ายบั๊ก” ขนมพื้นเมืองภูเก็ตของชาวเปอรานากัน คว้าแชมป์ อาหารถิ่น รสชาติ...ที่หายไป The Lost Taste 2569
"บี้ถ่ายบั๊ก" หรือ "ผีตายหวาก" เป็นขนมหวานชื่อแปลก ที่ไม่เป็นที่รู้จักและคุ้นเคยสำหรับคนในพื้นที่อื่นๆ แต่สำหรับคนภูเก็ตแล้ว บี้ถ่ายบั๊ก เป็นที่รู้จักและคุ้นเคยกับขนมพื้นเมืองชื่อแปลกนี้เป็นอย่างดี เพราะสืบทอดกันมาหลายรุ่น แต่มาช่วงหลังๆ ความนิยมรับประทาน บี้ถ่ายบั๊ก อาจจะลดน้อยถอยลงบ้าง ไม่เป็นที่รู้จักของคนรุ่นใหม่ ไม่ค่อยนิยมรับประทาน และมีคนทำน้อยลง
"บี้ถ่ายบั๊ก" หรือ “ผีตายหวาก” ขนมที่ใกล้จะเลือนหาย กลับมาสร้างความภาคภูมิใจให้ชาวภูเก็ต และพูดถึงอีกครั้ง ด้วยการคว้ารางวัลชนะเลิศคะแนนโหวตสูงสุดระดับประเทศ จากโครงการ ๑ จังหวัด ๑ เมนู เชิดชูอาหารถิ่น “รสชาติ…ที่หายไป (The Lost Taste)” โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม คว้ารางวัล Popular Vote 2026 จากโครงการ "๑ จังหวัด ๑ เมนู เชิดชูอาหารถิ่น" ไปครองได้อย่างภาคภูมิ
#สภาวัฒนธรรมเทศบาลนครภูเก็ต
#โครงการจัดเก็บมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ประจำปี ๒๕๖๙
บี๊ถ่ายบ๊าก (米汰目)
ตอนที่ ๑ ประวัติความเป็นมา
บี๊ถ่ายบ๊าก (米汰目) เป็นเมนูที่มีต้นกำเนิดมาจากชาวจีนแคะ(ฮากกา) อำเภอต้าปู้ เมืองเหมย์โจว มณฑลกวางตุ้ง (廣東省梅州市大埔縣) ทางตอนใต้ของจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งในอดีตเป็นสังคมเกษตรกรรมดั้งเดิม เป็นเมนูของว่างเพิ่มพลังงานภายหลังสิ้นสุดการเก็บเกี่ยวหรือปลูกข้าว เมื่อชาวจีนแคะอพยพย้ายถิ่นฐานไปยังไต้หวัน ฮ่องกง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิเช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ หรือแม้แต่ชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนในเมืองภูเก็ต พวกเขาได้นำเมนูอาหารชนิดนี้ติดตัวไปด้วย
ในอดีตชาวจีนแคะเรียกเส้นชนิดนี้ว่า “โล้จู้ป้าน (老鼠粄)” หรือ “โล้จู้ฟุ่น (老鼠粉)” แปลตรงตัวว่า “แป้งหนู” เนื่องจากลักษณะของเส้นที่มีหัวท้ายเรียวแหลมและตรงกลางอ้วนป่อง คล้ายกับหางหรือตัวหนู เมื่อเมนูนี้แพร่กระจายไปยังฮ่องกง จึงถูกเปลี่ยนชื่อให้ฟังดูน่ารับประทานขึ้นว่า “หง่านจ๊ามฝัน (銀針粉)” หรือ “บะหมี่เข็มเงิน” ส่วนในประเทศไทย ชาวจีนแต้จิ๋วได้เรียกขานเส้นชนิดนี้ว่า “เกี้ยมอี๋ (尖米圓)” ซึ่งแปลว่าเม็ดข้าวปลายแหลมนั่นเอง
ภายหลังเปลี่ยนชื่อมาเรียกตามอุปกรณ์การทำที่เป็นตะแกรงร่อนลอดรู เรียกเมนูนี้ว่า “บี๊ทายบั๊ก (米汰目)” ตามสำเนียงฮกเกี้ยน สำเนียงฮกเกี้ยนภูเก็ต (บาบ๋า) อ่านเป็น “บี๊ถ่ายบ๊าก” ส่วนสำเนียงภาษาจีนกลางทับเสียงภาษาฮกเกี้ยนเป็น “หมี่ไถมู่ (米苔目)”
อนึ่ง บี๊ถ่ายบ๊าก (米汰目) เป็นชื่อเมนูที่บ่งบอกกรรมวิธีของขนมชนิดนี้ กล่าวคือ คำว่า “บี๊ถ่าย (米汰)” แปลว่าตะแกรงร่อนข้าว และคำว่า “บ๊าก (目)” แปลว่าช่องหรือรู เมื่อรวมกันจึงแปลได้ว่า “ข้าวลอดช่อง”
สำหรับเมืองภูเก็ต สันนิษฐานว่า มีการนำเข้ามาโดยชาวจีนฮกเกี้ยนโพ้นทะเลที่มาตั้งรกรากในยุคเหมืองแร่ ปรุงเป็นเมนูของหวาน ซึ่งพบเห็นเมนูนี้ย่านชุมชนจีนฮกเกี้ยนตามหัวเมืองท่าชายฝั่งอันดามันและคาบสมุทรมลายู แต่มีลักษณะแตกต่างจากที่อื่น กล่าวคือ ตัวเส้นจะมีขนาดเท่ากันตลอด ไม่มีหัวท้ายเรียวแหลม ตรงกลางอ้วนป่อง และมีการใส่สีแดงลงไปในตัวเส้นบางส่วน บางส่วนคงไว้สีขาว เมื่อจะรับประทานจะผสมเส้นทั้งสองสีเข้าด้วยกัน ราดด้วยน้ำเชื่อมที่ใสด้วยกรรมวิธีเฉพาะ ตามด้วยน้ำแข็ง เป็นเมนูคลายร้อน และให้พลังงานจากแป้งและน้ำตาล
นอกจากนี้ เรายังพบเมนูของหวานนี้ตามเมืองท่าชายฝั่งภาคใต้ของไทย แต่มีลักษณะและชื่อเรียกแตกต่างกันไป อาทิ หนมผีตายหวาก หนมผีตายมาก หนมผีตายบาก หนมท่าบาก และหนมทากบาก
บี๊ถ่ายบ๊ากในปีนังและสิงคโปร์นิยมทานเป็นของคาวเช่นเดียวกัน อาทิ “บี๊ถ่ายบ๊ากทึ้ง (米汰目湯)” ซึ่งเป็นเมนูบี๊ถ่ายบ๊ากน้ำหรือซุป “ช่าบี๊ถ่ายบ๊าก (炒米汰目)” เป็นเมนูผัดบี๊ถ่ายบ๊ากลักษณะเดียวกับช่าก๋วยเตี๋ยวหรือก๋วยเตี๋ยวผัด พบได้ตามแผงขายอาหารริมทาง นอกจากนี้ ยังมีบี๊ถ่ายบ๊ากเส้นสดขายในซูเปอร์มาร์เก็ตให้ซื้อกลับไปปรุงที่บ้าน ซึ่งสามารถนำไปปรุงแบบก๋วยเตี๋ยวน้ำ หรือนำไปผัดเหมือนก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊วก็ได้ ส่วนเมนูของหวานจะพบมีการนำไปใส่เครื่องเคียงเหมือนเต้าทึง ใส่น้ำเชื่อมและน้ำแข็งบด
โดยทั่วไปเท่าที่พบเห็นมา มีข้อสังเกตคือ เมนูบี๊ถ่ายบ๊ากที่เป็นของคาวนั้นจะมีสีขาวเพียงสีเดียว ขณะที่บี๊ถ่ายบ๊ากที่ทานเป็นของหวานมักจะทำเป็นสองสี ส่วนใหญ่จะเป็นสีขาวกับสีแดงหรือชมพู ซึ่งเป็นสีมงคล
รวบรวมข้อมูล : สภาวัฒนธรรมเทศบาลนครภูเก็ต
#บี๊ถ่ายบ๊าก #ปุ้นเต่โก๊ย #อาหารพื้นเมืองภูเก็ต #ขนมพื้นเมืองภูเก็ต #ของหวานบ้านเรา #ชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต #กรมส่งเสริมวัฒนธรรม #กระทรวงวัฒนธรรม