หอศิลป์ Society

หอศิลป์ Society ชวนคิด ชวนชม ชวนตั้งคำถาม | นิทรรศการ | ศิลปะ | วัฒนธรรม

ทลายเส้นแบ่งนิยามดีไซน์กับ ‘HUGO BRUN’ ณ สยามดิสคัฟเวอรี่ในโลกศิลปะร่วมสมัย ยุคสมัยที่ "ประโยชน์ใช้สอย" และ "สุนทรียภาพ"...
19/05/2026

ทลายเส้นแบ่งนิยามดีไซน์กับ ‘HUGO BRUN’ ณ สยามดิสคัฟเวอรี่

ในโลกศิลปะร่วมสมัย ยุคสมัยที่ "ประโยชน์ใช้สอย" และ "สุนทรียภาพ" มักถูกจัดวางไว้คนละฝั่งฝาและในวันนี้ สยามดิสคัฟเวอรี่ (Siam Discovery) ได้เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ต้อนรับความตื่นตาตื่นใจครั้งใหม่ ส่งตรงจากกรุงปารีส เพื่อชวนคนรักศิลปะและดีไซน์มาทดลองและค้นพบแรงบันดาลใจที่ไม่รู้จบ ร่วมกันก้าวข้ามกรอบคิดเดิม ๆ ในนิทรรศการเดี่ยวครั้งพิเศษ “HUGO BRUN” Contemporary Art & Furniture Exhibition

▪︎ พลังแห่งความขัดแย้ง และ ศิลปะที่ไร้กรอบจำกัด
Hugo Brun (อูโก บรุน) คือศิลปินและนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยรุ่นใหม่จากฝรั่งเศสที่กำลังได้รับการจับตามองอย่างยิ่ง ภาษาทางศิลปะของเขาเปี่ยมไปด้วยความสดใหม่ ท้าทาย และเปี่ยมด้วยไดนามิก ผลงานของอูโกโดดเด่นด้วยการใช้สีสันที่จัดจ้าน การจัดวางรูปทรงเรขาคณิต และการหยิบจับองค์ประกอบที่ขัดแย้งกันอย่างสุดขั้วมาอยู่รวมกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ ไม่ว่าจะเป็นรอยต่อระหว่างวิถีเมืองกับธรรมชาติ ความเก่าก่อนกับความล้ำสมัย หรือความสมบูรณ์แบบที่ร้อยเรียงอยู่บนเศษเสี้ยวความแตกแยก

นับตั้งแต่เขาเกี่ยวก้อยก่อตั้งแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยของตัวเองในปี 2019 อูโกได้ลบเส้นเลือนระหว่าง “ศิลปะอันสูงส่ง” และ “วัตถุในชีวิตประจำวัน” ออกไปจนหมดสิ้น เขาเลือกใช้วัสดุที่เหนือความคาดหมาย สัดส่วนที่จงใจให้เกินจริง และพื้นผิวที่ให้ความรู้สึกดิบแต่แฝงไว้ด้วยพลังงานอันล้นเหลือ ผลงานแต่ละชิ้นของเขาจึงไม่ใช่เพียงแค่เครื่องเรือนสำหรับตกแต่งบ้าน แต่เป็น "Statement Piece" ชิ้นสำคัญที่ทำหน้าที่ส่งเสียง สะท้อนตัวตน และสร้างบทสนทนาอันลุ่มลึกให้กับทุกพื้นที่ที่มันตั้งวางอยู่

ท่องไปในโลกแฟนตาซี: จากสตรีทอาร์ต สู่ประติมากรรมแห่งฟังก์ชัน
เมื่อก้าวเข้าสู่นิทรรศการ ผู้อ่านจะได้พบกับงานทัศนศิลป์ที่จำแนกออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ ซึ่งผสมผสานกันเป็นเนื้อเดียวได้อย่างไร้รอยต่อ:

งานประติมากรรมร่วมสมัย: ปลุกเร้าโลกแฟนตาซีที่ผสานกลิ่นอาย Street Art และ Pop Culture ผ่านวัสดุสมัยใหม่อย่าง Fiberglass Resin, Epoxy Resin, กระจก และการเล่นกับแสงไฟ LED ถ่ายทอดออกมาเป็นรูปทรงเหนือจินตนาการ

เฟอร์นิเจอร์แนวคิดใหม่: เก้าอี้ โต๊ะ โซฟา และ Lounge Chair ที่ถูกตีความใหม่ผ่านวัสดุต่างขั้ว เช่น Stainless Steel, Acrylic, Fiberglass และผ้ากำมะหยี่ (Velvet) ทุกชิ้นได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็นประธานของห้อง มากกว่าจะเป็นเพียงวัตถุรองรับการใช้งานทั่วไป

งานตกแต่งผนัง (Wall Art): ผลงานภาพวาด Acrylic บนผืนผ้าใบหลากหลายขนาด ที่สะท้อนอารมณ์ความรู้สึกในแบบ Contemporary Pop Art ด้วยกราฟิกที่เฉียบคมและคู่สีที่ปลุกพลังชีวิต

ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือ ผลงานชิ้นพิเศษที่สร้างสรรค์ขึ้นและจัดแสดงเฉพาะที่ สยามดิสคัฟเวอรี่ เท่านั้น อาทิ MRS. KLOUD (Tall) ประติมากรรมไฟเบอร์กลาสเรซินเคลือบเงาหรูหรา, OCEANWIDE PLAZA งานสามมิติผสานไฟ LED, เก้าอี้ดีไซน์จัดจ้านอย่าง ICE CREAM CHAIR และ SKY CHAIR ที่ทำจากอะคริลิกและผ้าคอตตอนทวิล รวมถึงภาพวาดบนผืนผ้าใบที่สะดุดตาอย่าง GAME OVER และ TROPICAL KLOUD

นี่คือนิทรรศการที่จะพาคุณไปไกลกว่าคำว่าดีไซน์ และเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมทุกคนได้ตีความอย่างอิสระผ่านมุมมองของตัวเอง

รายละเอียดนิทรรศการ
▪︎ ชื่องาน: “HUGO BRUN” Contemporary Art & Furniture Exhibition
▪︎ ระยะเวลาจัดแสดง: วันนี้ – 29 มิถุนายน 2569
▪︎ สถานที่: ชั้น G สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม (Siam Discovery)

#หอศิลป์Society

ส่องกระจกสะท้อนตัวตน: เมื่อ ‘โลกส่วนตัว’ และ ‘อีโก้’ หล่อหลอมนิสัยคนทำงานศิลปะในโลกของการสร้างสรรค์ บ่อยครั้งที่คนทำงานศ...
19/05/2026

ส่องกระจกสะท้อนตัวตน: เมื่อ ‘โลกส่วนตัว’ และ ‘อีโก้’ หล่อหลอมนิสัยคนทำงานศิลปะ

ในโลกของการสร้างสรรค์ บ่อยครั้งที่คนทำงานศิลปะมักจะถูกมองว่าเป็นพวก "เข้าถึงยาก" หรือ "มีอีโก้สูง" เพียงเพราะพวกเขามักเลือกที่จะนั่งเงียบ ๆ อยู่กับผลงานตรงหน้า แต่หากเราลองกะเทาะเปลือกนอกที่ดูเย่อหยิ่งนั้นออกดู จะพบว่าแท้จริงแล้วมันคือ ทักษะและนิสัยเฉพาะตัวที่จำเป็นต่อการกลั่นกรอง สร้างงานศิลปะ

'หอศิลป์ Society' ชวนทุกท่านมาทำความเข้าใจ ‘โลกภายใน’ ของเหล่าศิลปิน นักสร้างสรรค์ ว่านิสัยที่คนภายนอกมองว่าเข้าใจยากนั้น ที่แท้ซ่อนสุนทรียภาพและความจริงอะไรเอาไว้บ้าง

เนื้อแท้แห่งการสร้างสรรค์: ถอดรหัสนิสัยคนทำงานศิลปะ

1. ความสันโดษไม่ใช่ความเย่อหยิ่ง
สิ่งที่คนภายนอกเห็นอาจเป็นความดื้อรั้น ไม่ยอมวอกแวกไปตามกระแสรอบข้าง แต่ในความจริงทางความรู้สึก งานสร้างสรรค์ที่ดีล้วนเกิดจาก "การอยู่กับตัวเอง" ความรักสงบและสันโดษ หากแต่เป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ในการตกตะกอนความคิดและวิเคราะห์ไอเดียให้คมชัด

2. กับดักของ "ตัวตน" ในโลกยุคดิจิทัล
เมื่อศิลปะเดินทางมาถึงยุคโซเชียลมีเดีย คำว่าอีโก้ถูกเปลี่ยนชื่อใหม่ให้ฟังดูร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็น ฮิปสเตอร์, มินิมอล, เด็กติสหรือเด็กแนว ทว่ามันมาพร้อมกับคำถามสำคัญที่คนทำงานศิลปะต้องเผชิญอยู่ทุก ๆ วัน

"เรากำลังสร้างสรรค์งานศิลปะ หรือกำลังประดิษฐ์ตัวตนกันแน่?"

ยอดไลก์และพื้นที่ในตลาดทำให้หลายคนเผลอสร้างภาพลักษณ์ที่เท่และเหนือกว่าคนอื่นบนหน้าจอ จนบางครั้ง "ตัวตนที่กำลังประดิษฐ์นั้นกลืนกินตัวตนที่แท้จริงไปโดยไม่รู้ตัว"

3. ศิลปะแห่งการบาลานซ์ ‘ตัวตน’ ให้งานเดิน ชีวิตไม่พัง
นิสัยของศิลปินที่ดีไม่ใช่การทำลายความมั่นใจของตัวเองทิ้ง แต่คือการปรับสมดุลให้หัวใจยังคงเต้นเป็นจังหวะเดียวกับความจริง ผ่าน 5 แนวคิดนี้

▪︎ เปิดใจรับคำวิจารณ์: เปลี่ยนกระจกเงาที่ส่องสว่างเฉพาะแค่อีโก้ตัวเอง เป็นพื้นที่ว่างที่พร้อมเปิดรับมุมมองที่แตกต่างอย่างเท่าทันอารมณ์

▪︎ ถอดหน้ากากออนไลน์: คิดอยู่เสมอว่าภาพลักษณ์บนโซเชียลมีเดียคือ เครื่องมือทำมาหากิน อย่าปล่อยให้มันทำลายความเป็นธรรมชาติในชีวิตจริง

▪︎ มั่นใจแต่ถ่อมตัว: ยืนหยัดในอัตลักษณ์ของตัวเองได้ แต่ต้องยอมรับว่าโลกนี้มีคนเก่งกว่าเราเสมอ และมีคนเก่งเยอะมาก ความถ่อมตัวจะช่วยให้เราพัฒนาได้อย่างไร้ขีดจำกัด

▪︎ เปิด-ปิดสวิตช์โลกส่วนตัวให้เป็น: ในยามสร้างสรรค์ จงดำดิ่งอยู่กับตัวเองให้เต็มที่ แต่เมื่อถึงเวลาต้องสื่อสาร จงลดกำแพงลงเพื่อเชื่อมโยงและพาผลงานศิลปะไปสัมผัสใจผู้คน

▪︎ กล้าที่จะพลาดและขอโทษ: ศิลปินไม่ใช่ผู้วิเศษ การยอมรับความผิดพลาดและการรับความช่วยเหลือจากผู้อื่น ไม่ได้ทำให้คุณค่าของงานศิลปะลดน้อยถอยลงเลย

ท้ายที่สุดแล้ว "อีโก้" ไม่ใช่ผู้ร้ายในวงการศิลปะ แต่มันคือแรงขับเคลื่อนชั้นดีที่ทำให้เรากล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่ คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า วันนี้เราเป็นคนควบคุมอีโก้ หรือปล่อยให้อีโก้เป็นฝ่ายควบคุมเรา?

▪︎ บทวิพากษ์โดย: กองบรรณาธิการ หอศิลป์ Society

#อีโก้ #โลกส่วนตัวสูง #คนทำงานศิลปะ #หอศิลป์Society

Sketchtrip “เจ้าพระยาพานอรามา” ที่ ICONSIAMชวนทุกคนออกมานั่งวาดเมือง เก็บบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านเส้นสายและสีสันไ...
18/05/2026

Sketchtrip “เจ้าพระยาพานอรามา” ที่ ICONSIAM

ชวนทุกคนออกมานั่งวาดเมือง เก็บบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านเส้นสายและสีสันไปด้วยกัน

ไม่ว่าจะเป็นสาย Urban Sketcher มือใหม่ หรือคนที่รักการวาดรูป ก็มาร่วมสนุกได้

🗓 Saturday, May 23, 2026
⏰ เวลา 13:00–16:00 น.
📍 ICON Art & Culture Space ชั้น 8, ICONSIAM

กำหนดการ
ผู้มาร่วมงานให้จัดเตรียมอุปกรณ์การวาดส่วนตัวมา แล้วไปนัดพบกันที่จุดนัดหมายชั้น 8 ตั้งแต่เวลา 13:00 น.
จากนั้นแยกย้ายกันวาดวิวแม่น้ำเจ้าพระยาจากระเบียง เก็บเสน่ห์ของเมืองในมุมมองของตัวเองได้ตามสบายเลย และเวลา 16:00 น. กลับมารวมกันที่จุดเดิมเพื่อถ่ายภาพร่วมกัน

แล้วมาพบกัน “แต้มสี เส้นสาย สะท้อนเสน่ห์ริมเจ้าพระยา”

#วาดเมือง #เจ้าพระยาพานอรามา #ไอคอนสยาม

"NFT Art" เมื่อสุนทรียภาพหลอมรวมกับบล็อกเชนในโลกศิลปะยินดีต้อนรับเข้าสู่พื้นที่เรื่องราวศิลปะร่วมสมัย และในยุคนี้ ที่พู่...
17/05/2026

"NFT Art" เมื่อสุนทรียภาพหลอมรวมกับบล็อกเชนในโลกศิลปะ

ยินดีต้อนรับเข้าสู่พื้นที่เรื่องราวศิลปะร่วมสมัย และในยุคนี้ ที่พู่กันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเฟรมผืนผ้าและกระดาษแบบเดิม วงการศิลปะกำลังเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลาอันน่าตื่นตาตื่นใจ เมื่อสุนทรียภาพได้หลอมรวมเข้ากับนวัตกรรมเปลี่ยนโลก เกิดเป็นปรากฏการณ์ "NFT Art" ที่เข้ามาปฏิวัตินิยามการครอบครองและคุณค่าของงานศิลปะไปอย่างสิ้นเชิง หลาย ๆ คนอาจเคยตั้งคำถามว่า "ไฟล์ดิจิทัล" ที่ใคร ๆ ก็เซฟเก็บไว้ดูได้ จะกลายเป็นงานศิลปะที่มีมูลค่ามหาศาลได้อย่างไร? วันนี้เราจะพามาคุยกันถึง "NFT Art" ไปพร้อมกัน ในแบบที่เข้าใจง่ายที่สุด..

หากจะอธิบายให้เห็นภาพที่ง่ายที่สุด คำว่า Non-Fungible Token หรือ NFT หมายถึง สิ่งที่มีลักษณะเฉพาะตัว จนไม่สามารถหาอะไรมาทดแทนได้ ซึ่งตรงข้ามกับ เงินบาท หรือ Bitcoin ที่มีมูลค่าเท่ากันและทดแทนกันได้เสมอ งานศิลปะ NFT จึงมีความพิเศษเช่นเดียวกันกับ ภาพวาดโมนาลิซาในพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ คือ มีเพียงชิ้นเดียวในโลก ต่อให้มีผู้คนนับล้านกดเซฟรูปภาพหรือปริ้นรูปออกมาแต่มูลค่าของจริงก็ยังคงอยู่กับผลงานต้นฉบับที่มี "ใบรับรองความแท้จริง" กำกับไว้ซึ่งในโลกดิจิทัล ใบรับรองที่ว่านี้ ก็คือโค้ดอัจฉริยะที่ถูกเก็บไว้บนระบบบล็อกเชน อันเป็นเครือข่ายที่ไม่มีใครสามารถปลอมแปลงได้

เส้นทางของผลงานบนหน้าจอ ก้าวไปสู่การเป็น NFT นั้นเริ่มต้นเมื่อ ศิลปินรังสรรค์ผลงานดิจิทัลขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นภาพวาดอันวิจิตร ภาพเคลื่อนไหว-GIF โมเดล 3 มิติ บทเพลง หรือแม้กระทั่งคลิปวิดีโอสั้น ผลงานเหล่านั้นจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการที่เรียกว่า "Minting" ซึ่งเปรียบเสมือนการตีตราประทับลิขสิทธิ์ โดยการนำข้อมูลของผลงานไปบันทึกไว้บนเครือข่ายบล็อกเชนสากลอย่าง Ethereum หรือ Solana ระบบจะบันทึกหลักฐานสำคัญไว้อย่างถาวรทั้ง ชื่อของศิลปินผู้สร้างสรรค์ ชื่อเจ้าของสิทธิ์คนปัจจุบัน และประวัติการซื้อขายเปลี่ยนที่ เปลี่ยนมือ ทั้งหมด ทำให้นักสะสมสามารถตรวจสอบที่มาที่ไปได้อย่างโปร่งใส

เสน่ห์ที่ทำให้เหล่านักสะสมยอมจ่ายเงินมูลค่าสูงเพื่องานศิลปะที่จับต้องไม่ได้นี้ ไม่ใช่เพียงแค่การได้มองเห็น แต่เพราะคนที่กดเซฟรูปไปจะได้ครอบครองเพียงแค่ภาพเสมือน และผู้ที่ซื้อ NFT ที่แท้จริงคือ ผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง ซึ่งระบบบล็อกเชนยอมรับและตรวจสอบได้จากทั่วโลก

นอกจากนี้ NFT ยังช่วยทำลายกำแพงตัวกลางอย่างแกลเลอรีหรือนายหน้า ทำให้เงินจากนักสะสมเดินทางตรงเข้าสู่กระเป๋าของศิลปินผู้สร้างสรรค์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย และงานศิลปะหลายชิ้นยังทำหน้าที่เป็นบัตรผ่านสุดพิเศษ นำพาผู้ครอบครองเข้าสู่คอมมูนิตี้ระดับเอ็กซ์คลูซีฟ หรือได้รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรมพิเศษที่เงินก็หาซื้อไม่ได้ รวมถึงมิติของการเติบโตทางมูลค่า ที่นักสะสมมองเห็นคุณค่าในอนาคตตามชื่อเสียงของศิลปิน

ความน่าทึ่งที่สุดของ NFT ที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตคนทำงานสร้างสรรค์สายดิจิทัลไปอย่างสิ้นเชิงคือ ระบบค่าลิขสิทธิ์ต่อเนื่อง ในอดีตเมื่อศิลปินขายภาพวาดไปแล้ว หากภาพนั้นถูกนำไปขายต่อในราคาที่สูงขึ้น ศิลปินจะไม่ได้ประโยชน์จากมูลค่าที่เพิ่มขึ้นนั้นเลย

แต่ในโลก NFT ระบบสัญญาอัจฉริยะจะทำหน้าที่หักเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่ง ส่งกลับเข้ากระเป๋าของศิลปินโดยอัตโนมัติในทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนมือและมูลค่าของงานเพิ่มขึ้น ช่วยให้ศิลปินมีรายได้หล่อเลี้ยงชีพเพื่อสร้างสรรค์ผลงานต่อไปได้อย่างยั่งยืน

เมื่อเราเดินสำรวจในแกลเลอรีแห่งโลกบล็อกเชน เรามักจะพบเห็นงานศิลปะหลากสไตล์ที่ได้รับความนิยมอยู่ 3 กลุ่มใหญ่ๆ กลุ่มแรกคือ Collectible หรือ PFP งานสะสมที่เป็นคอลเลกชัน มีโครงสร้างหน้าตาคล้ายกัน แต่สุ่มรายละเอียดและไอเทมไม่ซ้ำกัน ซึ่งนิยมนำมาตั้งเป็นภาพโปรไฟล์เพื่อบ่งบอกรสนิยมและสถานะในสังคมออนไลน์

กลุ่มต่อมาคือ Art งานศิลปะชิ้นเดี่ยวที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก ศิลปินรังสรรค์ด้วยความประณีต มีคุณค่าทางสุนทรียภาพและความคิดสร้างสรรค์ เสมือนภาพเขียนชิ้นเอกในพิพิธภัณฑ์

และกลุ่มสุดท้ายคือ Generative Art ศิลปะที่เกิดจากการเขียนโค้ดคอมพิวเตอร์ โดยศิลปินจะกำหนดเงื่อนไขและปล่อยให้ระบบสุ่มสร้างสรรค์ความงามอันเป็นเอกลักษณ์ออกมา

ในท้ายที่สุดแล้ว งานศิลปะในรูปแบบ NFT จึงไม่ใช่เพียงแค่ไฟล์รูปภาพธรรมดา หากแต่เป็นนวัตกรรมที่เข้ามาช่วยระบุความเป็นเจ้าของ และสร้างมูลค่าให้กับศิลปินผู้มีจิตวิญญาณสร้างสรรค์ในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

▪︎ บทวิพากษ์โดย: กองบรรณาธิการ หอศิลป์ Society

#หอศิลป์Society #ศิลปะดิจิทัล

16/05/2026

โลกอาจเร่งรีบเกินไป แต่ศิลปะยังสอนให้เราหยุดมองรายละเอียดเล็ก ๆ ของชีวิต #รถไฟชนรถเมล์

16/05/2026

นิทรรศการศิลปะ “Spring Light” โดย ไช จื้อซง (Cai Zhisong) ประติมากรชื่อดังชาวจีน

ครั้งแรกในประเทศไทยที่ถ่ายทอดความมหัศจรรย์ของเมืองไทยผ่านงานศิลปะสุดล้ำ พร้อมไฮไลท์ "ประติมากรรมเสือ" ที่ห้ามพลาดเด็ดขาด!

วันนี้ – 10 มิถุนายน 2569
ฮอลล์ ออฟ มิลเลอร์ (Hall of Mirrors) ชั้น M สยามพารากอน

#นิทรรศการศิลปะ

15/05/2026

ขณะนี้มีบุคคลแอบอ้างใช้ชื่อ MOCA BANGKOK และสร้างบัญชีปลอม เพื่อติดต่อบุคคลภายนอกเกี่ยวกับการขอซื้อผลงานศิลปะ

เราขอยืนยันว่า บัญชีดังกล่าวไม่ใช่บัญชีทางการของพิพิธภัณฑ์ และไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับ MOCA BANGKOK

พิพิธภัณฑ์ไม่มีนโยบายติดต่อบุคคลภายนอกผ่านบัญชีส่วนตัว หรือบัญชีที่ไม่เป็นทางการ เพื่อขอซื้อผลงานศิลปะในนามของ MOCA BANGKOK

กรุณาใช้ความระมัดระวังในการติดต่อสื่อสาร และตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทางทางการของ MOCA BANGKOK เท่านั้น

It has come to our attention that an individual has been falsely using the name MOCA BANGKOK and creating a fake account to contact others regarding the purchase of artworks.

We would like to confirm that this account is not an official account of the museum and has no connection with MOCA BANGKOK.

The museum does not contact individuals through personal or unofficial accounts to request the purchase of artworks on behalf of MOCA BANGKOK.

Please exercise caution and verify all communications through MOCA BANGKOK’s official channels only.
———————————————
MOCA BANGKOK
• Opening hours: Tuesday – Sunday 10:00 – 18:00 (Closed Mondays)
• Tel. 02-016-5666
———————————————

ยูโอบี ประเทศไทย เปิดเวทีการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 17 เดินหน้าต่อยอดโอกาสให้ศิลปินอย่างยั่งยืนในระยะยาวธนาคารยูโอ...
15/05/2026

ยูโอบี ประเทศไทย เปิดเวทีการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 17 เดินหน้าต่อยอดโอกาสให้ศิลปินอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ประกาศเปิดรับผลงานเข้าร่วม “การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 17” (17th UOB Painting of the Year หรือ UOB POY) ประจำปี 2569 ตอกย้ำเจตนารมณ์ในการส่งเสริมศักยภาพทางศิลปะ และสนับสนุนการเติบโตในวิชาชีพของศิลปินในระยะยาว นอกจากการประกวดงานศิลปะประจำปีแล้ว การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ยังทำหน้าที่เป็นประตูสู่เส้นทางการพัฒนาอาชีพของศิลปินอย่างยั่งยืน โดยเปิดโอกาสให้ศิลปินได้มีโอกาสแสดงผลงานอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ ควบคู่กับการสนับสนุนและต่อยอดโอกาสหลังการประกวดผ่านโครงการ UOB Artist Alumni Network

การประกวดจิตรกรรมยูโอบี เริ่มต้นขึ้นในประเทศสิงคโปร์เมื่อปี 2525 และเติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในเวทีประกวดงานจิตรกรรมที่ทรงเกียรติและได้รับการยอมรับมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับประเทศไทย การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ก้าวสู่ปีที่ 17 ในปี 2569 โดยยังคงมีบทบาทสำคัญในการเฟ้นหาศิลปินหน้าใหม่ ยกระดับศิลปินอาชีพสู่การเป็นที่ยอมรับในแวดวงศิลปะ และเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมข้ามพรมแดน โดยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์บริบทศิลปะทั้งในและต่างประเทศที่มีความซับซ้อน

สำหรับการประกวดในปี 2569 ธนาคารยูโอบีได้ยกระดับมาตรฐานความเป็นเลิศทางศิลปะ ด้วยการปรับเกณฑ์คุณสมบัติของผู้สมัครในประเภทศิลปินอาชีพ (Established Artist Category) ให้มีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อสะท้อนประสบการณ์ ความต่อเนื่องของการสร้างสรรค์ผลงาน และบทบาทของศิลปินในแวดวงศิลปะ การปรับเกณฑ์ดังกล่าวช่วยยกระดับมาตรฐานการแข่งขัน ทำให้ศิลปินได้รับการพิจารณาร่วมกับผู้ที่มีประสบการณ์ในระดับใกล้เคียงกัน พร้อมสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในเส้นทางศิลปะและการพัฒนาในระยะยาวของศิลปินอีกด้วย

โดยผู้สมัครในประเภทศิลปินอาชีพต้องมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์อย่างน้อย 3 ข้อ ดังต่อไปนี้
• เป็นหรือเคยเป็นศิลปินในสังกัดของแกลเลอรีศิลปะเชิงพาณิชย์
• เคยจำหน่ายผลงานศิลปะ
• เคยจัดแสดงผลงานในนิทรรศการเดี่ยวหรือนิทรรศการกลุ่ม
• เคยได้รับการว่าจ้างให้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะให้กับองค์กรเชิงพาณิชย์ สถาบัน หรือหน่วยงานอื่นๆ
• เคยได้รับรางวัลจากการประกวดด้านศิลปะในระดับประเทศหรือระดับนานาชาติ

กรอบคุณสมบัติที่ยกระดับนี้ช่วยเสริมคุณภาพของผลงานที่เข้าร่วมการประกวดและผลงานที่ได้รับรางวัลให้สอดคล้องกับมาตรฐานในระดับประเทศและภูมิภาค ขณะเดียวกันยังคงรักษาสมดุลระหว่างการยกย่องศิลปินที่มีประสบการณ์ และเปิดพื้นที่ให้ศิลปินรุ่นใหม่ได้เติบโต นอกจากการประกวดแล้ว ธนาคารยูโอบียังคงสานต่อการสนับสนุนศิลปินอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการ UOB Artist Alumni Network ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระดับภูมิภาคที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนศิลปินตลอดเส้นทางการทำงานสร้างสรรค์

• ศิลปะในบทบาทของพลังเชื่อมโยงผู้คนและวัฒนธรรม
นางสาวธรรัตน โอฬารหาญกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวถึงบทบาทของศิลปะในการสร้างความเข้าใจร่วมกันในสังคมว่า “ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ได้สะท้อนเรื่องราวทางสังคม วัฒนธรรม และมิติของชีวิตผู้คนในภูมิภาคมาอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าศิลปะไม่ได้เป็นเพียงการสร้างสรรค์เพื่อความงามเท่านั้น แต่ยังเป็นพลังสำคัญที่เชื่อมโยงมุมมองที่หลากหลาย สร้างบทสนทนา และหลอมรวมชุมชนเข้าด้วยกัน สำหรับการก้าวสู่การประกวดปีที่ 17 ในประเทศไทย นอกจากการยกย่องความสามารถทางศิลปะแล้ว ธนาคารยูโอบียังมุ่งเน้นการสนับสนุนศิลปินในระยะยาว เพื่อให้สามารถเติบโตอย่างมั่นคงในสายอาชีพ และมีส่วนร่วมในการสร้างคุณค่าให้กับสังคมได้อย่างมีความหมาย”

• เหนือกว่าการประกวด คือการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
โครงการ UOB Artist Alumni Network สะท้อนความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างยูโอบีกับชุมชนศิลปิน โดยต่อยอดจากเวทีประกวดสู่การพัฒนาวิชาชีพอย่างรอบด้าน ครอบคลุม 4 มิติหลัก ได้แก่ การเปิดโอกาสให้ศิลปินเข้าร่วมแพลตฟอร์มศิลปะนานาชาติเพื่อเสริมการมองเห็นในเวทีโลก การว่าจ้างสร้างสรรค์ผลงานเพื่อการจัดแสดงและการประมูลการกุศล การสนับสนุนโครงการศิลปินพำนักในต่างประเทศ และการขยายเครือข่ายในระดับภูมิภาคเพื่อส่งเสริมความร่วมมือและการพัฒนาอาชีพระยะยาว แนวทางนี้สะท้อนความเชื่อของยูโอบีว่าการสนับสนุนศิลปะอย่างแท้จริงต้องอาศัยความต่อเนื่อง ไม่สิ้นสุดเพียงเวทีประกวดครั้งเดียว

• ศิลปินต้นแบบของการเติบโตในระยะยาว
ศิลปินที่เคยได้รับรางวัลจากการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประเทศไทย ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การทำงานในบริบททั้งในประเทศและระดับนานาชาติ พร้อมสะท้อนบทบาทของจิตรกรรมยูโอบีในการเปิดโอกาสให้พวกเขาก้าวสู่การเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง ได้แก่

• นางปานพรรณ ยอดมณี ศิลปินรางวัลชนะเลิศ การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2553 ที่จัดเป็นครั้งแรกในประเทศไทย มีผลงานได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ รวมถึงรางวัล Benesse Prize จาก Singapore Biennale 2016 และได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการศิลปินพำนัก ณ Cité Internationale des Arts กรุงปารีส ในปี 2568 ที่สนับสนุนโดยธนาคารยูโอบี ซึ่งล่าสุดผลงานของเธอได้รับการจัดแสดงอย่างต่อเนื่องในนิทรรศการ White Space: Unbroken Wisdom ณ หอศิลป์ Lim Hak Tai Gallery สถาบัน NAFA (Nanyang Academy of Fine Arts) ประเทศสิงคโปร์ (ระหว่างวันที่ 3–29 มีนาคม 2569) และได้ร่วมเสวนาในกิจกรรม Artist Dialogue: Pathway of Practice เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 อีกด้วย

• นางสาวยามีล๊ะ หะยี ศิลปินรางวัลชนะเลิศระดับประเทศของไทย และระดับภูมิภาค UOB Southeast Asian Painting of the Year ประจำปี 2568 โดยผลงาน “Dua (Pray for a Blessing)” ที่ได้รับรางวัลได้ไปจัดแสดงในงาน Art Central 2026 ณ ฮ่องกง

• นางสาวธัญญภัทร มานะสาระกุล ศิลปินรางวัล Most Promising Artist of the Year ประเภทศิลปินใหม่หรือสมัครเล่น การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2568 (ประเทศไทย) โดยผลงาน “Ctrl + Alt + Destruct” ที่ได้รับรางวัลได้ไปจัดแสดงในงาน Art Central 2026 ณ ฮ่องกง

นางปานพรรณ ยอดมณี กล่าวว่า “ศิลปินไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และบางคนอาจได้รับการยอมรับจากเวทีต่างประเทศก่อนในประเทศเสียอีก เพราะงานของเราสะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างโดดเด่น โอกาสอย่างโครงการศิลปินพำนัก (Artist Residency) ในต่างประเทศจึงช่วยเปิดพื้นที่ให้งานศิลปะของไทยได้เข้าร่วมบทสนทนาระดับโลกในวงกว้าง โดยปัจจัยที่สร้างผลลัพธ์อย่างแท้จริงคือการได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องในระยะยาว มากกว่าการได้รับรางวัลเพียงครั้งเดียว”

“ศิลปินไทยมีศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ทัดเทียมกับศิลปินในระดับสากล แต่ยังมีความท้าทาย เช่น ข้อจำกัดด้านภาษา และโครงสร้างการเติบโตในสายอาชีพระยะยาว เวทีอย่างการประกวดจิตรกรรมยูโอบีจึงมีบทบาทสำคัญในการเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับศิลปิน สร้างโอกาสเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ และสนับสนุนให้ศิลปินสามารถพัฒนาและเติบโตในสายอาชีพได้อย่างมั่นใจในระยะยาว” นางสาวยามีล๊ะ หะยี กล่าว

นางสาวธัญญภัทร มานะสาระกุล กล่าวเสริมว่า “ในปัจจุบัน ศิลปินไทยมีบทบาทเป็นผู้เล่าเรื่องในเวทีระดับโลก ถ่ายทอดประเด็นทางสังคมและคุณค่าความเป็นมนุษย์ผ่านมุมมองที่หยั่งรากลึกจากบริบทท้องถิ่น การได้รับการมองเห็นและการสนับสนุนจากสถาบันต่างๆ ช่วยให้เรายึดโยงกับอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตนเอง พร้อมทั้งสื่อสารและเชื่อมโยงกับผู้ชมในระดับนานาชาติได้อย่างมีความหมาย”

• เปิดรับผลงาน
การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 17 เปิดรับผลงานตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ศิลปินอาชีพและศิลปินใหม่หรือสมัครเล่น ที่มีสัญชาติไทยหรือเป็นผู้มีถิ่นพำนักถาวรในประเทศไทย อายุ 16 ปีขึ้นไป สามารถส่งผลงานจิตรกรรมในหัวข้อใดก็ได้ เข้าร่วมการประกวดได้คนละหนึ่งผลงาน ผ่านเว็บไซต์ การประกาศผลรางวัลระดับประเทศของประเทศไทยจะจัดขึ้นในวันที่ 9 ตุลาคม 2569

ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศจากสิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม จะได้เข้าชิงรางวัลระดับภูมิภาค UOB Southeast Asian Painting of the Year ซึ่งมีเงินรางวัลเพิ่มเติมจำนวน 13,000 เหรียญสิงคโปร์ พร้อมโอกาสเข้าร่วมโครงการศิลปินพำนักในต่างประเทศที่สนับสนุนโดยธนาคารยูโอบี โดยจะประกาศผลรางวัลระดับภูมิภาค ณ ประเทศสิงคโปร์ ในเดือนตุลาคม 2569

#จิตรกรรมยูโอบี #ประกวดจิตรกรรมยูโอบี #ยูโอบีประเทศไทย

“กลัวไม่สวย” มาปลุกพลัง Originality ในตัวคุณในโลกที่เต็มไปด้วยมาตรฐานความงามและเวทีประกวดงานศิลปะหลากหลาย และหลายครั้งที...
15/05/2026

“กลัวไม่สวย” มาปลุกพลัง Originality ในตัวคุณ

ในโลกที่เต็มไปด้วยมาตรฐานความงามและเวทีประกวดงานศิลปะหลากหลาย และหลายครั้งที่เราเผลอกลั้นลมหายใจก่อนจะลงมือวาดภาพ เพราะกลัวว่าวาดภาพลงไปแล้วจะ “ไม่สวย” หรือกังวลว่าสิ่งที่สร้างสรรค์ออกมาจะ “ไม่ถูกใจ” ในสายตาใครต่อใคร แต่ในฐานะคนรักศิลปะอยากบอกคุณว่า เสน่ห์ที่แท้จริงของงานศิลปะไม่ได้วัดกันที่ความเนี๊ยบหรือความสมบูรณ์แบบ แต่อยู่ที่ “ความจริงใจ” ต่อความรู้สึกของตัวเองต่างหาก

▪︎ ทำไมเราถึงต้องแคร์ความสวย
ลองจินตนาการถึง วินเซนต์ แวน โกะห์ (Vincent van Gogh) ในวันที่เขาสร้างสรรค์ภาพ The Starry Night อันโด่งดัง ในวินาทีนั้นเขาไม่ได้วาดเพื่อรอให้มันเป็นภาพที่มีมูลค่ามหาศาล หรือวาดเพื่อให้ถูกใจใคร แต่เขาเพียงปล่อยให้ “ลมหายใจของตัวตน” ผ่านออกมาเป็นรอยฝีแปรงที่บิดเบี้ยว แต่ทว่าเปี่ยมด้วยพลัง นี่แหละคือหัวใจของคำว่า Original ซึ่งหมายถึง ความสดใหม่ที่มีรอยตำหนิอย่างมีเสน่ห์ และเป็นสิ่งที่ AI หรือเทคโนโลยีใดๆ ก็ไม่อาจเลียนแบบ “จิตวิญญาณ” ของมนุษย์ได้

▪︎ "ความต่าง" คือมูลค่าที่สูงที่สุด
เช่นเดียวกับ ปาโบล ปิกัสโซ (Pablo Picasso) ที่เปลี่ยนโลกศิลปะด้วยลัทธิคิวบิสม์ (Cubism) เขาไม่ได้เลือกวาดคนให้เหมือนคนที่สุด แต่เขาเลือกวาดสิ่งที่เขา “เห็น” และ “รู้สึก” จนกลายเป็นสไตล์ที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน เพราะในยุคสมัยที่โลกมี “งานสำเนา” มากเกินไป สิ่งที่ทุกคนโหยหาจริงๆ คือความแปลกใหม่ที่ไม่ซ้ำใครจากตัวคุณ ไม่ต้องรอให้เก่งเท่าใคร หรือรอให้พร้อมที่สุด เพราะถ้าคุณเริ่มวาดจากใจในวินาทีนี้ งานชิ้นนั้นคือของแท้ที่เป็นจุดกำเนิดของความคิดสร้างสรรค์ทันที

หอศิลป์ Society ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนเริ่มลงมือทำ เพราะรอยป้ายสีเล็ก ๆ ที่คุณกล้าแต้มลงบนผ้าใบในวันนี้ อาจเติบโตไปเป็นผลงานระดับ Masterpiece ในวันหน้า

▪︎ บทวิพากษ์โดย: กองบรรณาธิการ หอศิลป์ Society
▪︎ ภาพประกอบ: "Self-Portrait Facing Death" (ภาพเหมือนตนเองเผชิญหน้ากับความตาย) ซึ่งเป็นผลงานวาดเส้นของ ปาโบล ปีกัสโซ (Pablo Picasso) ศิลปินผู้ทรงอิทธิพลแห่งศตวรรษที่ 20 ชาวสเปน

#หอศิลป์Society #แรงบันดาลใจ #ศิลปะสร้างสรรค์

เอปสันเปิดเวทีประกวดภาพถ่ายพาโนรามาระดับโลก “Epson International Pano Awards” ครั้งที่ 17 ชิงรางวัลรวมกว่า 50,000 ดอลลาร...
14/05/2026

เอปสันเปิดเวทีประกวดภาพถ่ายพาโนรามาระดับโลก “Epson International Pano Awards” ครั้งที่ 17 ชิงรางวัลรวมกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ

14 พฤษภาคม 2569 – เอปสันเชิญชวนช่างภาพทั่วโลกส่งผลงานเข้าร่วมประกวดภาพถ่ายพาโนรามาระดับนานา ชาติ Epson International Pano Awards ครั้งที่ 17 เวทีประกวดภาพถ่ายพาโนรามาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจัดขึ้นเพื่อยกย่องศิลปะแห่งการถ่ายภาพพาโนรามา โดยเอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงเดินหน้าร่วมสนับสนุนการประกวดในฐานะผู้สนับสนุนหลัก เพื่อผลักดันและส่งเสริมช่างภาพสายพาโนรามาทั้งในภูมิภาคและทั่วโลก

สำหรับการประกวดประจำปี 2026 เปิดรับผลงานแล้วตั้งแต่วันนี้ โดยเปิดรับผลงานในช่วง Early Bird ถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2569 และปิดรับผลงานรอบสุดท้ายในวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 การประกวดเปิดรับทั้งช่างภาพมืออาชีพและมือสมัครเล่นจากทั่วโลก โดยผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะต้องเป็นภาพในรูปแบบพาโนรามาที่มีอัตราส่วนขั้นต่ำ 2:1 ทั้งในแนวนอนและแนวตั้ง

ไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือการเปิดตัวหมวดใหม่ “Aerial” ทั้งในประเภท Open และ Amateur เพื่อสะท้อนความคิดสร้างสรรค์ของการถ่ายภาพด้วยโดรนและภาพมุมสูงที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในวงการภาพถ่ายพาโนรามา นอกจากนี้ Epson International Pano Awards ครั้งที่ 17 ยังคงมีหมวด Nature and Landscape, Built Environment and Architecture และ VR/360 เพื่อเปิดโอกาสให้ช่างภาพได้ถ่ายทอดทักษะด้านเทคนิคและการเล่าเรื่องผ่านภาพถ่ายในหลากหลายรูปแบบ โดยในปีนี้มีมูลค่ารางวัลรวมกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมถึงเงินสด 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ และรางวัลสำหรับผู้ชนะประเภท Open โดยรวมที่มีมูลค่ามากกว่า 11,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งในรูปแบบเงินสดและผลิตภัณฑ์

นับตั้งแต่เริ่มจัดขึ้นในปี 2010 Epson International Pano Awards ได้เติบโตจนกลายเป็นเวทีสำคัญของช่างภาพพาโนรามาทั่วโลก โดยในปี 2025 มีผลงานส่งเข้าประกวดมากกว่า 3,000 ภาพ จาก 95 ประเทศทั่วโลก และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้เข้าร่วมจากเอเชีย โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงศักยภาพและความสามารถของช่างภาพในภูมิภาคนี้

นายเดวิด อีแวนส์ (David Evans) ภัณฑารักษ์ของงานประกวด Epson International Pano Awards กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีที่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ช่างภาพทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นจากทั่วโลก สามารถส่งผลงานเข้าร่วม Epson International Pano Awards ได้อีกครั้งในปีนี้ พร้อมกันนี้ เรายังได้เปิดตัวหมวดใหม่ Aerial สำหรับทั้งประเภท Open และ Amateur อีกด้วย นอกจากนี้ ผู้ที่ส่งผลงานตั้งแต่ 5 ภาพขึ้นไปภายในช่วง Early Bird จะได้รับส่วนลด 20% และยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัล Curator’s Award มูลค่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ”

นายฮัตโตริ ไท (Hattori Tai) ผู้อำนวยการประจำภูมิภาค กลุ่มผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์และอิงค์เจ็ทอุตสาหกรรม เอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ชุมชนช่างภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นหนึ่งในชุมชนที่มีพลังสร้างสรรค์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ภาพพาโนรามาเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทรงพลังในการถ่ายทอดเรื่องราวของเมืองชายฝั่ง และวัฒนธรรมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในภูมิภาคของเรา Epson International Pano Awards เปิดโอกาสให้ช่างภาพเหล่านี้ได้แสดงผลงานเคียงข้างช่างภาพระดับโลกบนเวทีระดับสากลอย่างแท้จริง เอปสัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่เพียงสนับสนุนเทคโนโลยีการพิมพ์สำหรับนิทรรศการรอบสุดท้ายเท่านั้น แต่ยังมุ่งมั่นผลักดันให้ช่างภาพจากภูมิภาคของเราได้รับการยอมรับในระดับโลกมากยิ่งขึ้น”

คณะกรรมการตัดสินรางวัล Epson International Pano Awards ครั้งที่ 17 ประกอบด้วยช่างภาพและผู้เชี่ยวชาญระดับโลก อาทิ บิล เบลีย์ (Bill Bailey), แอรอน สเปนซ์ (Aaron Spence), แดน ซาฟรา (Dan Zafra), แจ็กกี ลี (Jacky Lee), ดาเนียล คอร์แดน (Daniel Kordan), เอบ แบลร์ (Abe Blair), อาเน็ตต์ มอสส์บาเชอร์ (Annette Mossbacher) และ เจนนิเฟอร์ เรนวิก (Jennifer Renwick) เป็นต้น

#ประกวดภาพถ่าย #ประกวดภาพถ่ายพาโนรามา #เอปสัน

'Looking Back' นิทรรศการสีน้ำที่พาดื่มด่ำไปกับห้วงคำนึงเมื่อพู่กันเปียกชุ่มไปด้วยสีสันแห่งความทรงจำ และสีน้ำกลายเป็นสะพา...
14/05/2026

'Looking Back' นิทรรศการสีน้ำที่พาดื่มด่ำไปกับห้วงคำนึง

เมื่อพู่กันเปียกชุ่มไปด้วยสีสันแห่งความทรงจำ และสีน้ำกลายเป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างอดีตกับปัจจุบัน

ศิลปะมักทำหน้าที่เป็นกระจกเงาบานใหญ่ที่สะท้อนภาพภายในจิตใจของเราเสมอ ในนิทรรศการเดี่ยว "Looking Back" (มองย้อนกลับไป) โดย ศิลปินสีน้ำ ธนาคม เข็มเพ็ชร เราจะได้เห็นการเดินทางของจิตวิญญาณที่ถ่ายทอดออกมาเป็นความงดงามที่ทั้งอ่อนหวานและเข้มข้น

โดดเด่นด้วยโทนสีที่เป็นหัวใจหลักของงาน นั่นคือ สีแดงและสีชมพูสดอันเปี่ยมด้วยพลังชีวิตของดอกกุหลาบ ศิลปินจงใจใช้ความงามอันสลับซับซ้อนของกลีบดอกไม้เป็นสัญลักษณ์แทน "การมองย้อนกลับไป"

ทุกฝีแปรงที่ตวัดสีน้ำลงบนผิวกระดาษ ไม่ได้เป็นเพียงการวาดภาพดอกกุหลาบที่สวยงามเท่านั้น แต่เป็นการบันทึกห้วงขณะของการทำความเข้าใจว่า "เราเป็นใครในทุกวันนี้" ผ่านน้ำหนักของเทคนิคสีน้ำ ทำให้สีชมพูและสีแดงในภาพดูราวกับมีชีวิตและมีเรื่องราวที่จะเล่าขานให้ผู้ที่มาชมได้หยุดฟังและสัมผัสกับหัวใจตัวเอง

ข้อมูลนิทรรศการ:
▪︎ ชื่องาน: Watercolor "Looking Back" (มองย้อนกลับไป)
▪︎ ศิลปิน: ธนาคม เข็มเพ็ชร (Thanakhom Khemphatch)
▪︎ ระยะเวลาจัดงาน: 8 - 20 พฤษภาคม 2569
▪︎ สถานที่: Art Gallery ชั้น M โรงแรม Maison Hotel Bangkok สุขุมวิท ซอย 2

#นิทรรศการศิลปะ #สีน้ำ #ธนาคมเข็มเพ็ชร

ที่อยู่

Phra Nakhon

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หอศิลป์ Societyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง หอศิลป์ Society:

แชร์

ประเภท