พิพิธภัณฑ์ตัวต่อจิ๋ว Qbrick Museum

พิพิธภัณฑ์ตัวต่อจิ๋ว Qbrick Museum ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก พิพิธภัณฑ์ตัวต่อจิ๋ว Qbrick Museum, พิพิธภัณฑ์ศิลปะ, 237 Klong Rien 1, Hat Yai.

Discover your creativity, Build your unlimited imagination.
🔆เปิดพุธ-ศุกร์ 13.00-20.00
เสาร์-อาทิตย์ นักขัตฤกษ์ 9.00-18.00
🌈ตั๋วเด็ก 120 ผู้ใหญ่ 90 ฿
Hatyai, Songkhla📍https://maps.app.goo.gl/PuiLEbGQhh8LQ7PK7
ig

 #ความงามแบบจิบลิ [ตอนที่ 51]“ยามเย็นแสงรอนอ่อนโยนฝูงนกผกโผนเด็กเด็กเล่นน้ำทะเล”กาพย์ฉบังบทนี้ผมเขียนไว้เมื่อเมษายน 2556...
20/05/2026

#ความงามแบบจิบลิ [ตอนที่ 51]
“ยามเย็นแสงรอนอ่อนโยน
ฝูงนกผกโผน
เด็กเด็กเล่นน้ำทะเล”
กาพย์ฉบังบทนี้ผมเขียนไว้เมื่อเมษายน 2556 ช่วงอบรมข้าราชการก่อนทำงานปีแรก กลับไปอ่านอีกครั้งพบว่ามันคือ ghibli vibe ชัด ๆ แสดงว่าผมชอบความงามแบบจิบลิมานานแสนนานแล้ว ความงามดังกล่าวมีส่วนผสมดังนี้
1. บทกวีไฮกุ ผมคิดว่าความงามแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมสังเกตได้จากบทกวีไฮกุสมัยท่านบาโช ผมเคยซื้อหนังสือบทกวีญี่ปุ่นมาอ่านพบว่าตนชอบ vibe เช่นนี้มาก กลิ่นอายคล้ายกวีนิพนธ์วารีดุริยางค์ของ อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ บรรยายฉากธรรมชาติสงบงามเรียบง่ายที่ส่องสะท้อนโลกภายในของกวี
2. Nostalgia ความงามแบบโศกซึ้ง อาลัยอาวรณ์ หวนคิดถึงอดีตแสนหอมหวาน ผมชอบบทเพลงเปียโนที่สื่ออารมณ์เช่นนี้ตั้งแต่สมัย ม.1 ผมโตมากับ 1st impression เพลง new age ละคร Autumn in My Heart และดนตรีของท่าน Yiruma เป็นท่วงทำนองเดียวกับเพลงประกอบหนังจิบลิที่แต่งโดยท่าน Joe Hisaishi ซึ่งมักมีเปียโนบรรเลงร่วมด้วยเสมอ แต่ sound ของท่านจะหม่นเศร้า เหงาแต่อบอุ่นเด่นชัดกว่า ความงามแบบ nostalgia ฉบับจิบลิจึงดูเศร้า ๆ ตรงข้ามกับฝั่งดิสนีย์โดยสิ้นเชิง
3. Ma หรือความสงบงามในช่วงจังหวะหยุดพักหายใจ บางคนอาจไม่ชอบหนังจิบลิเพราะรู้สึกว่าเนิบช้ายืดยาดเกินไปในบางฉาก แต่ผมกลับชอบฉากเช่นนี้มาก เป็นช่วงเวลาที่ตัวละครได้หยุดพักดื่มด่ำธรรมชาติ ฉากรวงข้าวพลิ้วไหวไปตามสายลม ฉากหั่นสับปะรด ฉากทอดไข่ดาวและเบคอน ฉากธรรมดาเช่นนี้แทบไม่พบในฝั่งดิสนีย์เลยเพราะมันอาจดูน่าเบื่อในสายตาของเด็ก ต้องกระชับฉับไวคอยลุ้นอยู่เสมอ แต่ผู้กำกับท่านมิยาซากิตั้งใจใส่ฉากเรียบง่ายเช่นนี้เข้ามาเพื่อให้ผู้ชมได้หยุดพักใจคลายสมองก่อนเข้าฉากตื่นเต้นต่อไป
4. Beauty of Nature ความงามของธรรมชาติ เช่น แสงแดดลอดผ่านใบไม้อยู่ไหว ๆ ต้นไผ่เริงระบำไปตามสายลม สายฝนโปรยปรายตกกระทบหลังคาสังกะสีดังเปาะแปะ นกบินกลับรังยามอาทิตย์อัสดง เหล่านี้พบบ่อยมากในหนังจิบลิ ท่านมิยาซากิถึงขั้นต้องลงมือวาดเองทุกขั้นตอนเพื่อสื่อความรู้สึกให้ผู้ชมสัมผัสได้จริง ๆ เหมือนที่เขารู้สึก จะให้คนอื่นวาดก็ไม่ถูกใจเสียที
5. Wabi Sabi ศิลปะญี่ปุ่นรวมถึงหนังจิบลิมักสอดแทรกความงามแบบวะบิซะบิ เช่น จักรยานคันเก่าขึ้นสนิมเอนพิงผนังไม้เก่าแก่ ใบเมเปิ้ลสีแดงดั่งเปลวเพลิงปลิดขั้วร่อนลงพื้นดินอย่างสง่างาม ซากุระอันบอบบางปลิวไปตามสายลมอ่อน ๆ รอยยิ้มย่นบนหน้าผากคุณย่าแสนใจดี มันคือความงามที่สัมผัสได้ถึงอนิจจัง ความเปลี่ยนแปลงที่ร่วงโรยราไปทีละนิด แฝงความเศร้าหน่อย ๆ ทว่าอาบรอยยิ้มที่กำลังยอมรับความไม่จีรังนั้นได้
6. Hasui Kawase (1883-1957) ในบรรดาศิลปินญี่ปุ่น ท่าน Kawase คือที่หนึ่งในใจเสมอมา ภาพของท่านเป็นแรงบันดาลใจให้ท่านมิยาซากิแน่ ๆ vibe ทุกอย่างหลอมรวมกลมกลืนกันเป็นหนึ่ง ทั้ง beauty of nature, ma, nostalgia, wabi sabi จึงไม่แปลกที่เวลาผมเห็นผลงานของท่านครั้งแรกก็หลงรักเต็มหัวใจ
ส่วนผสมทั้ง 6 นี้จึงอธิบายได้ว่าทำไมผมถึงรู้สึกอินกับ ghibli vibe มันคือความสุขแบบเรียบง่าย สงบงาม เชื่อมโยงธรรมชาติ เป็นโมเมนต์เล็ก ๆ ดีต่อใจ เศร้านิด ๆ เหงาหน่อย ๆ แต่อบอุ่นหัวใจนั่นเอง

 #มองย้อนกลับไปเพื่อเดินไปข้างหน้า [ตอนที่ 50]แปลกดีที่ปีนี้จู่ ๆ ผมก็อินกับคำว่า “made my day” และ “อบอุ่นหัวใจ” จึงนำม...
19/05/2026

#มองย้อนกลับไปเพื่อเดินไปข้างหน้า [ตอนที่ 50]
แปลกดีที่ปีนี้จู่ ๆ ผมก็อินกับคำว่า “made my day” และ “อบอุ่นหัวใจ” จึงนำมากำหนดเป็น concept หลักในการรันมิวเซียมปีที่ 2 ซึ่งในปีแรกนั้นไม่ได้วาง concept ประจำปีเช่นนี้ แต่ถ้าให้มองย้อนกลับไป มี 2 คำผุดขึ้นในห้วงคำนึง คือ “improvise” หรือด้นสดไปตามสถานการณ์ตรงหน้า และ “ก้าวออกจาก comfort zone” ออกจากความเคยชินสู่ความสดใหม่ในตัวตนและผลงาน
จริง ๆ concept ตัวแม่ของการทำมิวเซียมแห่งนี้เป็นส่วนผสมที่ลงตัวจากหนังสือ London + โต๊ะโตะจัง + เจ้าชายน้อย ดังที่ผมเคยกล่าวไว้หลายครั้ง (อ่านฟรีได้ในร้าน) เล่ม London เป็นสถานที่อบอุ่นหัวใจที่เป็นมากกว่าร้านหนังสือ มีความว้าวในคาแรกเตอร์ที่ชัดและโฟกัส เป็นร้านที่สร้างด้วยความรักและความใส่ใจโดยเจ้าของอย่างยิ่งยวด ส่วนเล่มโต๊ะโตะจังคือการดูแลเด็ก ๆ ในร้านด้วยหัวใจแบบคุณครูโคบายาชิ และเล่มเจ้าชายน้อยสื่อถึงคุณค่าทางใจที่มองไม่เห็นด้วยตาซึ่งเป็นสิ่งที่ผมตั้งใจนำเสนอผ่านบทความตลอดมา
อีกสิ่งหนึ่งที่ได้ค้นพบและเห็นชัดเจนในตัวเองคือตนมักใช้ gut feeling ทำตามสัญชาตญาณ จับทางได้ว่าประมาณนี้แหละมาถูกทาง work แล้ว ผมใช้ sense แบบนี้รัน operation สร้างชิ้นงานและเขียนบทความเป็นระลอก มีช่วงห่างหายไปบ้างเพื่อเพาะบ่มเมล็ดพันธุ์ไอเดียบางอย่าง ค่อย ๆ เชื่อมโยงตกตะกอนทางความคิดและตกผลึกทางความรู้สึกทีละน้อย เมื่อสุกงอมได้ที่ อารมณ์มา จึงเขียนหรือลงมือทำทันที ผลลัพธ์ที่ได้มักสดใหม่ บริสุทธิ์ genuine มีความรู้สึกสั่นไหวสะเทือนในอก ราวกับได้ปลดปล่อยพลังงานแห่งแพชชั่นที่แท้จริงออกมา
ดังนั้นกระบวนท่าในการทำงาน ทำธุรกิจ หรือการสร้างงานศิลปะของแต่ละคนก็ต่างกัน สิ่งสำคัญคือต้องเห็นจริตในการสร้างสรรค์ที่เป็นตัวเองอย่างแท้จริง แล้วคุณจะมีไฟในการดำเนินชีวิตต่อไปครับ
ป.ล. ปีที่สามของมิวเซียม คำที่ผุดขึ้นมาก่อนกาลคือ “serendipity” และ “ghibli vibe” ไว้จะมาขยายความในโอกาสหน้าครับ

มิวเซียมครบรอบ 1 ปี วันที่ 15 เมษายน 2569 เดือนนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 อย่างเป็นทางการ เรามีเป้าหมายดังนี้✅ จัดแสดงผลงาน m...
19/05/2026

มิวเซียมครบรอบ 1 ปี วันที่ 15 เมษายน 2569 เดือนนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 อย่างเป็นทางการ เรามีเป้าหมายดังนี้
✅ จัดแสดงผลงาน masterpiece ที่ญี่ปุ่น งาน Japan Brickfest 7-8 พ.ย. 69
✅ จัดแสดงผลงาน masterpiece ที่กรุงเทพฯ งาน Thailand Brickfest 21-22 พ.ย. 69
✅ ทำผลงานเลโก้สัญจรเดือนละจังหวัด มาจอยกันได้นะ
✅ ทำคลิปซีรี่ส์ "made my day" เริ่มจากสงขลา หาดใหญ่ ปัตตานี กระทั่งครบ 77 จังหวัด
✅ ให้บริการ workshop DIY ทุกวัน โดยมีของดีของดังเมืองหาดใหญ่และสงขลาเป็นตัวอย่าง
✅ ออกบู๊ท hatyai sidewalk, pakk taii design week, tcdc songkhla และอีเวนต์อื่น ๆ
✅ จัด workshop ร่วมกับมหาวิทยาลัยในหาดใหญ่และสงขลา
✅ เพิ่ม special menu 10 item หาดใหญ่และสงขลา ทั้ง lego และ miniblock
เป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยน้า พี่หมอคิว พี่แท็ต พี่ชมพู่ พี่นุ จะดูแลน้อง ๆ อย่างดีที่สุด ให้ทุกวันที่เด็ก ๆ แวะเข้ามาเป็นวันที่พิเศษที่สุด สอดคล้องกับ concept "made my day" ตลอดปีนี้

 #ช่วยอุดหนุนซึ่งกันและกัน [ตอนที่ 49]ผมไปเที่ยวไต้หวันมา สังเกตว่าเขาให้ความสำคัญกับเลโก้มาก ที่ล็อบบี้โรงแรมใน ximendi...
19/05/2026

#ช่วยอุดหนุนซึ่งกันและกัน [ตอนที่ 49]
ผมไปเที่ยวไต้หวันมา สังเกตว่าเขาให้ความสำคัญกับเลโก้มาก ที่ล็อบบี้โรงแรมใน ximending วาง display เป็นกิมมิกบนโต๊ะ reception ย่านนั้นมีร้านขายเลโก้บริหารโดยคุณพ่อท่านหนึ่ง มีเด็ก ๆ มาเลือกชิ้นส่วนชั่งน้ำหนักซื้อกลับบ้าน โรงแรมในเมืองเกาสงมีตู้โชว์ตัวต่อจิ๋ว landmark สำคัญในไต้หวัน เช่น รถไฟอาลีซานท่ามกลางต้นซากุระ รวมถึงสนามบินขาออกมีขายเลโก้ด้วยซึ่งไม่ค่อยเห็นตามสนามบินทั่วไป
อีกความน่าทึ่งคือคุณ Alex ชาวไต้หวันเจ้าของเพจ Brick Bin ได้ออกผลิตภัณฑ์ตัวต่อจิ๋ววางขายตามสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังต่าง ๆ เช่น shop บนตึกไทเป 101 หรือ shop ใกล้ Dragon and Tiger Pagodas ในเมืองเกาสง ผมรู้จักคุณ Alex ทางเพจเมื่อ 8 ปีก่อนช่วงเริ่มก้าวเข้าสู่วงการเลโก้จิ๋ว แกชอบต่อเป็นข้าวของเครื่องใช้ธรรมดาในชีวิตประจำวันแบบน่ารักใส่อารมณ์ขัน และค่อย ๆ เห็นแกต่อ soft power ของดีของดังประเทศไต้หวันทีละชิ้นจนกระทั่งจับมือกับบริษัท yourblock ผลิตสินค้าเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ยังจัด exhibition และ workshop เลโก้ให้เด็ก ๆ และผู้สูงอายุ นับว่าน่าชื่นชมมาก เป็นอุดมการณ์เดียวกันกับผมที่ตั้งใจเปิดมิวเซียมแห่งนี้เลย
ตอนอยู่ตึกไทเปลังเลว่าจะซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึกดีไหมหรือออกแบบเองต่อเองดีกว่า จนกระทั่งมาเห็น shop ที่เกาสงจึงตัดสินใจซื้อ Pagodas ในราคา 780 บาท ซึ่งราคาสูงไปนิด (เห็นอีกที่ขาย 580 บาท) แต่อีกใจนึงก็อยากช่วยอุดหนุนแม่ค้าเพื่อให้ร้านนี้มีกำไร ร้านจึงอยู่ได้ และคุณ Alex เองจะได้มีกำลังใจทำสิ่งดี ๆ เพื่อสังคมต่อไป ของที่ระลึกชิ้นนี้ไม่ได้เป็น icon โด่งดังระดับตึกไทเป แต่มันมีคุณค่าทางจิตใจในเชิง “soft power ของเมืองรอง” หลังคาสีส้มชวนให้นึกถึงตัวต่อจิ๋ววัดฉื่อฉางใน Qbrick Museum ที่วางขายในรูปแบบ DIY
การไปไต้หวันครั้งนี้ทำให้ผมรู้ว่าตนไม่ได้ขับเคลื่อนวงการเลโก้และตัวต่อจิ๋วเพื่อพัฒนาบ้านเกิดและประเทศเพียงลำพัง ยังมีรุ่นพี่คนไต้หวันสั่งสม know-how หรือองค์ความรู้พัฒนาจนกลายเป็นสินค้าที่มี story และมีคุณค่าทางจิตใจ
การไปไต้หวันครั้งนี้เกิดคำถามสำคัญว่าทำไมประเทศเขาเจริญจัง ผู้คนมี mindset แบบไหนจึงสามารถก้าวไปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว สังเกตว่าวงการเลโก้ในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน เขาคึกคักจัง เขาให้ความสำคัญกับของเล่นชนิดนี้ อาจเพราะเลโก้เป็นตัวแทนหรือ symbol ของความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ การคิดนอกกรอบ อิสระและเสรีภาพทางจินตนาการ รวมถึงอื่น ๆ อีกมากมายก็เป็นได้

12/05/2026

ถ่ายทำ 10 ชั่วโมง เพื่อตัดคลิป 2 นาที (อีกแล้ว)
Hatyai Made My Day!
เมือก เอือด อิ่มไปสามวัน😂

 #เบื้องหลังคลิปฮีลใจ [ตอนที่ 48]เปิดมิวเซียมมา 1 ปี ร่วมกับทำเลโก้สัญจร จ.สงขลา จึงมีผลงานมากพอที่จะทำคลิปในฝัน โดยมีผล...
10/05/2026

#เบื้องหลังคลิปฮีลใจ [ตอนที่ 48]
เปิดมิวเซียมมา 1 ปี ร่วมกับทำเลโก้สัญจร จ.สงขลา จึงมีผลงานมากพอที่จะทำคลิปในฝัน โดยมีผลงานใหม่ของน้องแท็ตคือ “คาเฟ่ธัญญ์โบโฮม” ซึ่งเป็นพระเอกของคลิปนี้
คลิปนี้คือจุดเริ่มต้นความฝันที่อยากทำ content เชิงการท่องเที่ยวแบบมี story อบอุ่นหัวใจ มี ghibli vibe แบบที่ผมอิน ซึ่งน้องชมพู่สามารถถ่ายทอดตามที่ผมบรีฟได้หมดจดงดงาม เพียงมองตาไม่ทันจะอ้าปากก็เก็ทสิ่งที่ผมต้องการสื่อทันที
โจทย์คือถ่ายทำให้ดูเป็นธรรมชาติ ถึงแม้จะให้นายแบบเดินผ่านแต่ก็ให้เดินธรรมดา บางครั้งชมพู่ต้องแอบถ่ายหลาย ๆ ฟุตเทจแบบที่เขาไม่ทันตั้งตัว ท่วงท่าที่ออกมาจึงดูเป็นธรรมชาติ โชคดีได้น้องยูตะมาละลายพฤติกรรมทีมงาน ทำให้หายเกร็งและไหลไปตามเด็กน้อยไร้เดียงสาที่ชวนให้อมยิ้มและหัวเราะได้เสมอ
ต่อมากำหนดบรรยากาศหรือ vibe ใน 2 นาที คือ อบอุ่น ละมุน อ่อนโยน เนิบช้า ใส่ใจมุมเล็ก ๆ แต่เปี่ยมความหมายและความรู้สึก
ดราฟต์แรกที่ชมพู่ส่งให้พบว่ามีฟุตเทจตึกอาคารมากไปนิดนึง ทำให้รู้สึกแน่น ๆ หนัก ๆ ในเนื้อหา จึงขออนุญาตลบบางฟุตเทจออกเพื่อให้เนื้อหาคลีนขึ้น แม้จะรู้สึกเสียดายบางซีนที่สวยมากเพราะสงขลามีมุมดีต่อใจเยอะจริง ๆ มองไปทางไหนก็ nostalgia
สุดท้ายชมพู่ปรับยืดบางฟุตเทจให้สงบนิ่งมากขึ้นช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย ไม่เร่งเร้ากระชั้น ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่เนิบช้าน่าเบื่อจนเกินไป
ช่วงกลางคลิปมีพีคแรกคือเรื่องราวใจฟูของน้องแท็ตที่ตั้งใจทำคาเฟ่สุดที่รักนี้มาเซอร์ไพรซ์น้องบีมเจ้าของร้าน ช่วงท้ายมีพีคจบคือฉากมัสยิดกลางดื่มด่ำ sunset เป็นการปิดจบที่อบอุ่น เหงานิด ๆ ทว่าอบอุ่นหัวใจตามแบบฉบับ ghibli
อีกสิ่งหนึ่งที่ made my day ผมคือได้นำบทเพลง Sunshine ลำดับที่ 65 ที่เคยแต่งไว้เมื่อ 11 ปีก่อน ซึ่งบรรเลงด้วยกีตาร์ มาช่วยเติมเต็มและขับกล่อมฤดูร้อนต้นเดือนพฤษภาคมให้นุ่มนวลละมุนใจ
ขอบพระคุณคุณพ่อน้องยูตะที่อนุญาตให้มาเที่ยวสงขลากับพวกเรา จริง ๆ คือมาทำงาน! 555 ไว้วางใจให้เราดูแลตั้งแต่เก้าโมงเช้ายันหนึ่งทุ่ม ถ้าไม่มีน้อง vibe คงไม่อบอุ่นสดใสเช่นนี้ ขอขอบคุณจากใจจริงครับ

09/05/2026

Songkhla Made My Day!🌺🌸🌊

ทีม Qbrick Cleaning ยินดีให้บริการค่ะ💖✨
08/05/2026

ทีม Qbrick Cleaning ยินดีให้บริการค่ะ💖✨

มาต่อเลโก้❌มาช่วยพี่ ๆ คัดแยกสี✅..น่ารักที่สุด💖😘
07/05/2026

มาต่อเลโก้❌
มาช่วยพี่ ๆ คัดแยกสี✅..
น่ารักที่สุด💖😘

06/05/2026

ตั้งแต่วันนี้มิวเซียมเปิด 13.00-20.00 ในวันพุธ พฤหัส ศุกร์ นะครับ💖(ส-อา เปิดเวลาเดิม)

ที่อยู่

237 Klong Rien 1
Hat Yai
90110

เวลาทำการ

พุธ 13:00 - 20:00
พฤหัสบดี 13:00 - 20:00
ศุกร์ 13:00 - 20:00
เสาร์ 09:00 - 18:00
อาทิตย์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+66880502545

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พิพิธภัณฑ์ตัวต่อจิ๋ว Qbrick Museumผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์