17/08/2026
วันนาคปัญจมี
จึงขอนำ บทสวดบูชาพญานาคทั้ง 9 และประวัติ มาให้ได้อ่านกันครับ
🐍✨ ศรี นวนาค สโตตรัม ✨🐍
บทสรรเสริญนาคราชทั้ง 9 แห่งคติฮินดู
॥ श्री नवनाग स्तोत्रम् ॥
ในคติความเชื่อของศาสนาฮินดู “นาค” มิได้เป็นเพียงอสรพิษในโลกมนุษย์เท่านั้น แต่ยังปรากฏในวรรณกรรมและคัมภีร์ฮินดูในฐานะเหล่านาคผู้ทรงฤทธิ์ ผู้เกี่ยวข้องกับเทพเจ้า แม่น้ำ โลกบาดาล และพลังแห่งธรรมชาติ 🌊🐍
หนึ่งในบทสวดที่กล่าวถึงนาคสำคัญทั้ง 9 คือ
“ศรี นวนาค สโตตรัม” (Śrī Navanāga Stotram)
คำว่า นว (Nava) หมายถึง “เก้า”
และ นาค (Nāga) หมายถึง “นาค”
จึงหมายถึง บทสรรเสริญนาคทั้ง 9 🙏✨
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
📜 บทที่ ๑ : พระนามนาคทั้ง 9
अनन्तं वासुकिं शेषं पद्मनाभं च कम्बलम् ।
शङ्खपालं धृतराष्ट्रं तक्षकं कालियं तथा ॥
🔸 คำอ่านภาษาไทย
อะนันตัม วาสุกิม เศษัม
ปัทมะนาภัม จะ กัมพะลัม
ศังขะปาลัม ธฤตะราษฏรัม
ตักษะกัม กาลิยัม ตะถา
🐍 พระนามนาคทั้ง 9 ได้แก่
✨ 1. อนันตะ — Ananta
✨ 2. วาสุกิ — Vāsuki
✨ 3. เศษะ — Śeṣa
✨ 4. ปัทมนาภะ — Padmanābha
✨ 5. กัมพละ — Kambala
✨ 6. ศังขปาละ — Śaṅkhapāla
✨ 7. ธฤตราษฏระ — Dhṛtarāṣṭra
✨ 8. ตักษกะ — Takṣaka
✨ 9. กาลิยะ — Kāliya
📖 ความหมายโดยใจความ
เป็นการกล่าวระลึกถึงพระนามของเหล่านาคผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 9 เพื่อแสดงความเคารพและนอบน้อมต่อเหล่านาคราช 🙏🐍
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
📜 บทที่ ๒
एतानि नव नामानि नागानां च महात्मनाम् ।
सायङ्काले पठेन्नित्यं प्रातःकाले विशेषतः ॥
🔸 คำอ่าน
เอตานิ นะวะ นามานิ
นาคานาม จะ มะหาตมะนาม
สายังกาเล ปะเฐน นิตยัม
ปราตะห์กาเล วิเศษะตะห์
📖 คำแปล
“พระนามทั้งเก้านี้
เป็นนามของเหล่านาคผู้ยิ่งใหญ่
พึงสวดเป็นประจำในเวลาเย็น
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาเช้า”
🌅🙏 จึงเป็นบทที่สะท้อนถึงการระลึกถึงนาคทั้ง 9 เป็นกิจวัตร ทั้งในยามเช้าและยามเย็น
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
📜 บทที่ ๓
सन्तानं प्राप्यते नूनं सन्तानस्य च रक्षकाः ।
सर्वबाधा विनिर्मुक्तः सर्वत्र विजयी भवेत् ॥
🔸 คำอ่าน
สันตานัม ปราปยะเต นูนัม
สันตานัสยะ จะ รักษะกาห์
สรรวะพาธา วินิรมุกตะห์
สรรวัตร วิชะยี ภะเวต
📖 คำแปลโดยใจความ
ตามถ้อยคำของบทสวด กล่าวถึงพรแห่งการสืบสกุลและการปกปักรักษาบุตรหลาน 👨👩👧👦✨
รวมถึงการหลุดพ้นจากอุปสรรคต่าง ๆ และความสำเร็จในกิจที่กระทำ
ทั้งนี้ ควรเข้าใจข้อความส่วนนี้ในฐานะ ความเชื่อและผลศรุติตามประเพณีของบทสวด 🙏
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
📜 บทที่ ๔
सर्पदर्शनकाले वा पूजाकाले च यः पठेत् ।
तस्य विषभयं नास्ति सर्वत्र विजयी भवेत् ॥
🔸 คำอ่าน
สรรปะทรรศะนะกาเล วา
ปูชากาเล จะ ยะห์ ปะเฐต
ตัสยะ วิษะภะยัม นาสติ
สรรวัตร วิชะยี ภะเวต
📖 คำแปลโดยใจความ
“ผู้ใดสวดบทนี้ในเวลาที่พบเห็นอสรพิษ
หรือในเวลาประกอบพิธีบูชา
ตามคติของบทสวดกล่าวถึงการปราศจากความหวาดกลัวต่อพิษ
และการมีชัยในทุกแห่ง”
⚠️ ข้อความดังกล่าวเป็น ความเชื่อทางศาสนาและคติของบทสวด ไม่ควรใช้แทนการรักษาทางการแพทย์ หากถูกงูหรือสัตว์มีพิษกัดควรรีบพบแพทย์ทันที
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
🌿🐍 นาคในคติฮินดู
นาคปรากฏอยู่ในเรื่องราวสำคัญของศาสนาฮินดูจำนวนมาก และแต่ละองค์มีเรื่องราวกับบทบาทที่แตกต่างกัน
🔱 วาสุกิ มีชื่อเสียงอย่างมากจากเรื่องการกวนเกษียรสมุทร
🐍 เศษะ / อนันตะ มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับพระวิษณุ
🔥 ตักษกะ ปรากฏในมหากาพย์ มหาภารตะ
🌊 กาลิยะ เป็นนาคที่มีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับพระกฤษณะ
จึงเห็นได้ว่า “นาค” ในศาสนาฮินดูมีความหมายมากกว่าภาพของงูธรรมดา แต่เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลวิทยา ตำนาน และคติความเชื่อที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน 📚✨
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
🙏🐍 ศรี นวนาค สโตตรัม
จึงเป็นบทแห่งการระลึกถึง นาคผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 9 นาม
อนันตะ • วาสุกิ • เศษะ • ปัทมนาภะ • กัมพละ • ศังขปาละ • ธฤตราษฏระ • ตักษกะ • กาลิยะ
ॐ 🪷🐍🙏
🐍 นาคทั้ง 9 แห่ง “ศรี นวนาค สโตตรัม”
อนันตะ – วาสุกิ – เศษะ – ปัทมนาภะ – กัมพละ – ศังขปาละ – ธฤตราษฏระ – ตักษกะ – กาลิยะ
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
1. 🐍♾️ อนันตะ — Ananta
अनन्त — “ผู้ไม่มีที่สิ้นสุด”
อนันตะเป็นหนึ่งในนาคที่มีความสำคัญสูงสุดในจักรวาลวิทยาฮินดู แต่มีข้อสำคัญมากว่า ในคัมภีร์หลัก อนันตะและเศษะไม่ได้เป็นสองตัวละครที่แยกจากกันอย่างชัดเจน
ใน มหาภารตะ อาทิบรรพ อาสตีกบรรพ กล่าวถึง “เศษะ” ว่าละจากหมู่นาคผู้เป็นพี่น้อง ไปบำเพ็ญตบะอย่างหนัก เมื่อพระพรหมพอพระทัยจึงมอบหน้าที่ให้เศษะลงไปเบื้องล่างโลกและค้ำจุนแผ่นดิน จากนั้นตัวบทเดียวกันเรียกนาคองค์นี้ว่า “อนันตะ” ผู้ดำรงอยู่ใต้พิภพและค้ำจุนโลกตามบัญชาของพระพรหมอย่างชัดเจน
ใน ศรีมัทภาควตปุราณะ ขันธ์ที่ 5 บทที่ 25 อนันตะถูกอธิบายว่าอยู่ใต้ปาตาล มี หนึ่งพันเศียร และโลกทั้งใบดูเล็กดุจเมล็ดมัสตาร์ดเมื่อวางอยู่บนเศียรหนึ่งของพระองค์ พระองค์ยังได้รับพระนามว่า สังกรรษณะ (Saṅkarṣaṇa) ในคติไวษณพอีกด้วย
ดังนั้น ภาพของอนันตะในคัมภีร์คือ “นาคแห่งอนันตภาพ ผู้รองรับจักรวาลและโลก” และเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับพระนารายณ์/พระวิษณุ
📜 แหล่งหลัก: Mahābhārata, Ādi Parva, Āstīka Parva; Bhāgavata Purāṇa 5.25.
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
2. 🔱🐍 วาสุกิ — Vāsuki
वासुकि
วาสุกิเป็น นาคราช ที่มีบทบาทโดดเด่นมากในมหาภารตะ โดยเฉพาะเรื่อง กวนเกษียรสมุทร (Samudra Manthana)
เมื่อเหล่าเทพและอสูรต้องการกวนมหาสมุทรเพื่อให้เกิดอมฤต พวกเขาใช้ เขามันทระเป็นแกนกวน และวาสุกิเป็นเชือกพันรอบเขา เพื่อดึงกวนมหาสมุทร นี่เป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดที่วาสุกิปรากฏในวรรณกรรมฮินดู
วาสุกิยังมีบทบาทสำคัญต่อการรอดชีวิตของเผ่าพันธุ์นาค หลังนาคทั้งหลายต้องเผชิญคำสาปของมารดาคือ กัทรุ (Kadrū) วาสุกิพยายามหาหนทางป้องกันการทำลายล้างเผ่านาค และตามคำพยากรณ์ เขายกน้องสาวชื่อ ชรัตการุ (Jaratkāru) ให้แต่งงานกับฤๅษีชรัตการุ ทั้งสองให้กำเนิด อาสตีกะ (Āstīka) ผู้ซึ่งภายหลังเข้าห้ามพิธีสรรปสัตระของพระเจ้าชนเมชัยและช่วยชีวิตเหล่านาคเอาไว้
จึงกล่าวได้ว่าวาสุกิมีสองบทบาทสำคัญมาก คือ
“นาคราชแห่งการกวนเกษียรสมุทร” และ “ผู้ดำเนินแผนช่วยเหล่าเผ่านาคจากการสูญพันธุ์”
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
3. 🌎🐍 เศษะ — Śeṣa
शेष — “ส่วนที่เหลือ / ผู้ยังคงอยู่”
ตาม มหาภารตะ เศษะเป็นหนึ่งในบุตรนาคของกัทรุ และเป็นนาคผู้บำเพ็ญตบะอย่างยิ่ง เนื่องจากเบื่อหน่ายพฤติกรรมที่ไม่ดีของเหล่าพี่น้อง จึงละจากหมู่ญาติไปบำเพ็ญพรต พระพรหมทรงพอพระทัยและให้เศษะรับหน้าที่ ค้ำจุนโลก
แต่ตรงนี้มีเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้อง:
เศษะ = อนันตะ
ในคัมภีร์สำคัญหลายตอน
ตัวบทมหาภารตะในตอนเดียวกันเปลี่ยนจากเรียก Śeṣa มาเรียก Ananta โดยกล่าวว่าอนันตะอยู่ใต้โลกและรองรับโลกไว้ ส่วน ภาควตปุราณะ ก็ใช้ชื่อ Ananta, Śeṣa และ Saṅkarṣaṇa เชื่อมโยงกับเทพนาคแห่งจักรวาลองค์เดียวกัน
ดังนั้น การที่ Navanāga Stotram กล่าวว่า
อนันตะ – วาสุกิ – เศษะ...
ไม่ควรนำไปสรุปทันทีว่า “อนันตะและเศษะเป็นนาคคนละองค์อย่างเด็ดขาด” เพราะ ตัวบทมหาภารตะกลับแสดงการใช้สองพระนามกับนาคองค์เดียวกัน
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
4. ☀️🐍 ปัทมนาภะ — Padmanābha
पद्मनाभ
ปัทมนาภะเป็นกรณีที่น่าสนใจมาก เพราะนาคองค์นี้มี เรื่องราวเฉพาะในมหาภารตะ ศานติบรรพ (Śānti Parva) และไม่ควรสับสนกับ “ปัทมนาภะ” ซึ่งเป็นพระนามหนึ่งของพระวิษณุ
ในมหาภารตะกล่าวถึง “นาคปัทมนาภะ” ในฐานะหัวหน้านาค ผู้มีชื่อเสียงด้านธรรมะ เขาต้องออกจากบ้านเป็นเวลาประมาณ 15 วันเพื่อทำหน้าที่ ลากราชรถของพระสุริยะ (Sūrya) เมื่อเสร็จภารกิจจึงได้รับอนุญาตจากพระสุริยะให้กลับบ้าน
ขณะเขาไม่อยู่ พราหมณ์นาม ธรรมารัณยะ (Dharmāraṇya) เดินทางมายังถิ่นของปัทมนาภะและรอพบเขาอยู่ริมแม่น้ำโคมตี เมื่อปัทมนาภะกลับมา ทั้งสองได้พบกัน พราหมณ์อธิบายว่าต้องการสอบถามเรื่อง ชีวาตมันและการเข้าถึงปรมาตมันหรือความจริงสูงสุด เพราะได้ยินถึงคุณธรรมและปัญญาของนาคราชองค์นี้
นี่ทำให้ภาพของปัทมนาภะแตกต่างจากนาคนักรบอย่างตักษกะหรือกาลิยะอย่างมาก กล่าวคือเป็น นาคราชผู้ประกอบธรรม มีปัญญา และรับใช้ระเบียบแห่งจักรวาลผ่านพระสุริยะ
📜 แหล่งหลัก: Mahābhārata, Śānti Parva, Sections 359–361.
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
5. 🌿🐍 กัมพละ — Kambala
कम्बल
กัมพละเป็นนาคที่มีข้อมูลส่วนบุคคลน้อยกว่าวาสุกิ ตักษกะ หรือกาลิยะอย่างชัดเจน
ใน มหาภารตะ อาทิบรรพ มีชื่อ กัมพละ (Kambala) ปรากฏคู่กับ อัศวตระ (Aśvatara) ในรายนามนาค โดยโศลกภาษาสันสกฤตระบุว่า
kambalāśvatarau...
หมายถึง “กัมพละและอัศวตระ” ซึ่งเป็นนาคสององค์ และในตอนเดียวกันยังเอ่ยถึงกาลิยะ ปัทมะ และนาคอื่น ๆ อีกหลายองค์
ใน สภาบรรพ กัมพละและอัศวตระก็ปรากฏอีกครั้งท่ามกลางเหล่านาคผู้มีพังพานและลักษณะเป็นมงคล ซึ่งอยู่ในบริบทของสภาแห่งพระวรุณะ พร้อมกับวาสุกิ ตักษกะ ปัทมะ ธฤตราษฏระ และนาคสำคัญอื่น ๆ
แต่ มหาภารตะไม่ได้ให้ชีวประวัติของกัมพละอย่างละเอียด เช่นเดียวกับตักษกะหรือกาลิยะ ดังนั้นข้อความในอินเทอร์เน็ตที่อธิบายว่าเขาเป็น “นาคแห่งธาตุดิน” “ผู้ควบคุมพลังนี้หรือพลังนั้น” ควรระวัง หากไม่มีการระบุแหล่งคัมภีร์ประกอบ
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
6. 🐚🐍 ศังขปาละ — Śaṅkhapāla
शङ्खपाल
ศังขปาละเป็นหนึ่งในชื่อสำคัญของนาคที่ปรากฏในประเพณีคัมภีร์และพิธีบูชานาค
หลักฐานที่ค่อนข้างชัดอยู่ใน วราหปุราณะ ซึ่งมีชุดนาคสำคัญ ได้แก่ อนันตะ วาสุกิ ตักษกะ กรโกฏกะ ปัทมะ มหาปัทมะ ศังขปาละ และกุฏิละ และกำหนดการบูชาเหล่านาคในบริบทของพิธีกรรม
ชื่อ Śaṅkhapāla ประกอบจาก
śaṅkha = สังข์ 🐚
pāla = ผู้รักษา / ผู้คุ้มครอง
ในตำราประเภทพิษวิทยาและนาคศาสตร์ของอินเดีย เช่น Kāśyapa Saṃhitā ยังมีคำว่า Śaṅkhapāla ใช้กับการจำแนกลักษณะนาค/งูที่มีเครื่องหมายเกี่ยวกับสังข์ด้วย
อย่างไรก็ตาม สำหรับ “ศังขปาละในนวนาคสโตตรัม” ไม่พบชีวประวัติแบบต่อเนื่องและเป็นเอกภาพเท่าปัทมนาภะ ตักษกะ หรือกาลิยะ จึงควรเรียกว่า หนึ่งในนาคสำคัญที่ได้รับการกล่าวนามและบูชาในประเพณีคัมภีร์ฮินดู มากกว่าจะเติมเรื่องราวที่ไม่มีตัวบทสนับสนุน
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
7. 👑🐍 ธฤตราษฏระ — Dhṛtarāṣṭra
धृतराष्ट्र
ต้องระวังอย่างมาก เพราะชื่อ ธฤตราษฏระ ในมหาภารตะไม่ได้หมายถึงกษัตริย์ตาบอดแห่งราชวงศ์กุรุเพียงผู้เดียว ยังมี “นาคธฤตราษฏระ” ด้วย
ใน มหาภารตะ อาทิบรรพ ตอนเรื่องอุตตังกะ มีการสรรเสริญเหล่านาค และกล่าวถึงธฤตราษฏระในฐานะนาคผู้มีสถานะสูง โดยข้อความระบุว่าเมื่อธฤตราษฏระออกเดินทาง จะมีเหล่านาคจำนวนมหาศาลติดตามเขาเป็นบริวาร และเชื่อมโยงเขากับสายของนาคไอราวตะ
นอกจากนี้ใน สภาบรรพ ธฤตราษฏระยังถูกเอ่ยนามร่วมกับวาสุกิ ตักษกะ กัมพละ อัศวตระ กรโกฏกะ และนาคสำคัญอื่น ๆ
และเมื่อพระพลรามสิ้นพระชนม์ใน เมาสลบรรพ ตัวบทกล่าวถึงเหล่านาคชั้นสูงที่มาร่วมรับ/สักการะ รวมถึง ธฤตราษฏระ ด้วย แสดงว่านาคชื่อนี้มีฐานะสำคัญในโลกนาคของมหาภารตะ
ดังนั้น นาคธฤตราษฏระ ≠ พระเจ้าธฤตราษฏระแห่งหัสตินาปุระ
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
8. 🔥🐍 ตักษกะ — Takṣaka
तक्षक
ตักษกะเป็นหนึ่งในนาคราชที่มีบทบาทมากที่สุดใน มหาภารตะ
ตักษกะเคยมีถิ่นเกี่ยวข้องกับ กุรุเกษตรและป่าขาณฑวะ (Khāṇḍava) และเป็นนาคผู้ทรงอำนาจ มีความสัมพันธ์กับนาคหลายสาย
เหตุการณ์สำคัญที่สุดคือ การสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าปรีกษิต (Parīkṣit) หลังจากพระองค์ถูกคำสาปว่าจะสิ้นพระชนม์ด้วยนาคภายในเจ็ดวัน ตักษกะเป็นผู้ทำให้คำสาปนั้นสำเร็จ โดยกัดพระเจ้าปรีกษิตจนสิ้นพระชนม์ เหตุการณ์นี้กลายเป็นชนวนให้พระโอรสคือ ชนเมชัย (Janamejaya) ประกอบพิธีใหญ่ที่เรียกว่า สรรปสัตระ (Sarpa Satra) — พิธีบูชายัญนาค เพื่อทำลายเผ่าพันธุ์นาคและแก้แค้นตักษกะ
ตักษกะหนีไปพึ่งพระอินทร์ แต่ฤทธิ์ของมนตร์ในพิธีมีพลังถึงขั้นดึงตักษกะเข้าหากองไฟ ในที่สุด อาสตีกะ เข้ามาขอพรจากชนเมชัยให้ยุติพิธี จึงทำให้ตักษกะและเผ่านาคที่เหลือรอดชีวิต
ใน ศรีมัทภาควตปุราณะ ยังกล่าวถึงตักษกะว่าเป็นตัวแทนสำคัญของพวกงูและนาคในเรื่องการ “รีดพิษออกจากแผ่นดิน” โดยใช้ตักษกะเป็นเสมือนลูกโคในอุปมาแห่งการรีดน้ำนมจากโลก
ตักษกะจึงเป็นตัวแทนของ อำนาจ ความร้ายแรงของพิษ ชะตากรรม และเหตุการณ์สำคัญที่นำไปสู่การช่วยชีวิตเผ่านาคโดยอาสตีกะ
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
9. ☠️🐍 กาลิยะ — Kāliya
कालिय
กาลิยะเป็นนาคที่มีเรื่องราวโด่งดังที่สุดองค์หนึ่งในคติพระกฤษณะ โดยปรากฏอย่างละเอียดใน ศรีมัทภาควตปุราณะ ขันธ์ที่ 10 บทที่ 16–17
กาลิยะเป็นนาคพิษซึ่งเข้าครอบครองแหล่งน้ำบริเวณแม่น้ำยมุนา พิษของเขารุนแรงจนทำให้น้ำร้อนเดือด ไอพิษทำให้นกที่บินผ่านตกลงมาตาย และพืชพรรณโดยรอบได้รับอันตราย
พระกฤษณะจึงกระโดดลงไปในน้ำและต่อสู้กับกาลิยะ ในช่วงแรกกาลิยะใช้ลำตัวขดรัดพระกฤษณะ แต่พระองค์หลุดออกมาและขึ้นไป ร่ายรำบนพังพานของกาลิยะ จนกาลิยะหมดกำลัง บรรดานาคินีผู้เป็นภรรยาของกาลิยะจึงกราบวิงวอนขอชีวิตสามี พระกฤษณะทรงไว้ชีวิตเขาและสั่งให้กลับไปยัง เกาะรมณกะ (Ramaṇaka) พร้อมครอบครัว
เหตุที่กาลิยะหนีจากเกาะรมณกะมาอยู่ยมุนา เกิดจากความขัดแย้งกับ ครุฑ เหล่านาคบนเกาะต้องถวายเครื่องบรรณาการแก่ครุฑ แต่กาลิยะหยิ่งผยองและกินเครื่องบรรณาการเสียเอง ครุฑจึงเข้าต่อสู้และทำให้กาลิยะต้องหลบหนีมายังบริเวณยมุนาซึ่งครุฑไม่กล้าเข้าไปเนื่องจากคำสาปของฤๅษีเสาภริ
อีกประเด็นที่น่าสนใจมากคือ จำนวนเศียรของกาลิยะไม่ได้มีหลักฐานว่า “5 เศียร” ตามภาพศิลปะสมัยใหม่เสมอไป ตัวบท ภาควตปุราณะ 10.16.28 ฉบับหนึ่งกล่าวถึง 101 เศียรเด่น และเนื้อหาในบทเดียวกันบรรยายถึงพังพานจำนวนมาก ดังนั้นภาพ “กาลิยะ 5 เศียร” ควรถือเป็นรูปแบบทางศิลปกรรม ไม่ใช่จำนวนเศียรตามตัวบทที่ต้องยึดตายตัว
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
🕉️🐍 ข้อสรุปสำคัญเกี่ยวกับ “นาคทั้ง 9”
จากการเทียบแหล่งคัมภีร์ ผมเห็นว่าควรทำความเข้าใจ Navanāga Stotram ว่าเป็นการนำ “พระนามนาคผู้ยิ่งใหญ่ 9 นาม” มาใช้ในการสวดระลึกและบูชา มากกว่าจะเป็นคัมภีร์ชีวประวัติที่กำหนดว่านาคทั้งเก้าเป็นกลุ่มเดียวกัน มีตำแหน่ง รูปร่าง จำนวนเศียร สีประจำองค์ และหน้าที่ประจำองค์ตายตัวเหมือนคณะเทพหนึ่งชุด นี่เป็นข้อสรุปจากการเปรียบเทียบตัวบทต่าง ๆ ซึ่งให้รายละเอียดแก่นาคแต่ละองค์ไม่เท่ากัน.
โดยสามารถแบ่งตามความชัดเจนของข้อมูลในคัมภีร์ได้ประมาณนี้:
มีเรื่องราวละเอียดมาก: อนันตะ/เศษะ, วาสุกิ, ตักษกะ, กาลิยะ
มีเรื่องราวเฉพาะชัดเจน: ปัทมนาภะ
ปรากฏเป็นนาคสำคัญ/หัวหน้านาค แต่ประวัติไม่ยาว: กัมพละ, ศังขปาละ, ธฤตราษฏระ
และที่สำคัญที่สุด อนันตะกับเศษะ ในมหาภารตะและภาควตปุราณะมีหลักฐานชัดว่าเป็นพระนามที่เชื่อมถึงนาคจักรวาลองค์เดียวกัน แม้บท Navanāga Stotram จะเอ่ยนามทั้งสองแยกกัน.
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ॐ 🪷🐍🙏
#ศรีนวนาคสโตตรัม
#นาคทั้ง9
#นาคราช
#พญานาค
#ความรู้ศาสนาฮินดู
#คติฮินดู
#อนันตะ #วาสุกิ #เศษะ #ตักษกะ #กาลิยะ