23/08/2026
มาเจ๋ แม่(เลี้ยง)ผู้รักษาพรหมจรรย์
ชาวจีน คือ หนึ่งในชนชาติที่มีการอพยพจากบ้านเกิดมากที่สุด โดยการอพยพนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการหนีภัยสังความและความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศ การหาโอกาสทางเศรษฐกิจ อย่างเช่น การมาเพื่อค้าขาย หรือรับจ้างเพื่อส่งเงินกลับไปดูแลครอบครัว ซึ่งหนึ่งในภูมิภาคที่มีการอพยพไปเป็นจำนวนมาก คือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างเช่น สิงคโปร์ ซึ่งสิงค์โปร์เป็นประเทศที่มีชาวจีนอพยพเข้าไปอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก โดยผู้ที่อพยพเข้าไปนั้นประกอบอาชีพอยู่ด้วยกันหลายอาชีพ เช่น ค้าขาย ช่างฝีมือ เกษตรกร กรรมกร และอีกหนึ่งอาชีพ คือ การเป็น มาเจ๋ ซึ่งผู้ประกอบอาชีพนี้จะต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้น
มาเจ๋ คือ คำในภาษาจีนกวางตุ้ง (ในภาษาจีนกลางใช้คำว่าหม่าเจีย) โดยคำว่า มา (媽) หมายถึงแม่ และเจ๋ (姐) หมายถึงพี่สาว โดยคำนี้จะใช้เรียกผู้หญิงที่มาจากเมืองซุ่นตั๊ก (順德) มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ซึ่งไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนจะได้เป็นมาเจ๋ แต่จะต้องเป็นผู้หญิงที่ได้ผ่านพิธีกรรม ซอเหย (梳起) หรือพิธีกรรมหวีผม โดยพิธีนี้จะจัดในวัด ศาลเจ้า หรือศาลบรรพชนในบ้านของเจ้าตัว ระหว่างพิธี หญิงผู้เข้าร่วมพิธีต้องทำการหวีผมของตนให้เป็นมวยขนาดใหญ่ด้านหลังศีรษะและกล่าวคำสาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า จะครองตนเป็นพรหมจรรย์และจะไม่แต่งงานตลอดชีวิต หลังจากพวกเธอผ่านพิธีกรรมแล้ว พวกเธอจะได้รับการเรียกว่า จี่ซอเหลย (自梳女) หมายถึงหญิงที่เกล้าผมด้วยตนเอง เพราะตามปกติทรงผมในลักษณะนี้มักจะทำในหญิงที่อยู่ในระหว่างพิธีแต่งงาน โดยจี่ซอเหลยส่วนหนึ่งจะทำงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอของเมืองซุ่นตั๊ก แต่เมื่ออุตสาหกรรมสิ่งทอเริ่มซบเซาลงในช่วงทศวรรษที่ ๑๙๓๐ จี่ซอเหลย บางส่วนจึงได้อพยพจากซุ่นตั๊กไป ฮ่องกง มาเลเซีย และสิงคโปร์
การอพยพของจี่ซอเหลยเข้ามาในสิงคโปร์นั้น บางส่วนได้มาเป็น มาเจ๋ ซึ่งหากกล่าวโดยสถานะ และหน้าที่แล้ว มาเจ๋ คือแม่บ้านผู้คอยดูแลงานบ้านทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดบ้าน การทำอาหาร การจ่ายตลาดแทนเจ้าของบ้าน แต่หากแยกจากความหมายของ มาเจ๋ ซึ่งแปลว่า แม่และพี่สาว ย่อมสะท้อนความสำคัญและใกล้ชิดของมาเจ๋ ซึ่งมากกว่าการเป็นแม่บ้านทั่วไป เพราะอีกหน้าที่หนึ่งของมาเจ๋ คือ การดูแลลูกของผู้ว่าจ้าง
มาเจ๋ ซึ่งได้ดูแลเด็กนั้นจะเรียกกันโดยทั่วไปว่า เบบี้อาม่า (Baby amah) หรืออาม่า โดยอาม่าจะทำหน้าที่ดูแลเด็กโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำเด็ก การทำอาหาร การป้อนข้าวเด็ก และเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวัน โดยมาเจ๋นั้นเปรียบเสมือนได้กับแม่คนที่ ๒ เนื่องจากเป็นผู้ที่ต้องดูแล ปกป้องเด็กผู้นั้นให้เจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ กระทั่งเด็กบางคนได้อยู่กับมาเจ๋มากกว่าอยู่กับแม่แท้ ๆ ของตน ประหนึ่งเป็นแม่คนที่ ๒ จึงกล่าวได้ว่า มาเจ๋ คือส่วนสำคัญที่ได้ทำให้สิงคโปร์มีประชากรที่เติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ จนกลายเป็นหนึ่งประเทศที่สามารถเจริญขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยทรัพยากรมนุษย์ ตัวอย่างของมาเจ๋ที่ได้ดูแลบุคคลสำคัญของสิงคโปร์นั้นคือ มาดามโอหยาง หวนหยัน (Madam Ouyang Huanyan) ซึ่งดูแล ลี เซียนลุง อดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ซึ่งเป็นบุตรของ ลี กวนยู นายกรัฐมนตรีคนแรงของสิงคโปร์
การแต่งกายของมาเจ๋นั้นเน้นความเรียบง่าย เพื่อแสดงถึงพรหมจรรย์ที่ตนได้ถือ โดยมาเจ๋จะแต่งกายด้วยชุดที่เรียกว่า สามฟู (衫裤) เป็นชุดที่ประกอบด้วย กางเกงสีดำ และเสื้อสีขาว และอาจจะแต่งผมด้วยริบบิ้นสีดำ
ด้วยความใกล้ชิดของมาเจ๋และครอบครัวผู้ว่าจ้าง ทำให้มาเจ๋บางคนจึงเปรียบประหนึ่งบุคคลในครอบครัวที่อยู่กับบ้านของผู้ว่าจ้างของตนจนตนเองตลอดชีวิต ส่วนมาเจ๋ที่ได้เกษียณตนเองออกจากหน้าที่บางส่วนได้อาศัยกู๋เหลยฝ่อง (估俚房) คือห้องที่มาเจ๋เช่าร่วมกันหลายคนเพื่ออยู่อาศัย หรือบางท่านอาจย้ายไปอยู่โรงเจในช่วงบั้นปลายชีวิตของตน
แหล่งอ้างอิง
https://www.silpa-mag.com/history/article_26173
https://ngthai.com/photography/72041/life-of-overseas-chinese/
https://www.nlb.gov.sg/main/article-detail?cmsuuid=a94ecf3b-09dc-4c55-9f8f-cff3db0ff92a
https://www.straitstimes.com/asia/se-asia/penang-event-honours-majie-who-helped-malaysian-and-singaporean-families
https://www.roots.gov.sg/Collection-Landing/listing/1395241?utm_source=chatgpt.com
https://www.roots.gov.sg/Collection-Landing/listing/1527937
https://www.thestar.com.my/metro/metro-news/2025/03/20/heartfelt-memories-honouring-legacy-of-majie