09/10/2026
#องค์ความรู้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่
“ส่องสัตว์บนรอยพระพุทธบาทไม้ลายคำประดับมุก”
รอยพระพุทธบาทไม้ลายคำประดับมุก ศิลปะล้านนา ทำจากแผ่นไม้ สูงประมาณ 2 เมตร และกว้างประมาณ 90 เซนติเมตร เดิมประดิษฐานอยู่ในวิหารลายคำ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 21-22 ต่อมาชำรุดผุพังตามกาลเวลา กระทั่งใน พ.ศ.2337 พระเจ้ากาวิละ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 1 พร้อมทั้งพระราชวงศ์ ได้ร่วมกับบูรณปฏิสังขรณ์ การตกแต่งลวดลายบนรอยพระพุทธบาทเป็นการลงรัก ปิดทอง ล่องชาด และประดับมุก ทำเป็นรูปกงจักรขนาดใหญ่ และลายมงคล 108 ประการ ในรูปแบบของจักรวาลตามคติไตรภูมิโลกสัณฐานโดยมีการเขียนอักษรธรรมล้านนากำกับไว้ในแต่ละแห่ง เช่น กำแพงจักรวาล เขาพระสุเมรุ สัตตบริภัณฑ์ ทะเลสีทันดร ทวีปทั้ง 4 รวมถึงสัตว์ต่าง ๆ อันเป็นสัญลักษณ์มงคล เช่น สัตว์หิมพานต์ เป็นต้น
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชนุภาพทรงพระนิพนธ์ในสาส์นสมเด็จว่า “สัตว์หิมพานต์ หมายความว่า สัตว์นั้นมีแต่ในป่าหิมพานต์ อันมนุษย์สามัญไม่สามารถจะเห็นตัวจริงได้” อาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ อุทยานบนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา (สวรรค์ชั้นที่ 1) คำว่า “หิมพานต์” มาจากคำว่า “หิมวนฺต” แปลว่า อันมีหิมะมาก เป็นป่าใหญ่ปกคลุมด้วยพืชพรรณนานาชนิด และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หิมพานต์นานาพันธุ์ ฉะนั้นสัตว์หิมพานต์จึงเป็นสัตว์ที่เกิดจากจินตนาการ มีรูปร่างแปลกประหลาด ไม่เหมือนสัตว์ในโลกจริง และอาจมีการผสมระหว่างสัตว์ 2 ชนิด หรือบางครั้งอาจเป็นการผสมระหว่างสัตว์กับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ เช่น การผสมระหว่างม้ากับช้าง เรียกว่า “สินธพกุญชร” การผสมระหว่างปลากับนก เรียกว่า “สินธุปักษี” และ การผสมระหว่างนกกับยักษ์ เรียกว่า “อสุรปักษี” เป็นต้น นอกจากสัตว์หิมพานต์แล้ว บนรอยพระพุทธบาทยังมีสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในทะเลสีทันดรอันเป็นทะเลกว้างใหญ่ในจักรวาล และช้างเอราวัณ พาหนะทรงของพระอินทร์บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อีกด้วย โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. ช้างเอราวัณ (เอราวณ) เป็นพาหนะของพระอินทร์บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ (สวรรค์ชั้นที่ 2) คัมภีร์ขุททกนิกาย ธรรมบทอรรถกถา กล่าวว่า ช้างเอราวัณสูง 150 โยชน์ มี 33 เศียร มีมณฑปแก้วสำหรับเป็นที่ประทับของพระอินทร์ และเทพบริวาร รวม 33 องค์ แต่เดิมช้างเอราวัณเป็นช้างที่พระราชามอบให้แก่นายมฆะกับสหายเป็นรางวัลตอบแทนการทำความดี ต่อมาได้บังเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ชื่อว่า “เอราวัณเทพบุตร” เมื่อใดที่พระอินทร์เสด็จประพาส เอราวัณเทพบุตรจะจำแลงกายเป็นช้างให้เป็นพาหนะทรง ในศิลปะไทยมักทำย่อลงเหลือเพียง 3 เศียร
2. วาสุกรี (วาสุกิ) เป็นพญานาคหรือพญางู ตามคัมภีร์ศาสนาฮินดู กล่าวว่า วาสุกรีเป็นบุตรของพระกัสยปมุนีกับนางกัทรุ เป็นพี่น้องกับพญาอนันตนาคราช บัลลังก์บนเกษียรสมุทรของพระวิษณุ ส่วนคัมภีร์โลกบัญญัติของพระสัทธรรมโฆษเถระระบุว่า ตระกูลพญางูวิรูปักข์ หมายถึง ราชางู 2 ตน ชื่อวิรูปักข์กับวาสุกรี มีพิษแก่ผู้ที่พบเห็น นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่า งู หรือ นาค ที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำลึกหรือเมืองบาดาลเป็นสัญลักษณ์แทนความอุดมสมบูรณ์อีกด้วย
3. มกร (มกรํ) เป็นสัตว์ผสมระหว่างจระเข้ ช้าง และปลา มีความเกี่ยวข้องกับความอุดมสมบูรณ์ของน้ำคล้ายกับนาค คัมภีร์ลลิตวิสตระ พระสูตรในศาสนาพุทธนิกายมหายาน อัธยายที่ 15 อภินิษกรมณปริวรรต กล่าวไว้ว่า นาคเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกับมกร นอกจากนี้ในศาสนาพุทธนิกายวัชรยานตันตระ กล่าวว่า มกรเป็นปางหนึ่งของนางฑากิณี ยักษิณีผู้เป็นบริวารของเจ้าแม่กาลีด้วย
4. กินนรและกินนรี (กินฺนร/กินฺนริ) เป็นอมนุษย์พวกหนึ่ง ผสมระหว่างคนกับนก อาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ มักอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ มีนิสัยชอบความรื่นเริง และมักพากันไปเล่นน้ำที่สระอโนดาต ซึ่งเป็น 1 ใน 7 สระในป่าหิมพานต์ นอกจากนี้กินนรและกินนรียังเป็นสัญลักษณ์มงคลแทน “ความเป็นผู้ไม่เบียดเบียน” ด้วย
5. สุบรรณ หรือครุฑ (สุบัณ) เป็นสัตว์ผสมระหว่างคนกับนก อาศัยอยู่ในวิมานชื่อ “ฉิมพลี” เป็นเจ้าแห่งสัตว์ปีกทั้งปวง ครุฑอยู่ภายใต้การปกครองของท้าววิรุฬหก จตุโลกบาลประจำทิศใต้บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา กินนาคเป็นอาหาร คติความเชื่อศาสนาพุทธนิกายเถรวาท กล่าวว่า ผู้ที่เกิดเป็นครุฑ คือบุคคลที่ทำบุญเจือด้วยโมหะ นอกจากนี้ครุฑยังเป็นสัญลักษณ์มงคลแทน “การขจัดกิเลศทั้งปวง” ด้วย
6. กรวิก หรือนกการะเวก (กรวิก) เป็นนกที่มีหัวเหมือนนกอินทรี มีหงอนยื่นไปด้านหน้า ลำตัวตั้งแต่อกถึงเอวคล้ายมนุษย์ แขนคู่หนึ่งคล้ายขานก ลำตัวท่อนล่างมีขนพวงเหมือนไก่ มีเสียงที่ไพเราะชวนหลงใหล ดังคำเปรียบเปรยที่ว่า “เสียงเหมือนนกการเวก” นอกจากนี้ยังมีนกการเวกที่อยู่ในโลกจริง จัดอยู่ในวงศ์ Paradisaeidae เรียกว่า ปักษาสวรรค์ พบมากที่เกาะนิวกินี หมู่เกาะโมลุกกัส และบริเวณทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลีย
นอกจากนี้ยังมีสัตว์อื่น ๆ ปรากฏอยู่ในรอยพระพุทธบาท ได้แก่ ปลา 2 ตัว (มจฺฉยุ) เป็นสัญลักษณ์มงคลแทนพระอัครสาวกเบื้องขวาและซ้ายของพระพุทธเจ้า หอยสังข์ (เสตสํขา) เป็นสัญลักษณ์มงคลแทนการประกาศพระธรรมของพระพุทธเจ้าที่ดังกึกก้องดุจเสียงสังข์ เต่าทะเล (คฬํ/กระ) และจระเข้ (สุสุมาร) สัญลักษณ์มงคลแทนความอุดมสมบูรณ์ ความมั่นคง และคุ้มครองป้องกันภัย ดังนั้น รอยพระพุทธบาท นอกจากเป็นรูปเคารพแทนพระพุทธเจ้าแล้ว ยังสอดแทรกด้วยลวดลายมงคล เพื่อเป็นการเสริมความศักดิ์สิทธิ์ และความเป็นมงคลแก่ผู้ที่มาเคารพสักการะ นอกจากนี้รอยพระพุทธบาทชิ้นนี้ยังแสดงถึงคติไตรโลกภูมิโลกสัณฐานที่เกิดจากการรวบรวมคัมภีร์ต่าง ๆ ทั้งนิกายเถรวาท มหายาน และวัชรยาน อันมีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์ศิลปกรรมในล้านนาด้วย
ค้นคว้า/เรียบเรียง นายนนทวัชร์ ไกรสกุล ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่
เอกสารประกอบการเรียบเรียง
1) กรมศิลปากร. สมุดภาพสัตว์หิมพานต์. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม, 2561.
2) ธงกิจ นานาพูลสิน. คติความเชื่อและรูปแบบ “มกร” ก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย. รายงานการค้นคว้าอิสระตามหลักสูตรปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์ ภาควิชาโบราณคดี บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร ปีการศึกษา 2552.
3) พระมหาอินทร์วงค์ อิสฺสรภาณี และพระธงชัย สิริมงฺคโล. “สัญลักษณ์มงคลบนรอยพระพุทธบาท” ใน วารสารพุทธศิลปกรรม ปีที่ 7 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม-ธันวาคม, 2567), น. 66-86.
4) พระสำรอง สญฺญโต (แสงทอง). “ความเชื่อเรื่องครุฑในพระพุทธศาสนาเถรวาทที่มีต่อสังคมไทย” ใน วารสารโพธิศาสตร์ปริทรรศน์ ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 (2564), น.43-54.
5) พระสุชาติ จิตฺตสุโภ (ทิมมานพ). ศึกษาวิเคราะห์บทบาทของพระอินทร์ในศาสนาพราหมณ์-ฮินดูกับพุทธศาสนาเถรวาท. วิทยานิพนธ์ตามหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาศาสนาเปรียบเทียบ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2558.
6) เสฐียร โกเศศ. เมืองสวรรค์และนอกฟ้าป่าหิมพานต์. พระนคร: โรงพิมพ์บำรุงนุกูลกิจ, 2508. (พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นางหลี กีพานิช ณ เมรุที่บ้านท่าหว้า ตำบลท่าไม้ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี วันที่ 21 มีนาคม 2508).
7) ฮันส์ เพนธ์, พรรณเพ็ญ เครือไทย และศรีเลา เกษพรหม. ประชุมจารึกล้านนา เล่ม 2 จารึกพระเจ้ากาวิละ พ.ศ.2335-2357. เชียงใหม่: สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2541.