หอศาสตราแสนเมืองฮอม

โทร เส้นทาง ติดต่อ พิพิธภัณฑ์

หอศาสตราแสนเมืองฮอม พิพิธภัณฑ์อาวุธโบราณล้านนา ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวชาติพันธุ์ไท และบ่อเหล็กเมืองลอง พิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้อาวุธโบราณ และการต่อสู้ป้องกันตัว

ทำทะเบียนวัตถุประเภทเครื่องราง ของขะหนัน เป๊ก แก้ว แสง ยันต์ ทนสิทธิ์ คือภารกิจหลักของศูนย์การเรียนรู้เวียงเชียงเหล็ก พิ...
06/10/2026

ทำทะเบียนวัตถุประเภทเครื่องราง ของขะหนัน เป๊ก แก้ว แสง ยันต์ ทนสิทธิ์ คือภารกิจหลักของศูนย์การเรียนรู้เวียงเชียงเหล็ก พิพิธภัณฑ์หอศาสตราแสนเมืองฮอมในช่วงนี้ หลักจากทำทะเบียนครั้งใหญ่รอบแรกในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งปัจจุบัน (พ.ศ.๒๕๖๙) วัตถุประเภทเครื่องรางของขะหนัน มีอยู่ประมาณ ๓๐๐ ชุด แบ่งเป็นรายวัตถุมากกว่า ๒๐๐๐ ชิ้น จากเดิมมีอยู่ ๑๒๔ ชุด โดยเครื่องรางของขะหนันส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่วัฒนธรรมความเชื่อล้านนา รัฐฉาน บางส่วนจากประเทศลาว และบางส่วนของภาคอีสาน โดยหลังจากทำทะเบียนวัตถุหมวดเครื่องรางของขะหนันเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะต่อเนื่องด้วยหมวดเอกสารโบราณที่มีอยู่มากกว่า ๑๐๐๐ ฉบับ

เนื่องในวันที่ ๑๙ กันยายนของทุกปี เป็นวันพิพิธภัณฑ์ไทย พิพิธภัณฑ์หอศาสตราแสนเมืองฮอม ขอนำเรื่องราวภูมิปัญญาการตีเหล็กทำอ...
19/09/2026

เนื่องในวันที่ ๑๙ กันยายนของทุกปี เป็นวันพิพิธภัณฑ์ไทย พิพิธภัณฑ์หอศาสตราแสนเมืองฮอม ขอนำเรื่องราวภูมิปัญญาการตีเหล็กทำอาวุธในท้องถิ่นเมืองลอง ที่มีการสืบทอดกันมาอย่างยาวนานถึง ๒๒๒ ปี เป็นอย่างน้อย (พ.ศ.๒๓๔๗ - ปัจจุบัน) โดยในปีพ.ศ.๒๕๖๗ ทางเวียงเชียงเหล็ก หอศาสตราแสนเมืองฮอม ได้เข้าไปสัมภาษณ์เรื่องราวและรับการสืบทอดองค์ความรู้จากปราชญ์ภูมิปัญญาเอาไว้ นำไปสู่การเชื่อมโยงข้อมูลทางประวัติศาสตร์ล้านนาและท้องถิ่นเมืองลอง ตลอดจนการฟื้นฟูภูมิปัญญาขึ้นอีกครั้งโดยกลุ่มช่าง ศาสตราวุธเวียงเชียงเหล็ก เมืองลอง ที่เป็นทายาทของช่างตีเหล็กเมืองลอง
ปณิธานของพิพิธภัณฑ์หอศาสตราแสนเมืองฮอม ตั้งใจเป็นมากกว่าแหล่งรวบรวมอาวุธโบราณล้านนา ให้เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ที่ได้รวบรวมภูมิปัญญาแขนงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นศิลปะการต่อสู้โบราณล้านนา ฟ้อนดาบ ฟ้อนเชิง เชิงมือ เชิงอาวุธ ศาสตร์การตีเหล็กทำอาวุธ ความเชื่อ โหราศาสตร์ และอื่น ๆ เพื่อเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้เข้ากับชุมชนและสังคมในวงกว้าง

18/09/2026

“เหล็กดีเหล็กเมืองลอง ตองดีตองเมืองพะเยา”

“ตับเหล็กเมืองลอง ตับตองเมืองน่าน”

ขอบพระคุณ ททท.แพร่ และสองปันปาแอ่ว ที่มาแอ่วครับ

หากใครเคยมีเยือนหอศาสตราแสนเมืองฮอม อาจเคยเห็น "ตูบปิ๊สสะหนูสี่ตน" หรือ "ศาลเจ้าพ่อเตาเหล็ก" ที่สืบทอดมาจากเมืองเชียงแสน...
11/09/2026

หากใครเคยมีเยือนหอศาสตราแสนเมืองฮอม อาจเคยเห็น "ตูบปิ๊สสะหนูสี่ตน" หรือ "ศาลเจ้าพ่อเตาเหล็ก" ที่สืบทอดมาจากเมืองเชียงแสน ตั้งอยู่ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์หอศาสตราแสนเมืองฮอม บทความนี้จะทำให้เห็นเส้นทางของภูมิปัญญาการตีเหล็กและปิ๊สสะหนูทั้งสี่ตน จากเมืองเชียงแสนถึงศูนย์การเรียนรู้เวียงเชียงเหล็ก ที่ดำเนินมายาวนานกว่า ๒๒๒ ปี

การเดินทางขององค์ความรู้การตีเหล็ก จากเชียงแสน ถึงศูนย์การเรียนรู้เวียงเชียงเหล็ก และการฟื้นคืนของสูตรทำดาบแบบเชียงแสน-เมืองลอง..
เป็นที่ทราบกันดีว่าเมืองเชียงแสนเป็นอีกหนึ่งเมืองสำคัญของล้านนามาตั้งแต่ราชวงศ์มังราย และมีบันทึกในตำนานพื้นเมืองที่กล่าวขานถึงบ่อเหล็กเมืองเชียงแสน ประกอบกับข้อมูลที่ทางเราลงเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเชียงแสนอพยพมาเป็นเวลานานกว่า ๑๐ ปี ทำให้ทราบว่าชาวเชียงแสน นอกจากงานสถาปัตยกรรม ผ้าทอ วรรณกรรม ยังมีความสามารถในการตีเหล็กและทำอาวุธ ..
หลังการล่มสลายของเมืองเชียงแสนในปี พ.ศ.๒๓๔๗ ชาวเมืองเชียงแสนถูกกวาดต้อนไปพร้อมกับทัพต่าง ๆ ที่ยกมาโจมตี โดยปรากฏหลักฐานประเภทคำให้การ ว่าช่างเหล็กที่ถูกกวาดต้อนมาจากเมืองเชียงแสนได้รับมอบหมายให้ทำเหล็กและอาวุธ เช่น กลุ่มเชียงแสนบ้านฮ่อมที่เชียงใหม่ต้องตีเหล็กทำดาบทำอาวุธส่งคุ้มหลวงนครเชียงใหม่ กลุ่มเชียงแสนบ้านนาตุ้มที่เมืองลอง(รวมทั้งเชียงแสนในบ้านอื่น ๆ ในเมืองลอง ก็ต้องถลุงเหล็กตีอาวุธเช่นกัน แต่กลุ่มใหญ่อยู่ที่นาตุ้ม)ต้องถลุงเหล็กลองและตีอาวุธส่งคุ้มหลวงนครลำปาง ..
ปี พ.ศ.๒๔๒๓ เจ้าหลวงเชียงใหม่มีพระราชดำริที่จะฟื้นฟูเมืองเชียงแสน จึงเกณฑ์ลูกหลานชาวเชียงแสนที่ถูกกวาดต้อนมาในปี พ.ศ.๒๓๔๗ ให้กลับไปฟื้นฟูเมืองเชียงแสน "นายมี" ซึ่งเป็นทายาทของชาวเชียงแสนในบ้านสวนดอก เมืองเชียงใหม่ ได้เดินทางกลับไปฟื้นฟูเมืองเชียงแสนด้วย ในขณะเดียวกัน เมืองลำปางได้ส่งชาวเชียงแสนในเมืองลองกลับไปฟื้นฟูเมืองเชียงแสนด้วย ทำให้ช่างตีเหล็กเชื้อสายเชียงแสนได้เดินทางกลับแผ่นดินที่บรรพชนจากมา..
หลังจากนายมีเดินทางกลับไปเมืองเชียงแสนพร้อมกับลูกหลานชาวเชียงแสนอีกจำนวนมาก นายมีได้เรียนตีเหล็กที่เมืองเชียงแสน คาดว่าได้เรียนกับช่างเหล็กที่เคยอยู่เมืองลอง เนื่องจากปรากฏนามหนึ่งในเจ้าพ่อบ่อเหล็กลองเป็นปิ๊สสะหนู(ผีประจำเตา) เมื่อนายมีได้มีครอบครัวลูกหลาน ได้ส่งบุตรชายคนโต ชื่อ "นายอ้าย" เดินทางกลับมาเยี่ยมญาติที่บ้านสวนดอก เมืองเชียงใหม่ ทว่า นายอ้ายได้แต่งงานกับภรรยาชาวเมืองจาง (บ้านกิ่ว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง) นายอ้ายซึ่งมีฝีมือการตีเหล็กและรับช่วงตีผีปิ๊สสะหนู ๔ ตนจากบิดา ทราบจากภรรยาว่าบริเวณเมืองลำปาง เมืองเมาะ เมืองจาง มีการใช้เหล็กคุณภาพจากเมืองลอง นายอ้ายจึงย้ายมาอยู่กับภรรยาที่บ้านกิ่ว เมืองจาง ..
ทศวรรษที่ ๒๔๕๐ นายอ้ายตัดสินใจย้ายมาบุกเบิกที่ดินใหม่ในเขตเมืองลอง เนื่องจากใกล้กับบ่อเหล็กลอง และเปิดสำนักสอนตีเหล็กขึ้นยังที่บริเวณนั้น นายอ้ายมีบุตรชายคนหนึ่งชื่อ "นายวันแก้ว" หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "น้อยคำอ้าย" เป็นผู้รับช่วงต่อในการตีเหล็กและสอนวิชาการทำเหล็กที่สืบทอดมาจากเมืองเชียงแสน นายอ้ายถึงแก่กรรมในปี พ.ศ.๒๕๔๕ พร้อมกับการหยุดตีเหล็กของนายวันแก้ว บุตรชาย ซึ่งในปี พ.ศ.๒๕๖๗ ทางศูนย์การเรียนรู้เวียงเชียงเหล็ก เข้าไปสัมภาษณ์และขอสืบสูตรการตีเหล็ก ทรงดาบ ทรงมีด สูตรเคล็ดลับต่าง ๆ องค์ความรู้ด้านอาวุธโบราณ พร้อมกับรับสืบทอดผีปิ๊สสะหนู ๔ ตน ที่สืบมาจากเมืองเชียงแสน ได้แก่ เจ้าข้อมือเหล็ก เจ้าเป๊กสะจา(หนึ่งในเจ้าพ่อบ่อเหล็กลอง อดีตเจ้าเมืองลองสมัยพระเจ้าติโลกราช และเป็นผีอารักษ์ใหญ่ของเมืองลอง) ท้าวดอกไฟ เจ้าฝนแสนห่า ได้ทันท่วงทีก่อนที่นายวันแก้วจะเสียชีวิตในปีต่อมา ..
ปัจจุบันได้มีการค้นหาช่างตีเหล็กที่เคยเรียนกับนายอ้ายและนายวันแก้ว พบว่าทุกท่านเน้นงานเครื่องมือเครื่องใช้ทางการเกษตร ไม่มีท่านใดที่สามารถตีดาบตีอาวุธได้อีกแล้ว ..
ดังนั้น ดาบทุกเล่ม อาวุธทุกชิ้น ที่ออกไปจากเตาเวียงเชียงเหล็ก นอกเหนือจากชิ้นงานคุณภาพ พลังจากเจ้าพ่อบ่อเหล็กลอง และปิ๊สสะหนูทั้ง ๔ ตน คือร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่เก็บเรื่องราวอันยาวนานกว่า ๒๒๒ ปี..
ปล.ตามการแบ่งเขตการปกครองสมัยใหม่ ทำให้เตาของนายอ้ายและนายวันแก้ว ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่..
ค้นคว้า รวบรวม เรียงเรียง เผยแพร่ โดย ศูนย์การเรียนรู้เวียงเชียงเหล็ก เตาศาสตราวุธเวียงเชียงเหล็ก เมืองลอง

11/09/2026

ศูนย์การเรียนรู้เวียงเชียงเหล็ก ได้จัดกิจกรรมถ่ายทอดการต่อสู้ป้องกันตัวโบราณล้านนาฟ้อนดาบฟ้อนเชิงให้เยาวชน
ตามโครงการเงินอุดหนุนส่งเสริมการดำเนินงานชุมชนและแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ณ ศูนย์การเรียนรู้เวียงเชียงเหล็ก พิพิธภัณฑ์หอศาสตราแสนเมืองฮอม บ้านนาตุ้ม หมู่ ๒ ซอย ๓ เจ้าพ่อขุนน้ำ ตำบลบ่อเหล็กลอง อำเภอลอง จังหวัดแพร่
การฝึกศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวนอกจากทำให้เยาวชนมีทักษะความสามารถติดตัวแล้ว ยังเป็นการฝึกระเบียบวินัย ความอดทน ความมีน้ำใจ ความเสียสละ เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ มีทักษะการตบมะผาบฟ้อนเชิงฉบับเมืองลองและการฟ้อนดาบ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของวิชาที่ได้รับการถ่ายทอด เห็นความสำคัญของศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวฟ้อนเชิงฟ้อนดาบที่สามารถนำไปต่อยอดในอนาคต
กิจกรรมครั้งนี้ มีครูและนักเรียนจากโรงเรียนพิริยาลัย อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ โรงเรียนบ้านนาตุ้ม อำเภอลอง จังหวัดแพร่ โรงเรียนธนาวิทย์พิทธากูร อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ และเยาวชนที่สนใจเข้าร่วม จำนวน ๕๐ คน ได้มีการถ่ายทอดการตบมะผาบฟ้อนเชิงมือแบบฉบับเมืองลอง ที่ได้รับการถ่ายทอดจากผู้สูงอายุในท้องถิ่น และถ่ายทอดเชิงดาบล้านนาที่รวบรวมจากผู้สูงอายุจากหลากหลายพื้นที่ และนำมาเรียบเรียงเป็นเชิงดาบที่มีการถ่ายทอดเฉพาะในศูนย์การเรียนรู้เวียงเชียงเหล็ก มีการสอนเพื่อให้เยาวชนเข้าใจเกี่ยวกับเชิงมือเชิงมะผาบและเชิงดาบสำหรับการละเล่น ที่เรียกว่า “เล่นล่อเชิง” และการสอนเชิงต่อสู้ป้องกันตัว เพื่อให้เยาวชนได้เห็นภาพบริบทการใช้งานเพื่อป้องกันตัวด้วยเชิงมือเชิงดาบของคนล้านนาในอดีต ตลอดจนการปรับประยุกต์เพื่อการแสดงในบริบทสังคมสมัยใหม่
ขอขอบพระคุณกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เป็นอย่างยิ่ง ที่ได้สนับสนุนให้โครงการนี้ได้เกิดขึ้น และดำเนินกิจกรรมจนสิ้นสุดโครงการ

สาเหตุที่สินค้าศาสตราวุธจากทางเวียงเชียงเหล็กไม่ใช้เหล็กเมืองลอง ทั้งที่เป็นของดีภายในชุมชน
06/09/2026

สาเหตุที่สินค้าศาสตราวุธจากทางเวียงเชียงเหล็กไม่ใช้เหล็กเมืองลอง ทั้งที่เป็นของดีภายในชุมชน

แม้เตาจะขึ้นชื่อว่าตั้งอยู่ในเมืองลอง แหล่งเหล็กหมายเลข ๑ แห่งล้านนา ยุคราชวงศ์ทิพจักร แต่ยังมีหนึ่งคำถามว่าทำไมเราถึงไม่ใช้เหล็กที่มีอยู่ในท้องถิ่น แต่กลับใช้เหล็ก SUP9 เป็นหลัก ตามมาด้วยเหล็กหัวแดง S45C และเหล็กเพลาเหล็กเส้นในงานก่อสร้าง เนื่องจากการจัดการไม่ยุ่งยากและไม่ได้มีราคาสูงเท่าเหล็กเกรดสูงอย่าง L6 D2
โดยเรามีคำตอบสำหรับคำถามนี้แล้ว ดังต่อไปนี้.... ๑. เหล็กเมืองลองอยู่ในสถานะแร่สงวน เนื่องจากบ่อเหล็กชุมชนตั้งอยู่คาบเกี่ยวระหว่างพื้นที่ป่าชุมชนและป่าอุทยาน ที่ชุมชนร่วมกับอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัยดูแลร่วมกัน จากการสำรวจทรัพยากรแร่ของกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน(ราวปลายรัชกาลที่ ๕ ถึงสมัยรัชกาลที่ ๖) ระบุว่า เหล็กเมืองลองมีจำนวนเล็กน้อย ไม่เพียงพอต่อการทำสัมปทานเหมืองเหล็ก ทั้งนี้ จากการใช้ภาพถ่ายทางอากาศประกอบการศึกษา พบร่องรอยขุดเจาะและการทรุดตัวของภูเขารายรอบบ่อเหล็กลอง สันนิษฐานว่าในอดีต แหล่งเหล็กเมืองลองอาจกระจายตัวอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน แต่มีการขุดใช้งานในอุตสาหกรรมระดับเมืองตั้งแต่ยุคพระเจ้าติโลกราชเป็นต้นมา ทำให้ทรัพยากรร่อยหรอลงไปจนเหลือเพียงบริเวณดอยบ่อเหล็กลองในปัจจุบัน หากมีการขุดเจาะในระดับอุตสาหกรรมอีก อาจไม่เหลือดอยบ่อเหล็กลองให้เห็นและทำพิธีอีกต่อไป..... ๒. สูตรคัดเนื้อเหล็กดิบและถลุงเหล็กที่หายไปตั้งแต่ทศวรรษที่ ๒๕๐๐ เป็นต้นมา ทำให้เราไม่ทราบว่าเหล็กดิบที่มีคุณภาพเพียงพอในการนำมาถลุงมีหน้าตาเป็นเช่นไร ไม่สามารถถลุงเหล็กลองที่มีคุณภาพตรงตามคุณภาพโบราณได้ แม้จะใช้วิทยาการถลุงเหล็กจากไต้หวัน ญี่ปุ่น หรือจำลองเตาโบราณขึ้นมา จวบจนวันนี้ก็ยังได้เหล็กที่ไม่มีคุณภาพเทียบเคียงเหล็กโบราณได้เลย..... ๓. ความสะดวกสบายและคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ปัจจุบันมากกว่า ปัจจุบันเหล็กอุตสาหกรรมคุณภาพดีมีให้เลือกเต็มตลาด ทั้ง L6 S45C S50C SUP9 T10 D2 ฯลฯ ไม่ต้องเสียเวลาคัดเหล็ก แถมเมืองลองปัจจุบันอนุญาตให้ขึ้นไปขุดแค่ตับเหล็ก ย้ำว่าแค่ตับเหล็กปีละ 1 วัน กว่าจะคัดเหล็ก กว่าจะถลุง กว่าจะอัดเหล็กหัว กว่าจะขึ้นรูป ดังนั้น การผันตัวมาใช้เหล็กอุตสาหกรรมจึงตอบโจทย์ความต้องการของตลาดมากขึ้น และตอบโจทย์ต่อการใช้งานในปัจจุบันที่เรามักสรรหาวัสดุปะหลาด ๆ เช่น ขวดน้ำ ไม้หน้าสาม กระดูกวัว หัวหมู ไก่ต้ม ลูกมะพร้าว มาประหัตประxารด้วยของเราเพื่อทดสอบ ไม่ได้เลือกเป้าหมายเป็นเพียงแค่ผู้ร้ายเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต ซึ่งเหล็กเมืองลองแม้จะขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในยุคนั้น เป็นเหล็กเนื้ออ่อนให้ตัวได้ดี แต่ไม่ได้แข็งขนาดเหล็กกล้า จึงเป็นที่มาของคร่าวบทที่ว่า "...ชาติเหล็กปิวดำ บ่จัดเลือกเนื้อ ปืนเก่าเกื้อ โบราณ..." หมายถึง "ดาบเหล็กลองน้ำหนึ่ง ถ้าฟันดะไม่เลือกที่ลงคมดาบ ก็ไม่ต่างอะไรกับปืนเก่าคร่ำคร่าที่ยิงไม่ออก" พูดง่าย ๆ คือ "ฟันไปเรื่อย = พัง" และคำว่า "เหล็กดี" ของเมืองลอง ไม่ได้หมายถึงคุณสมบัติของเหล็กอย่างเดียว แต่หมายถึงอิทธิฤทธิ์ พลังเหนือธรรมชาติจากเจ้าพ่อบ่อเหล็กและปิ๊สสะหนูเตา(ผีเตา)ด้วย..... จากการทดลองทำตามสูตรโบราณ ๑๐๐% แต่ใช้เหล็กสมัยใหม่ พบว่าขั้นตอนการชุบโบราณสูตรนี้ไม่ได้รีดประสิทธิภาพเหล็กสมัยใหม่ได้เต็มที่ (ชุบแล้วขึ้นบ้าง ไม่ขึ้นบ้าง ใบบิดบ้าง) จึงพยายามปรับสูตรเข้ากับปัจจุบัน การให้ความร้อน การชุบ การคืนไฟ เป็นปัจจุบันทั้งหมด โดยยังคงขนบรูปทรง การรีดเหล็ก ตามฉบับดั้งเดิมที่ได้รับสืบทอดมาจากช่างเหล็กยุคโบราณ สกุลช่างเชียงแสน-เมืองลอง มีการเลี้ยงเจ้าพ่อบ่อเหล็กลองและปิ๊สสะหนูที่สืบมาจากเมืองเชียงแสนประจำปีทุกปี แต่ก็แลกมาด้วยข้อห้ามหลายข้อ ตัวอย่างเช่น "เราไม่รับตีพระขรรค์ที่ความยาวเกินกำหนดและง้าวหลวง นอกจากสั่งมาในนามหน่วยงาน สำนักมวย สำนักดาบ พิพิธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนรู้"..
แน่นอน ง้าวจีนเจ้าหลวงลำปางในภาพเราก็ไม่รับตีทั่วไปครับ

...... ปิดจบไปแล้วกับโครงการถ่ายทอดศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวโบราณล้านนา ฟ้อนดาบฟ้อนเชิง ประจำปี ๒๕๖๙ ครบกระบวนการเชิงมือ ...
23/08/2026

...... ปิดจบไปแล้วกับโครงการถ่ายทอดศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวโบราณล้านนา ฟ้อนดาบฟ้อนเชิง ประจำปี ๒๕๖๙ ครบกระบวนการเชิงมือ ตบมะผาบเมืองลอง และเชิงดาบสายเวียงเชียงเหล็ก ทั้งในรูปแบบการละเล่น การแสดง และการต่อสู้ป้องกันตัว โดยถ่ายทอดการต่อสู้เพื่อเป็นความรู้ที่สามารถบอกเล่าต่อได้ว่าบริบทของเชิงมือเชิงดาบในอดีตเป็นอย่างไร มีอะไรที่ซ่อนอยู่มากกว่าการละเล่นและการแสดงในงานรื่นเริง ...... เชิงตบมะผาบที่ใช้สอน เป็นเชิงตบมะผาบที่ตระเวนเรียน รวบรวมจากท้องถิ่นอำเภอลองและอำเภอวังชิ้น โดยเทียบเคียงและหาจุดร่วมในท่าที่เหมือนกันเพื่อนำมาสอนเป็นพื้นฐานสำหรับเยาวชน และสามารถกลับมาต่อยอดในสายต่าง ๆ ได้ รวมทั้งเป็นพื้นฐานที่สามารถไปต่อยอดกับตบมะผาบฟ้อนเชิงในพื้นที่อื่นได้ เช่นเดียวกับเชิงดาบ แต่เนื่องจากเชิงดาบโบราณในเมืองลองมีน้อย สูญหายไปพร้อมกับคนรุ่นเก่าที่ล่วงลับก็มาก จึงรวบรวมจากหลายพื้นที่และเลือกเอาท่าที่มีคล้ายกันมาเรียบเรียง และตกผลึกเป็นเชิงดาบล้านนาที่สอนกันภายในศูนย์การเรียนรู้เวียงเชียงเหล็ก ทำให้ศิษย์รุ่นแรก ๆ เรียกกันติดปากว่า "สายเวียงเชียงเหล็ก" มีท่ามาตรฐานอย่าง บิดบัวบาน เกี้ยวเกล้า บัวชูฝัก(ชื่อนี้สืบมาจากเชียงราย และทางเชียงรายก็สืบมาจากเมืองน่านอีกทอดหนึ่ง ชื่ออื่น ๆ ได้แก่ "แทงวัน" "แทงม้วน" "บัวพันชั้น" ฯลฯ) ฟันสาน ที่พบได้แพร่หลายในกลุ่มดาบล้านนา เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการต่อยอดสำหรับผู้เรียนในอนาคต อย่างไรก็ตาม ได้มีการถ่ายทอดเชิงต่อสู้ของเชิงดาบในแอ่งเมืองลอง - วังชิ้น สายพ่อน้อยหลง (ในวีดีโอเรียกติดปากว่า "ลุงน้อยหลง" ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) สืบมาจากพ่อค้าวัวต่างชาวพม่า ที่เดินทางสอนเชิงมือเชิงดาบ คาถาอาคม และรับเปลี่ยนฝักดาบ ด้ามดาบ และขายใบดาบ...... ขอขอบพระคุณกรมส่งเสริมวัฒนธรรมที่สนับสนุนให้โครงการนี้เกิดขึ้น และขอขอบคุณทุกภาคส่วน ผู้มีส่วนร่วมในการผลักดัน ส่งเสริม สนับสนุน ให้โครงการดำเนินอย่างราบรื่นมาถึงวันนี้ ขอน้อมกราบและรำลึกถึงครูบาอาจารย์ทุกท่านทุกสายที่ยังมีชีวิตอยู่และล่วงลับไปแล้ว ที่ให้เราได้สืบวิชามาถ่ายทอดแก่อนุชนรุ่นหลังต่อไป

พิธีเปิดโครงการถ่ายทอดศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว  “ฟ้อนดาบฟ้อนเชิง”  ครับ
16/08/2026

พิธีเปิดโครงการถ่ายทอดศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว “ฟ้อนดาบฟ้อนเชิง” ครับ

ที่อยู่

44/4 หมู่ 2 บ้านนาตุ้ม ตำบลบ่อเหล็กลอง อำเภอลอง จังหวัดแพร่
Phrae
54150

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:00
อังคาร 08:30 - 17:00
พุธ 08:30 - 17:00
พฤหัสบดี 08:30 - 17:00
ศุกร์ 08:30 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 20:00
อาทิตย์ 09:00 - 20:00

เบอร์โทรศัพท์

+66808546237

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ หอศาสตราแสนเมืองฮอม โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ พิพิธภัณฑ์

ส่งข้อความของคุณถึง หอศาสตราแสนเมืองฮอม:

ทางลัด

แชร์