27/09/2026
ในหลายปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าอุตสาหกรรมดนตรีของประเทศไทยเริ่มมีบทบาทและเติบโตขึ้นอย่างโดดเด่นในตลาดโลก กระแสดนตรี T-POP กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งทั้งในไทย ขยายไปสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และนอกภูมิภาค เกิดเป็นปรากฎการณ์ที่เรียกว่า T-Wind เราได้เห็นศิลปินชาวไทยได้แสดงศักยภาพทางดนตรีในเวทีระดับโลก เราได้เห็นศิลปินอย่าง MILLI ขึ้นแสดงในเทศกาลดนตรี Coachella หรือเห็น Lisa ที่เติบโตจากอุตสาหกรรม K-POP ที่ในตอนนี้เธอในฐานะศิลปินเดี่ยวกำลังเติบโตอยู่ในตลาดดนตรีตะวันตก แม้ว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากอิทธิพลกระแสวัฒนธรรมสมัยนิยมของต่างประเทศที่มีต่อวงการเพลงไทยและส่วนแบ่งทางการตลาดต่อผู้บริโภคชาวไทยอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง
ดนตรีป๊อปที่ขับร้องด้วยภาษาไทยเกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ ๑๙๗๐-๑๙๘๐ ในชื่อของแนวเพลงสตริงซึ่งได้รับอิทธิพลของดนตรีอเมริกันที่มาพร้อมกับทหารต่างชาติที่เข้ามาพักผ่อนในช่วงสงครามเวียดนามในทศวรรษที่ ๑๙๖๐ ก่อนจะได้รับความนิยมในช่วงทศวรรษที่ ๑๙๙๐ ซึ่งครอบคลุมถึงแนวเพลงร็อค แดนซ์ แร็พ และป๊อป แต่ถ้าหากจะกล่าวถึงศิลปินไทยที่สามารถสะท้อนภาพรวมของวงการเพลงไทยได้อย่างครอบคลุม ชื่อหนึ่งที่เป็นที่คุ้นหูและเป็นภาพจำว่าคือดาวเด่นของวงการเพลงไทยคงจะหนีไม่พ้น เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ หรือ พี่เบิร์ด ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง) ประจำปี ๒๕๖๕
ในปี พ.ศ. ๒๕๒๗ เขาเข้าร่วมการประกวดร้องเพลงของสยามกลการและได้รับรางวัล ‘นักร้องดีเด่นเพลงไทย’ จากเพลงชีวิตละคอน ทำให้เขาได้พบกับ เรวัต พุทธินันทน์ แห่ง แกรมมี่ เอนเตอร์เทนเมนต์ นำไปสู่การออกอัลบั้มแรกของตัวเองในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ในอัลบั้ม ‘หาดทราย สายลม สองเรา’ และอัลบั้มที่สองปีต่อมาที่มีเพลงฮิตอย่าง ‘สบาย สบาย’ ในอัลบั้มสบาย สบาย(๒๕๓๐) พี่เบิร์ดยังมีเพลงและอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จอีกอย่างต่อเนื่อง ทั้งอัลบั้มบูมเมอแรง (๒๕๓๓) ที่ทำยอดขายเกือบสามล้านตลับและอัลบั้มพริกขี้หนู (๒๕๓๔) ที่ทำสถิติยอดขายสูงสุดในทศวรรษที่ ๑๙๙๐ ด้วยจำนวนเกือบสี่ล้านตลับ
นอกจากผลงานเดี่ยวแล้ว พี่เบิร์ดยังมีผลงานเพลงที่ร่วมร้องกับศิลปินคนอื่น ๆ อยู่หลายเพลงด้วยกัน เพลงที่เป็นที่รู้จักกันดีอย่างเพลง แฟนจ๋า (๒๕๔๕) ร่วมขับร้องโดย จินตรา พูนลาภ, นัท มีเรีย และแคทรียา อิงลิช แต่งคำร้องและทำนองโดยโจอี้ บอย เพลงนี้ผสานกลิ่นอายของลูกทุ่ง หมอลำ เพลงพื้นบ้านเข้ากับดนตรีป๊อบมีใช้ภาษาถิ่นของไทยในเนื้อร้อง เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของวงการเพลงไทยที่มักมีการผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับดนตรีร่วมสมัย เพลงนี้อยู่ในอัลบั้ม ชุดรับแขก (๒๕๔๕) เป็นอีกหนึ่งอัลบั้มที่สร้างสถิติยอดจำหน่ายรวมเทป ซีดีและวีซีดีกว่าแปดล้านชุด การผสมผสานดังกล่าวยังปรากฎในการแสดงคอนเสิร์ตของเขาหลายครั้ง ซึ่งเรื่องดังกล่าวถูกยกย่องในคำประกาศเกียรติคุณถึงความเหมาะสมของเขาที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๕ ความตอนหนึ่งว่า “…การแสดงคอนเสิร์ตกว่า ๒๐๐ รอบ เป็นคอนเสิร์ตแบบเบิร์ดเบิร์ดโชว์ราว ๑๖๐ รอบ ซึ่งในหลาย ๆ คอนเสิร์ตจะมีการแสดงด้านศิลปะวัฒนธรรมและประเพณีไทยผสมผสานอยู่ในการแสดงเสมอ เพื่อเป็นการเผยแพร่และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของชาติไทยให้สาธารณชนได้ชื่นชมและเห็นคุณค่า อาทิ การละเล่นพื้นบ้าน รำกลองยาว ตีกลองสะบัดชัย หุ่นละครเล็ก เพลงฉ่อย ลำตัด ลิเก เป็นต้น...” ถือเป็นศิลปินที่มีบทบาทเด่นด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม และเป็นศิลปินที่ได้รับเลือกเป็นศิลปินผู้ถ่ายทอดอัตลักษณ์ความเป็นไทย ภายใต้โครงการ THAI 5F SOFT POWER ของกระทรวงวัฒนธรรม ในปี พ.ศ. ๒๕๖๖
แหล่งข้อมูล
https://www.bandwagon.asia/articles/inside-the-fandom-economy-powering-t-pop-s-global-rise
https://www.thepeople.co/culture/music/52144
https://thailandfoundation.or.th/th/exploring-thai-contemporary-music/
https://adaymagazine.com/t-pop-age