จังหวัดลำพูนเป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดของภาคเหนือตอนบนตั้งอยู่ในบริเวณแอ่งที่ราบเชียงใหม่ ลำพูน แต่มีร่องรอย และหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ จาการขุดค้นทางโบราณคดีที่สำคัญคือ แหล่งโบราณคดีบ้านวังไฮ ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน สภาพแหล่งโบราณคดี ในปัจจุบันถูกปรับพื้นที่และรอบล้อมด้วยนาข้าว อยู่ห่างจากตัวเมืองมาทางทิศใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร บริเวณที่ราบฝั่งตะวันออกของแม่น้ำวัง แหล่งโบราณคดีนี้ถูกพบเมื่อ พ.ศ. 2529 ขณะที่ชาวบ้านกำลังขุดบ่อเลี้ยงปลา และได้พบโครงกระดูกมนุษย์ พร้อมภาชนะดินเผา เครื่องมือหิน และเครื่องมือโลหะจำนวนหนึ่ง การขุดค้นศึกษาทางด้านโบราณคดี ได้เริ่มมาแล้วคือ เมื่อปีพ.ศ. 2530 และ 2539 โดยกรมศิลปากร และพ.ศ. 2539-2541 โดยโครงการศึกษาวิจัยก่อนประวัติศาสตร์ ร่วมไทย-ฝรั่งเศส (Thai-French Prehistoric Research Project) ภายใต้ความร่วมมือระหว่างฝ่ายวิชาการสำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 6 เชียงใหม่ กับนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส ได้ทำการศึกษาเรื่อง “ลำดับขั้น อายุสมัยและวิวัฒนาการของวัฒนธรรมก่อนประวัติศาสตร์ รวมถึงลักษณะทางด้านมานุษยวิทยา จากยุคหินเก่าถึงยุคเหล็กในภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทย” (The Chronology and Evolution of the Prehistoric Cultures of the Upper Northern Thailand and Their Anthropology Characteristics from Palaeolithic to Iron Age)
การขุดค้นที่ผ่านมา ได้พบโครงกระดูกผู้ใหญ่และโครงกระดูกเด็ก ที่ระดับความลึก ระหว่าง 0.60 -1.60 เมตร พร้อมสิ่งของอุทิศให้ผู้ตายหลายอบ่าง อาทิ เช่น เครื่องมือเหล็กประเภทมีด ใบหอก สิ่ว ขวาน และ เคียว ภาชนะดินเผาเจาะรูที่ขอบปากไว้ร้อยเชือกห้อย เป็นหม้อทรงกลม กับก้นตัดแบน ปากผาย ชามดินเผา หม้อทรงกลม คอเว้าสูง ปากผาย 2 ใบ ประกบกัน เป็นหม้อบรรจุกระดูก ลูกปัดแก้วสีฟ้า สีเหลือง สีส้ม สีแดง ลูกปัดหินคาร์เนเลียนสีส้ม ลูกปัดเปลือกหอย ตุ้มหูทำจากแก้ว ลักษณะกลมแบนตัดกลาง แวดินเผา ลูกกระสุนดินเผา กำไลสำริดแบบแผ่นกลมแบน และแบบประดับด้วยลูกกระพรวนโดยรอบ
แหล่งโบราณคดีบ้านวังไฮ เป็นที่ฝังศพของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์(Prehistoric Period) โดยจะฝังศพในท่านอนหงายเหยียดยาว แขนทั้งสองข้างขนาบข้างลำตัว หันศีรษะไปทางทิศตะวันออก-ทิศตะวันออกเฉียงใต้ หรือทิศตะวันตกเฉียงเหนือ สิ่งของที่บรรจุร่วมกับศพส่วนมากจะอยู่ทางด้านขวาและที่ตัว เครื่องประดับกำไลสำริดยังคงสวมอยู่ที่ข้อมือทั้งสอง และลูกปัดอยู่โดยรอบคอ ในลักษณะร้อยเป็นเส้น เฉพาะที่โครงกระดูกเด็กมีลูกกระสุนดินเผาวางกองไว้ด้วยที่คอ ส่วนภาชนะดินเผาจะอยู่ที่บริเวณแขนขวา ปลายเท้าซ้ายและศีรษะด้านซ้าย เป็นต้น จากหลักฐานที่พบเหล่านี้ กล่าวได้ว่า ชุมชนโบราณบ้านวังไฮเป็นชุมชนในยุคโลหะ %(Metal Age) ซึ่งใช้เหล็กเป็นเครื่องมือ (Iron Tools)และใช้สำริดเป็นเครื่องประดับ (Bronze Ornaments) เมื่อประมาณ 2800-3000 ปีมาแล้ว การพบเครื่องมือหินร่วมอยู่ด้วย แสดงให้เห็นถึงการสืบทอดของกลุ่มชนที่ต่อเนื่องมายาวนานตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และพัฒนามาจนเข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์สมัยหริภุญไชยในที่สุด
สมัยหริภุญไชย
ดินแดนบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง และแม่น้ำวัง ในเขตจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน และจังหวัดลำปาง แต่เดิมนั้นเรียก “ สมันตรประเทศ” และ “พิงครัฐ” มีนครสำคัญอยู่ที่ “หริภุญไชย”(ลำพูน) และ “เขลางค์นคร” (ลำปาง)
จากตำนานจามเทวีวงศ์กล่าวถึงพระฤาษีวาสุเทพสร้างเมืองหริภุญไชย แล้วอัญเชิญพระนางจามเทวี พระธิดาจักรพรรดิ์เมืองละโว้ ( ลพบุรี) เสด็จขึ้นมาครองเมือง พระนางทรงนำนักปราชญ์ราชบัณฑิต และพระสงฆ์ขึ้นมาด้วย สะท้อนให้เห็นว่ามีอารยธรรมทางพุทธศาสนาจากภาคกลางแพร่ขึ้นมา ในระยะแรกของการสร้างบ้านเมืองในภาคเหนือช่วงระยะเวลาราวพุทธศตวรรษที่ 12 – 16 เมืองละโว้ (ลพบุรี) เป็นเมืองสำคัญทางภาคกลางซึ่งวัฒนธรรมทวารวดีกำลังรุ่งเรืองอยู่ หริภุญไชยเป็นใหญ่ มั่นคงเป็นปึกแผ่น มีความเจริญทางด้านสังคม ศาสนา และศิลปวิทยาการต่างๆ แม้ว่างานศิลปกรรมดังกล่าวจะรับเอาอิทธิพลจากภายนอกเข้ามา แต่พัฒนารูปแบบจนมีเอกลักษณ์เฉพาะตนที่งดงามลงตัวในที่สุด
สมัยล้านนา
หริภุญไชย (ลำพูน) จึงเป็นแคว้นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับละโว้ ( ลพบุรี) ในภาคกลางที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยามาก่อนพุทธศตวรรษที่ 17 จนถึงพุทธศตวรรษที่ 19 ก็ลดบทบาทความสำคัญลงเพราะถูกพระยามังรายซึ่งเป็นใหญ่ทาง “โยนก” แถบที่ราบลุ่มจังหวัดเชียงรายมายึดหริภุญไชยได้ แล้วสถาปนาเมืองเชียงใหม่ขึ้นเป็นศูนย์กลางการปกครองแห่งใหม่ หลังจากนั้นกษัตริย์เชียงใหม่เชื้อสายพระองค์ต่อๆมาได้รวบรวมดินแดงทางภาคเหนือตอนบนขึ้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันสำเร็จในช่วงระยะเวลา 100 ปีเศษต่อมา ดังที่รู้จักกันในชื่อว่า ล้านนา หรือปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน