Chiang Mai House of Photography

Chiang Mai House of Photography หอภาพถ่ายล้านนา
Chiang Mai House of Photography

หอภาพถ่ายล้านนา จัดตั้งเพื่อเป็นศูนย์กลางในการจัดเก็บภาพถ่ายโบราณอันทรงคุณค่ารวมถึงข้อมูลต่างๆ ที่ประกอบในภาพถ่ายเหล่านั้น เพราะภายในภาพถ่ายโบราณของล้านนานั้นถูกบรรจุด้วยข้อมูลทางศาสตร์และศิลป์ในแขนงต่างๆ อย่างมากมาย นับเป็นองค์ความรู้ที่ประเมินค่ามิได้ของล้านนา นำมาจัดเก็บอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และเผยแพร่สู่สาธรณชนในแง่ต่างๆ ที่เน้นไปใช้ประโยชน์สูงสุดของการนำข้อมูลต้นทุนทางวัฒนธรรมล้

านนา อันเป็นเอกลักษณ์หาที่ใดเหมือน ก่อเกิดองค์ความรู้ที่เราจะพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้นำไปต่อยอดทางการศึกษาอันเป็นอัตลักษณ์ที่ดีของตนเอง ทั้งนี้รวมถึงการรวบรวมงานวิจัย และบทความที่เกี่ยวข้องกับภาพถ่ายในลักษณะต่างๆ อันที่จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมอีกทางในการศึกษาในอนาคต นอกจากนี้จะเป็นส่วนที่ผลักดันอุตสาหกรรมภาพถ่ายในประเทศให้มีการพัฒนาอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องเพราะการนำข้อมูลตันทุนทางวัฒนธรรมที่จะสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างและโดดเด่น อีกทั้งยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มมากยิ่งขึ้นให้กับอุตสาหกรรมภาพถ่ายที่ถูกผลิตภายในประเทศ

หอภาพถ่ายล้านนา (Chiang Mai House of Photography) ขอขอบพระคุณ คุณจิระนันท์ พิตรปรีชา นักกวี นักเขียน และนักแปล ผู้สร้างส...
23/07/2026

หอภาพถ่ายล้านนา (Chiang Mai House of Photography) ขอขอบพระคุณ คุณจิระนันท์ พิตรปรีชา นักกวี นักเขียน และนักแปล ผู้สร้างสรรค์ผลงานวรรณกรรมอันทรงคุณค่า ที่กรุณามาเยี่ยมชมหอภาพถ่ายล้านนา และมอบของที่ระลึกอันแสนประทับใจให้แก่ทางหอภาพถ่ายฯ
คุณจิระนันท์ พิตรปรีชา เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของวงการวรรณกรรมไทย เจ้าของผลงานกวีนิพนธ์ “ใบไม้ที่หายไป” ซึ่งได้รับรางวัลซีไรต์ และยังมีผลงานด้านการเขียน บทความ สารคดี รวมถึงงานแปลและบทบรรยายภาพยนตร์อีกมากมาย
จากเด็กหญิงที่เติบโตท่ามกลางกองหนังสือในร้านหนังสือของครอบครัว สู่เส้นทางของกวี นักคิด นักเขียน และนักแปลที่ใช้ภาษาเป็นเครื่องมือบันทึกความทรงจำ ความรู้สึก และเรื่องราวของผู้คนและสังคม
ในโอกาสเดียวกันนี้ หอภาพถ่ายล้านนาได้มอบหนังสือ “สมุดภาพเมืองเชียงใหม่” เป็นที่ระลึก เพื่อแทนคำขอบคุณสำหรับการมาเยือน และเพื่อร่วมส่งต่อเรื่องราว ความทรงจำ และภาพประวัติศาสตร์ของเมืองเชียงใหม่ผ่านภาพถ่าย
การมาเยือนของคุณจี๊ดในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งความทรงจำอันงดงามของหอภาพถ่ายล้านนา เพราะภาพถ่ายและงานวรรณกรรมต่างมีสิ่งหนึ่งร่วมกัน นั่นคือการทำหน้าที่ บันทึกเรื่องราวของผู้คนและกาลเวลา เพื่อส่งต่อความทรงจำจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง
ขอขอบพระคุณคุณจิระนันท์ พิตรปรีชา สำหรับมิตรภาพ การมาเยือน และของที่ระลึกอันทรงคุณค่าแก่หอภาพถ่ายล้านนาเป็นอย่างสูงครับ 🙏📚📷

#หอภาพถ่ายล้านนา


#จิระนันท์พิตรปรีชา
#จี๊ดจิระนันท์
#ใบไม้ที่หายไป
#สมุดภาพเมืองเชียงใหม่
#ภาพถ่าย
#ประวัติศาสตร์
#ความทรงจำ
#เชียงใหม่

📸✨ ก้าวสู่หอภาพถ่ายล้านนาในรูปแบบใหม่! สัมผัสประสบการณ์นิทรรศการเสมือนจริง 360 องศา ✨📸หอภาพถ่ายล้านนา (Chiang Mai House ...
23/07/2026

📸✨ ก้าวสู่หอภาพถ่ายล้านนาในรูปแบบใหม่! สัมผัสประสบการณ์นิทรรศการเสมือนจริง 360 องศา ✨📸
หอภาพถ่ายล้านนา (Chiang Mai House of Photography) ขอขอบพระคุณ ทีมงาน A360 เป็นอย่างสูง 🙏 ที่ได้ตั้งใจเนรมิตและรังสรรค์บรรยากาศของหอภาพถ่ายล้านนาให้ออกมาในรูปแบบ Virtual Tour 3D ได้อย่างสมจริงและงดงาม
สำหรับใครที่ยังไม่มีเวลาเดินทางมา หรืออยากลองสำรวจบรรยากาศล่วงหน้า สามารถเข้าไปท่องโลกภาพถ่ายและเดินชมอาคารประวัติศาสตร์ผ่านหน้าจอของคุณได้แล้ววันนี้ที่: 👉 https://a360-spaces.sgp1.cdn.digitaloceanspaces.com/CMH/index.html
🏛️ แต่ความงดงามทางประวัติศาสตร์ แสง เงา และเสน่ห์ของภาพถ่ายโบราณ... สัมผัสผ่านหน้าจออย่างเดียวคงไม่พอ!
เราขอเชิญชวนทุกท่าน ร่วมเดินทางมาเปิดสัมผัสจริง ชมผลงานภาพถ่ายทรงคุณค่า บรรยากาศอาคารเรือนไม้โบราณ และเรื่องราวประวัติศาสตร์ล้านนาอันน่าหลงใหลด้วยตาของคุณเอง
📍 หอภาพถ่ายล้านนา (ตั้งอยู่หลังพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา ตรงข้ามอนุสาวรีย์สามกษัตริย์) ⏰ เปิดให้เข้าชม: วันจันทร์-ศุกร์ (หยุดทุกวันเสาร์-อาทิตย์) 🕗 เวลา: 08.30 - 16.30 น.
🤍✨
#หอภาพถ่ายล้านนา #นิทรรศการภาพถ่าย #เชียงใหม่ #เที่ยวเชียงใหม่

ในนามของหอภาพถ่ายล้านนา (Chiang Mai House of Photography) ขอขอบพระคุณเพจ Sarakadee Lite เป็นอย่างสูงครับ ที่ให้เกียรติแว...
16/07/2026

ในนามของหอภาพถ่ายล้านนา (Chiang Mai House of Photography) ขอขอบพระคุณเพจ Sarakadee Lite เป็นอย่างสูงครับ ที่ให้เกียรติแวะมาเยี่ยมชมและถ่ายทอดเรื่องราวของหอภาพถ่ายล้านนาลงบนเพจ

การนำเสนอที่มีมุมมองลึกซึ้ง ภาษาที่สละสลวย และการร้อยเรียงเรื่องราวที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมของทางเพจ ถือเป็นแรงสนับสนุนที่สำคัญยิ่งในการช่วยขับเคลื่อนและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความทรงจำผ่านภาพถ่ายล้านนาให้แก่สังคมวงกว้าง

ทางหอภาพถ่ายล้านนารู้สึกเป็นเกียรติและยินดีต้อนรับทีมงาน Sarakadee Lite ในโอกาสต่อ ๆ ไปเสมอนะครับ

16/07/2026

นิทรรศการเชียงใหม่ในอดีต ครั้งที่ 2
CHIANG MAI IN THE PAST (EP.2)
昔日清迈(第二期)

หอภาพถ่ายล้านนา ร่วมกับครอบครัวยากี ขอเชิญทุกท่านร่วมย้อนเวลาไปสัมผัสเรื่องราวของเชียงใหม่ในอดีต ผ่านภาพถ่ายประวัติศาสตร์ต้นฉบับหาชมยากกว่า 100 ปี
เนื่องในวาระครบรอบ 100 ปี การเสด็จพระราชดำเนินเยือนเชียงใหม่ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7)

(เข้าชมฟรี)

📍 หอภาพถ่ายล้านนา (Chiang Mai House of Photography)
📅 วันนี้ – 15 มกราคม 2570
🕣 วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
❌ ปิดวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

📸 เมื่อ "ลุงบุญเสริม" มองเห็นโลกในแบบที่สายตาเราไม่อาจเห็นการถ่ายภาพอินฟราเรดกับประวัติศาสตร์เชียงใหม่หากกล่าวถึงช่างภาพ...
15/07/2026

📸 เมื่อ "ลุงบุญเสริม" มองเห็นโลกในแบบที่สายตาเราไม่อาจเห็น
การถ่ายภาพอินฟราเรดกับประวัติศาสตร์เชียงใหม่

หากกล่าวถึงช่างภาพผู้บันทึกประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ ชื่อของ ลุงบุญเสริม สาตราภัย (Boonserm Satraphai) ย่อมเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่สุด ท่านเริ่มเรียนรู้การถ่ายภาพตั้งแต่อายุเพียง 12 ปี และตลอดชีวิตได้บันทึกภาพผู้คน วิถีชีวิต สถาปัตยกรรม และเหตุการณ์สำคัญของล้านนาไว้เป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์อันล้ำค่าของเมืองเชียงใหม่

นอกจากภาพสารคดีที่หลายคนคุ้นเคยแล้ว ลุงบุญเสริมยังเป็นช่างภาพที่สนใจทดลองเทคนิคใหม่ ๆ โดยเฉพาะ การถ่ายภาพด้วยฟิล์มอินฟราเรด (Infrared Film) ซึ่งในยุคฟิล์มถือเป็นเทคนิคที่ก้าวหน้ามาก ต้องใช้ฟิล์มชนิดพิเศษร่วมกับฟิลเตอร์สำหรับบันทึกแสงอินฟราเรดที่ดวงตามนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้

ภาพที่ได้มีลักษณะโดดเด่นอย่างน่าทึ่ง ใบไม้และพืชพรรณจะสะท้อนแสงจนกลายเป็นสีขาวสว่าง ขณะที่ท้องฟ้าจะเข้มมืดตัดกับก้อนเมฆ ทำให้ภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมดูเหนือจริง ราวกับเปิดมิติใหม่ของการมองเห็น

ผลงานภาพอินฟราเรดของลุงบุญเสริม ไม่เพียงสะท้อนความงดงามทางศิลปะ หากยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเรียนรู้และทดลองเทคโนโลยีการถ่ายภาพสมัยใหม่ของช่างภาพไทยในอดีต

ปัจจุบัน ภาพถ่ายของลุงบุญเสริมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ในคลังภาพของ หอภาพถ่ายล้านนา (Chiang Mai House of Photography) คือมรดกทางภาพถ่ายที่ช่วยให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ทั้งประวัติศาสตร์ของเชียงใหม่ และวิวัฒนาการของศิลปะการถ่ายภาพไทย
📍ร่วมค้นพบภาพถ่ายประวัติศาสตร์เพิ่มเติมได้ที่�www.CMHOP.org

📸 When Boonserm Satraphai Saw the World Beyond Human Vision
Infrared Photography and the History of Chiang Mai
Among the photographers who documented the history of Chiang Mai, Boonserm Satraphai is regarded as one of the most influential. Beginning photography at the age of twelve, he devoted his life to recording the people, architecture, traditions, and changing landscapes of Northern Thailand. Today, his photographs have become invaluable historical records of Chiang Mai.
Beyond his documentary work, Boonserm was also fascinated by photographic innovation. One of his remarkable experiments involved infrared photography, an advanced technique during the film era that required specialized infrared film and filters capable of recording wavelengths invisible to the human eye.
Infrared photographs create a unique visual effect: trees and foliage appear brilliantly white, while skies become dramatically dark, producing dreamlike landscapes with extraordinary tonal contrast. These images reveal familiar places from an entirely different perspective.
Boonserm's infrared photographs demonstrate not only artistic creativity but also his passion for exploring new photographic technologies long before the digital age.
Today, his works preserved by the Chiang Mai House of Photography (CMHOP) continue to inspire visitors, offering both a visual history of Northern Thailand and a fascinating glimpse into the evolution of photographic techniques.
📍Explore more historic photographs at�www.CMHOP.org

📸 当布恩瑟恩·萨塔拉派看见人眼无法看见的世界
红外摄影与清迈历史
布恩瑟恩·萨塔拉派(Boonserm Satraphai) 是清迈最重要的历史摄影师之一。他自12岁开始学习摄影,一生致力于记录清迈及兰纳地区的人民生活、传统文化、建筑风貌和历史事件,为后世留下了珍贵的历史影像。
除了纪实摄影之外,他还不断尝试新的摄影技术,其中最具代表性的就是 红外摄影(Infrared Photography)。在胶片时代,红外摄影是一项相当前沿的技术,需要使用专用红外胶片和滤镜,记录人眼无法直接看到的红外线。
通过红外摄影,树木和植被会呈现出明亮洁白的色调,而天空则变得深邃浓郁,形成强烈的视觉对比,使熟悉的风景呈现出梦幻般的艺术效果。
布恩瑟恩先生的红外摄影作品,不仅展现了独特的艺术美感,也体现了他勇于探索摄影新技术的精神,为泰国摄影发展留下了重要的历史见证。
如今,这些珍贵作品由 兰纳摄影博物馆(Chiang Mai House of Photography) 妥善保存,让更多人能够透过影像了解清迈的历史与摄影艺术的发展历程。
📍欢迎浏览更多历史影像:�www.CMHOP.org

#หอภาพถ่ายล้านนา #บุญเสริมสาตราภัย #เชียงใหม่ในอดีต #ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ #摄影历史 #红外摄影

กราบขอบพระคุณเพจ กระหน่ำแชร์ มาก ๆ เลยครับ 🙏 สมชื่อเพจจริง ๆ ที่ช่วยกระหน่ำแชร์และส่งต่อบรรยากาศสวย ๆ ของหอภาพถ่ายล้านนา...
07/07/2026

กราบขอบพระคุณเพจ กระหน่ำแชร์ มาก ๆ เลยครับ 🙏 สมชื่อเพจจริง ๆ ที่ช่วยกระหน่ำแชร์และส่งต่อบรรยากาศสวย ๆ ของหอภาพถ่ายล้านนา Chiang Mai House of Photography ให้แฟนเพจได้รู้จักกันมากขึ้น 📸❤️
ทางหอภาพถ่ายล้านนาดีใจและเป็นเกียรติมาก ๆ ที่สถานที่ของเราได้ไปอยู่บนหน้าเพจ กระแสตอบรับและพลังการแชร์ของทุกคนช่วยให้คุณค่าของภาพถ่ายล้านนาเดินทางไปได้ไกลยิ่งขึ้นจริง ๆ ครับ
สำหรับใครที่เห็นโพสต์นี้แล้ว ไม่อยากพลาดมุมถ่ายรูปสวย ๆ และเรื่องราวประวัติศาสตร์ดี ๆ แวะมาแอ่วหาเราตามรอยเพจกระหน่ำแชร์ได้เลยนะครับ ยินดีต้อนรับทุกคนครับ ✨

กราบขอบพระคุณเพจ Journey Directory มาก ๆ เลยครับ 🙏ช่างภาพและนักเดินทางท่านไหนที่กำลังมองหาจุดเช็กอินที่เต็มไปด้วยกลิ่นอา...
06/07/2026

กราบขอบพระคุณเพจ Journey Directory มาก ๆ เลยครับ 🙏ช่างภาพและนักเดินทางท่านไหนที่กำลังมองหาจุดเช็กอินที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์และเรื่องราวของเมืองเชียงใหม่ ต้องไม่พลาดรีวิวนี้เลยครับ
ทางหอภาพถ่ายล้านนาดีใจและเป็นเกียรติมาก ๆ ที่ได้ต้อนรับและถูกจัดอยู่ใน "Directory" การเดินทางของเพจ รีวิวออกมาได้ละมุนและน่าตามรอยมาก ๆ เลยครับ 📸❤️
ใครที่อ่านรีวิวแล้วอยากมาสัมผัสบรรยากาศการจัดแสดงภาพถ่ายโบราณและสถาปัตยกรรมสวย ๆ แวะมาแอ่วหาเราได้ตามพิกัดของ Journey Directory เลยนะครับ ยินดีต้อนรับทุกคนครับ ✨

กราบขอบพระคุณเพจ แอ่วดี-Review นัก ๆ ครับ 🙏❤️ ที่แวะมาแอ่วและช่วยรีวิวหอภาพถ่ายล้านนา Chiang Mai House of Photography ขอ...
06/07/2026

กราบขอบพระคุณเพจ แอ่วดี-Review นัก ๆ ครับ 🙏❤️ ที่แวะมาแอ่วและช่วยรีวิวหอภาพถ่ายล้านนา Chiang Mai House of Photography ของเราให้แฟนเพจได้ตามมารอยกัน
ทางหอภาพถ่ายล้านนาดีใจและเป็นเกียรติมาก ๆ ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อเรื่องราวและคุณค่าของวัฒนธรรมล้านนาผ่านเลนส์กล้อง รีวิวสวยงามและน่าประทับใจมากเลยครับ
สำหรับใครที่เห็นรีวิวแล้วอยากมาสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ สามารถแวะมาแอ่วกันได้ตามพิกัดที่เพจแอ่วดี-Review ปักหมุดไว้ได้เลยนะครับ ยินดีต้อนรับทุกคนครับ ✨📸

อ่าน "แฟชั่นล้านนา" ผ่านจิตรกรรมวัดภูมินทร์ เมื่อเสื้อผ้าในภาพเขียนเล่าเรื่องผู้คนเมืองน่านเมื่อกว่า 150 ปีก่อนก่อนที่กล...
03/07/2026

อ่าน "แฟชั่นล้านนา" ผ่านจิตรกรรมวัดภูมินทร์ เมื่อเสื้อผ้าในภาพเขียนเล่าเรื่องผู้คนเมืองน่านเมื่อกว่า 150 ปีก่อน
ก่อนที่กล้องถ่ายภาพจะเดินทางเข้ามาสู่ล้านนาเมื่อราวปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ผู้คน วิถีชีวิต เครื่องแต่งกาย และสังคมในอดีต ได้รับการบันทึกไว้ผ่าน "จิตรกรรมฝาผนัง"

หลายคนรู้จักจิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน จากภาพ "ปู่ม่าน ย่าม่าน" อันโด่งดัง แต่หากลองละสายตาจากภาพกระซิบรัก แล้วพินิจผู้คนที่อยู่รายรอบ เราจะพบว่า เสื้อผ้า เครื่องประดับ ทรงผม และเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ต่างซ่อนเรื่องราวของสังคมล้านนาไว้อย่างน่าทึ่ง

จิตรกรรมเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงงานศิลปะ หากยังเป็น "ภาพถ่าย" ของวิถีชีวิตในอดีต ที่ช่วยให้เรามองเห็นการแต่งกายของชาวเมืองน่านในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 24 ได้อย่างละเอียด

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้เมืองน่านจะอยู่ในโลกวัฒนธรรมล้านนา แต่กลับมีอัตลักษณ์การแต่งกายที่แตกต่างจากเชียงใหม่ ลำพูน หรือแพร่ อย่างชัดเจน
หนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญคือ "ซิ่นป้อง" ผ้าซิ่นโครงสร้างพิเศษที่พบได้เฉพาะเมืองน่าน มีลวดลายในแนวขวางลำตัว ทอด้วยเทคนิค "มัดก่าน" หรือมัดหมี่ ให้รายละเอียดงดงามกว่าซิ่นต๋าของหญิงไทยวนทั่วไป นอกจากนี้ยังมี ซิ่นม่าน และ ซิ่นตีนจกเมืองน่าน ซึ่งล้วนสะท้อนภูมิปัญญาการทอผ้าที่พัฒนาจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของเมือง

จิตรกรรมยังบันทึกการแต่งกายของหญิงสาวไว้อย่างหลากหลาย ทั้งการเปลือยอกตามธรรมเนียมเดิม การใช้ผ้าแถบมัดอก การห่มแบบ "สะหว้ายแล่ง" หรือการสวมเสื้อผ่าหน้าปักดิ้นเงินดิ้นทองในกลุ่มสตรีผู้มีฐานะ ขณะที่ทรงผม "วิดว้อง" มวยผมกลางศีรษะ เครื่องประดับอย่าง "ลานหู" กำไลทอง และสร้อยคำ ล้วนช่วยเติมภาพของหญิงชาวเมืองน่านให้มีชีวิตชีวา

ในอีกด้านหนึ่ง เครื่องแต่งกายของชายหนุ่มก็สะท้อนโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง บางคนยังนุ่ง "ผ้าต้อย" หรือ "เค็ดม่าม" แบบดั้งเดิม ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงโจงกระเบน ขณะที่บางคนเริ่มสวมเสื้อแขนยาวและไว้ผมทรงมหาดไทย ซึ่งแสดงให้เห็นอิทธิพลจากกรุงเทพฯ ที่ค่อย ๆ เดินทางเข้าสู่เมืองน่านในยุคนั้น

ที่น่าสนใจไม่แพ้เสื้อผ้า คือรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ศิลปินตั้งใจบันทึกไว้ ไม่ว่าจะเป็นกี่ทอผ้าแกะสลักลวดลายอย่างประณีต ตะกร้าเครื่องเขินสำหรับใส่เส้นด้าย คานหาบ น้ำถุ้ง ก๋วย หรือซ้า ตลอดจนลายสักของชายหนุ่ม ล้วนเป็นหลักฐานสำคัญที่บอกเล่าวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และงานหัตถกรรมของผู้คนในล้านนาเมื่อกว่าศตวรรษก่อน

จิตรกรรมวัดภูมินทร์จึงไม่ใช่เพียงเรื่องเล่าทางพุทธศาสนา หากยังเป็นคลังข้อมูลด้านชาติพันธุ์ ประวัติศาสตร์ และเครื่องแต่งกายล้านนาที่ทรงคุณค่า ช่วยให้เราเข้าใจว่า "เสื้อผ้า" ในอดีตไม่ได้เป็นเพียงแฟชั่น แต่สะท้อนฐานะ ความเชื่อ อัตลักษณ์ และความสัมพันธ์ระหว่างเมืองน่านกับโลกภายนอกได้อย่างลึกซึ้ง

📖 อ่านบทความฉบับเต็ม พร้อมภาพประกอบและการวิเคราะห์
รายละเอียดของเครื่องแต่งกายในจิตรกรรมวัดภูมินทร์ ได้ที่ CMHOP.org

เพราะบางครั้ง... ภาพเขียนบนผนังวัด ก็อาจเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ของผู้คนได้ชัดเจนไม่ต่างจากภาพถ่าย

Reading "Lanna Fashion" Through the Murals of Wat Phumin: How Painted Garments Tell the Story of Nan's People 150 Years Ago
Before photography arrived in the Lanna Kingdom in the late nineteenth century, the lives, customs, clothing, and society of its people were preserved through mural paintings.
Many people recognize the murals of Wat Phumin in Nan Province because of the famous image of the "Whisper of Love." Yet beyond this iconic scene, the surrounding figures reveal a remarkable visual record of Lanna society through their clothing, jewelry, hairstyles, and everyday objects.
These murals are more than works of art—they are visual documents of everyday life. They allow us to closely examine the dress and appearance of the people of Nan during the late nineteenth century.
What makes these paintings especially fascinating is that although Nan belonged to the broader cultural world of Lanna, its traditional costume developed a distinctive identity, clearly different from those of Chiang Mai, Lamphun, or Phrae.
Among its most distinctive textiles is the Sin Pong, a unique skirt found only in Nan. Characterized by horizontal patterned bands and woven using the Mud Kan (ikat) technique, it displays a richer decorative structure than the Sin Ta traditionally worn by Tai Yuan women elsewhere in Lanna. Other remarkable examples include the Sin Man and Nan Teen Jok skirts, both reflecting generations of sophisticated weaving traditions that became symbols of Nan's cultural identity.
The murals also portray women in a wide variety of attire—from the traditional bare-breasted style, chest cloths, and the shoulder-draped Sawai Laeng, to elegant front-opening jackets embroidered with gold and silver thread worn by women of higher social standing. Their Wid Wong hairstyle—a neatly coiled bun centered on the head—along with distinctive ear ornaments, gold bracelets, and necklaces, vividly brings the women of Nan to life.
The clothing of young men reflects a society in transition. Some still wear the traditional Pha Toi or Ked Mam, garments wrapped in a style similar to the Thai chong kraben, while others have adopted long-sleeved shirts and the Mahatthai hairstyle, illustrating the growing influence of Bangkok as it gradually reached Nan during this period.
Equally fascinating are the countless details carefully recorded by the artist: beautifully carved looms, lacquer baskets for yarn, carrying poles, bamboo water containers, woven baskets, and even the tattoo patterns on young men's bodies. Together, these elements provide invaluable evidence of everyday life, the local economy, and the craftsmanship of Lanna society more than a century ago.
The murals of Wat Phumin are therefore far more than Buddhist illustrations. They are an extraordinary archive of Lanna ethnography, history, and traditional costume. They remind us that clothing in the past was never merely about fashion—it reflected social status, beliefs, cultural identity, and Nan's connections with the wider world.
📖 Read the full article, complete with illustrations and an in-depth analysis of the costumes depicted in the Wat Phumin murals, at CMHOP.org.
Sometimes, a mural painted on a temple wall can tell the history of its people just as powerfully as a photograph.

从普敏寺壁画解读“兰纳时尚”:一幅壁画如何讲述150多年前南邦人的服饰文化
在摄影术于19世纪末传入兰纳地区之前,当地人民的生活方式、服饰、社会风貌与文化记忆,早已被记录在寺庙壁画之中。
提到泰国楠府(Nan)的普敏寺(Wat Phumin)壁画,许多人首先想到的是著名的“低语之爱”(Whisper of Love)画面。然而,当我们把目光从这对恋人移开,仔细观察周围的人物时,便会发现他们的服饰、首饰、发型以及日常器物,真实地记录了兰纳社会丰富而细腻的生活样貌。
这些壁画不仅是宗教艺术,更是一部描绘过去生活的“视觉档案”,让我们得以细致了解19世纪末楠府居民的穿着与生活文化。
尤其值得注意的是,虽然楠府属于兰纳文化圈,但当地服饰却发展出鲜明而独特的风格,与清迈、南奔和帕府等地有着明显区别。
其中最具代表性的便是**“Sin Pong(辛蓬筒裙)”**。这种仅见于楠府的传统筒裙,以横向纹饰为特色,并采用当地称为 Mud Kan(即伊卡特扎染织法)的技法织造,比一般兰纳泰阮族妇女穿着的 Sin Ta 更加华丽精致。此外,还有 Sin Man 和 Nan Teen Jok 等传统筒裙,同样展现出楠府世代相传的织布工艺,并成为当地独特的文化象征。
壁画中的女性服饰也十分丰富,包括传统裸上身、束胸布、斜披肩式 Sawai Laeng,以及上层女性所穿饰有金银线刺绣的开襟长衫。她们梳着名为 Wid Wong 的发髻,头发盘于头顶中央,并佩戴耳饰、金手镯和金项链,使人物形象栩栩如生。
男性服饰则反映出时代的变迁。一些年轻人仍穿着传统的 Pha Toi 或 Ked Mam,其穿法类似泰国的 Chong Kraben;另一些则开始穿长袖上衣,并留着 Mahatthai 发式,显示出曼谷文化影响正逐渐传入楠府。
除了服饰之外,艺术家还细致描绘了织布机、雕花木构件、盛放纱线的漆器篮、挑水扁担、竹编水桶、竹篮,以及年轻男子身上的传统纹身。这些细节不仅记录了日常生活,更成为研究兰纳社会经济、手工艺与民俗文化的重要历史证据。
因此,普敏寺壁画不仅是佛教故事的载体,更是一座珍贵的民族学、历史学与兰纳服饰文化资料宝库。它让我们明白,过去的服饰从来不仅仅关乎时尚,更体现着社会地位、信仰、文化认同,以及楠府与外部世界之间的交流。
📖 欢迎访问 CMHOP.org 阅读完整文章,欣赏更多壁画细节,并深入了解普敏寺壁画中的兰纳传统服饰。
有时候,一幅绘于寺庙墙上的壁画,所讲述的人类历史,并不亚于一张珍贵的老照片。

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า...เชียงใหม่เมื่อ 100 ปีก่อน มีหน้าตาเป็นอย่างไร?ผู้คนแต่งกายแบบไหน?�ถนนหนทางเป็นเช่นไร?�และรอยยิ้ม...
02/07/2026

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า...
เชียงใหม่เมื่อ 100 ปีก่อน มีหน้าตาเป็นอย่างไร?
ผู้คนแต่งกายแบบไหน?�ถนนหนทางเป็นเช่นไร?
�และรอยยิ้มของผู้คนในอดีต จะอบอุ่นเหมือนกับที่เราเห็นในวันนี้หรือไม่?
คำตอบเหล่านี้ถูกเก็บรักษาไว้ผ่านเลนส์ของช่างภาพชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง นามว่า "โมริโนสุเกะ เอ็ม. ทานากะ"

ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 100 ปีก่อน ช่างภาพชาวญี่ปุ่นนามว่า "โมริโนสุเกะ เอ็ม. ทานากะ" ได้เดินทางมายังล้านนา และกลายเป็นหนึ่งในผู้บันทึกภาพเมืองเชียงใหม่ที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ ภาพถ่ายของเขาไม่ได้เพียงบันทึกสถานที่ แต่ยังบันทึก "ความทรงจำ" และ "ชีวิต" ของผู้คนในยุคนั้นเอาไว้ด้วย

หลังจากเปิดร้านรับถ่ายภาพที่ลำปางในช่วง พ.ศ. 2452–2453 เขาได้ย้ายมาตั้งสตูดิโอถ่ายภาพที่เชียงใหม่ บริเวณเชิงสะพานนวรัฐ ใกล้คริสตจักรแห่งแรกของเมืองเชียงใหม่ ในช่วงเวลาที่เชียงใหม่กำลังเปลี่ยนผ่านจากนครล้านนาแบบดั้งเดิมสู่ความทันสมัย

ทุกสายตาที่มองกล้อง ทุกบ้านเรือน ทุกถนน ทุกพิธีกรรม ล้วนเป็นเรื่องราวที่ผ่านกาลเวลามากว่าหนึ่งศตวรรษ และยังคงส่งเสียงเล่าเรื่องมาถึงเราในวันนี้
เมื่อมองภาพเหล่านี้ เราอาจพบว่า แม้โลกจะเปลี่ยนไปมากเพียงใด แต่ความเป็นมนุษย์ ความรัก และความทรงจำ ยังคงเหมือนเดิมเสมอ
หอภาพถ่ายล้านนา ขอเชิญทุกท่านร่วมเดินทางย้อนเวลากลับไปสัมผัสเชียงใหม่ในอดีต ผ่านผลงานของ "โมริโนสุเกะ เอ็ม. ทานากะ" ที่จัดแสดงในรูปแบบภาพขยายขนาดใหญ่พิเศษ

เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้ จนถึงต้นปีหน้า�
ณ หอภาพถ่ายล้านนา จังหวัดเชียงใหม่

นอกเหนือจากนิทรรศการที่จัดรูปและรายละเอียดอื่นๆของคุณโมริโนสุเกะ เอ็ม ทานากะสามารถอ่านต่อได้ที่เว็บไซต์หอภาพถ่ายล้านนา
https://cmhop.org/collections/archives/chiang-mai/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%87%E0%B8%A1-%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B0-mr-morinosuke-tanaka/

บางภาพถ่าย...ไม่ได้เพียงบันทึกอดีต�แต่ยังทำให้เราได้พบกับตัวตนของเมืองเชียงใหม่อีกครั้ง

What did Chiang Mai look like 100 years ago?�How did people dress?�What were the streets and neighborhoods like?
�And were the smiles of people in the past as warm as those we see today?
The answers have been preserved through the lens of a Japanese photographer named "Morinosuke M. Tanaka."
More than a century ago, Morinosuke M. Tanaka traveled to Lanna and became one of the most important visual chroniclers of Chiang Mai's history. His photographs captured not only places, but also the memories and lives of the people who lived during that era.
After operating a photography studio in Lampang around 1909–1910, Tanaka moved to Chiang Mai and established his studio near Nawarat Bridge, beside the First Church of Chiang Mai, during a period when the city was transforming from a traditional Lanna kingdom into a modern urban center.
Every gaze directed toward the camera, every house, every street, and every ceremony recorded in his photographs tells a story that has survived for more than a century and continues to speak to us today.
Looking at these images, we may realize that although the world has changed dramatically, humanity, love, and memory remain timeless.
The Lanna Photography Museum warmly invites you to travel back in time and experience historic Chiang Mai through the remarkable works of Morinosuke M. Tanaka, presented in a special large-format exhibition.

On display from today until early next year�
Chiang Mai House of Photography, Chiang Mai

In addition to the exhibition, visitors can learn more about the life and work of Morinosuke M. Tanaka through Chiang Mai House of Photography archives.
https://cmhop.org/collections/archives/chiang-mai/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%87%E0%B8%A1-%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B0-mr-morinosuke-tanaka/

Some photographs do more than preserve the past;�they help us rediscover the very identity of Chiang Mai itself.

您是否曾经好奇过……
一百年前的清迈是什么模样?�当时的人们穿着怎样的服饰?�街道和社区又是怎样的景象?
�而那个时代人们的笑容,是否也像今天一样温暖?
这些问题的答案,都被一位日本摄影师——“森之助·M·田中(Morinosuke M. Tanaka)”——通过镜头保存了下来。
一个多世纪前,森之助·M·田中来到兰纳地区,成为记录清迈历史最重要的摄影师之一。他的照片不仅记录了城市风貌,更保存了那个时代人们的生活、记忆与情感。
1909年至1910年间,他曾在南邦经营照相馆,随后迁居清迈,在纳瓦叻桥(Nawarat Bridge)附近、清迈第一基督教堂旁开设摄影工作室。当时的清迈正处于从传统兰纳王国迈向现代城市的重要转型时期。
照片中每一道凝视镜头的目光、每一栋房屋、每一条街道,以及每一场仪式,都承载着跨越一个多世纪的故事,并持续向今天的我们诉说着历史。
当我们凝视这些影像时,或许会发现,尽管世界已经发生了翻天覆地的变化,但人性、情感与记忆,却始终历久弥新。
Chiang Mai House of Photography 诚挚邀请您,透过森之助·M·田中的珍贵摄影作品,穿越时空,感受百年前清迈的历史风貌。本次展览特别采用大型放大照片展示,让观众能够细细品味这些珍贵历史影像中的每一个细节。

📸 展览即日起开放参观,持续至明年年初�
📍 泰国清迈 · Chiang Mai House of Photography

除了现场展览之外,观众还可以通过 Chiang Mai House of Photography 的馆藏档案,进一步了解森之助·M·田中的生平与摄影作品:�https://cmhop.org/collections/archives/chiang-mai/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%87%E0%B8%A1-%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B0-mr-morinosuke-tanaka/

有些照片,不只是保存历史;�它们更让我们重新认识清迈这座城市真正的灵魂。

ที่อยู่

Chiang Mai House Of Photography Si Phum Chiang Mai
Muang Chiang Mai
50200

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6652000393

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Chiang Mai House of Photographyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Chiang Mai House of Photography:

ทางลัด

แชร์