29/06/2026
#องค์ความรู้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่
“พระสุมังคละเมธาวีเมืองฝางกับการสร้างพระพันตน”
พระสุมังคละเมธาวี หรือพระมหาสามีสุมังคละเมธาวี เป็นพระภิกษุรูปหนึ่งของเมืองฝาง ท่านมีชีวิตอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 (ราวรัชกาลพระเจ้าติโลกราช - พระเมืองแก้ว) และมีบทบาทในการการสร้างพระพุทธรูปร่วมกับคณะศรัทธาจำนวนมากไว้ในเมืองฝาง และเมืองบริวาร อีกทั้งยังมีการกัลปนาผู้คนไว้เป็นข้าพระสำหรับดูแลรักษาพระพุทธรูปอีกด้วย
เมืองฝาง ปัจจุบันมีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่อำเภอไชยปราการ อำเภอฝาง และอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏหลักฐานจากเอกสารประวัติศาสตร์ว่า หลังจากพระญามังรายได้ราชสมบัติครองเมืองหิรัญนครเงินยางต่อจากพระบิดา ทรงย้ายมาประทับอยู่เมืองฝางอยู่ระยะเวลาหนึ่งเพื่อผนวกบ้านเมืองต่าง ๆ ที่แตกแยกกันให้เป็นปึกแผ่น เช่น เวียงลอ เวียงเทิง เมืองพราน และเมืองน่าน เป็นต้น จากนั้นเมื่อพระญามังรายสร้างเมืองเชียงใหม่ ไม่ปรากฏว่าทรงให้ผู้ใดครองเมืองฝาง กระทั่งสมัยพระญาแสนภูทรงให้เจ้าเจ็ดพันตูผู้เป็นพระโอรสองค์ที่ 2 ครองเมืองฝาง ต่อมาสมัยพระญากือนาได้รวบรวมเมืองฝาง เมืองเชียงแสน เมืองหาง และเมืองสาดอยู่ภายใต้การปกครองของเจ้ามหาพรหมเมืองเชียงราย ต่อมาในสมัยพระญาสามฝั่งแกน พระองค์ไปประทับยังเมืองฝางกับท้าวซ้อยหลังจากท้าวลกราชบุตร (ต่อมาเป็นพระเจ้าติโลกราช) กระทำการปราบดาภิเษก ภายหลังกษัตริย์ล้านนาได้แต่งขุนนางระดับหมื่นขึ้นไปครองเมืองฝาง เช่น หมื่นยี่ลอ ที่มีบทบาทในการร่วมทำสงครามกับกรุงศรีอยุธยาในสมัยพระเจ้าติโลกราช ต่อมาหลังรัชกาลพระเมืองแก้วไม่ปรากฏบทบาทสำคัญของเมืองฝางอีก สันนิษฐานว่าอาจเป็นเพราะความวุ่นวายทางการเมือง และการสงครามกับกรุงศรีอยุธยาที่ยืดเยื้อเป็นเวลานาน ทำให้ล้านนาค่อย ๆ อ่อนแลลง กระทั่งตกอยู่ภายใต้การปกครองของหงสาวดี ใน พ.ศ.2101
ช่วง พ.ศ.2024 – 2054 ปรากฏจารึกกลุ่มหนึ่งกล่าวถึง “พระสุมังคละเมธาวี” ผู้เป็นพระภิกษุรูปหนึ่งของเมืองฝาง จากศักราชที่ปรากฏในจารึกพบว่า ท่านมีชีวิตอยู่ในช่วงรัชกาลพระเจ้าติโลกราช – พญาแก้วภูตาธิปราช (พระเมืองแก้ว) อันเป็นช่วงเวลาที่พระพุทธศาสนาในล้านนามีความเจริญรุ่งเรืองช่วงหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นวาระสำคัญในการเฉลิมฉลองพระพุทธศาสนาครบอายุกาล 2,000 ปีด้วย ด้วยเหตุนี้เองอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้พระสุมังคละเมธาวีรวบรวมกำลังทรัพย์ และบอกบุญแก่คณะศรัทธา สร้างพระพุทธรูปจำนวนมากทำจากหินทราย เรียกกลุ่มพระพุทธรูปนี้ว่า “พระพันตน” เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญทางพระพุทธศาสนาในครั้งนั้น เช่นเดียวกับการหล่อประติมากรรมสำริดพระโพธิสัตว์ 500 พระชาติในกรุงศรีอยุธยาสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
“พระพันตน” หมายถึง พระพุทธรูปจำนวน 1,000 องค์ ดังที่ปรากฏในจารึกพระพันตน พ.ศ. 2054 ว่า “มหาเถรสุมังคลเมธาวีสร้างพระพุทธเจ้าพันตน...” หลักฐานเกี่ยวกับพระพันตนปรากฏในจารึกฐานพระพุทธรูปวัดศรีบุญเรือง (แม่ฮ่าง) อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ จารึกพระพันตน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ พบจากวัดเก้าตื้อ (ร้าง) ตำบลสันต้นหมื้อ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ และจารึกสร้างพระพุทธรูปวัดดอนยาง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน เป็นต้น จารึกกลุ่มนี้กล่าวถึง “พระสุมังคละเมธาวี” แห่งเมืองฝางผู้สร้าง “พระพันตน” พร้อมกับคณะศรัทธา และกัลปนาข้าพระไว้สำหรับดูแลรักษาพระพุทธรูปกลุ่มนี้ด้วย สันนิษฐานว่าวัดประดิษฐานพระพุทธรูปนับ 1,000 (พระพันตน) เหล่านี้ คือวัดเก้าตื้อ (ร้าง) อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันเป็นวัดร้างที่สิ้นสภาพไปแล้ว
จารึกวัดพระพันตน พ.ศ. 2023 (ชิ้นที่ 1) พบจากวัดเก้าตื้อ (ร้าง) ตำบลสันต้นหมื้อ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ นายไกรศรี นิมมานเหมินท์ มอบให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2515 ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ในคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ เป็นฐานรองพระพุทธรูป ทำจากหินทราย จารึกอักษรฝักขาม ภาษาไทย ด้านหน้ามี 3 บรรทัด และด้านหลังมี 2 บรรทัด ความว่า “ศาสนาพระโคดมเจ้าพ้นไปได้ 2024 ปี เจ้าภิกขุตนชื่อสุมังคลเมธาวี แปลงพระเจ้าตนนี้ไว้กับ(วัด)พระพันตน ในเมืองฝาง หื้อญาณกำเพียร และศรีขันอยู่เชียงรุ่ง พอกคำ แลในปีกดไจ้” ประชุมจารึกล้านนาเล่ม 4 ของสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กำหนดปีกดไจ้ที่ปรากฏในจารึกเป็น พ.ศ. 2023 ซึ่งนับศักราชตามแบบลังกา ส่วนญาณกำเพียร และศรีขันที่อยู่เชียงรุ่ง เป็นคณะศรัทธาที่พระสุมังคละเมธาวีบอกบุญให้มา “พอกคำ” หมายถึง การลงรัก ปิดทอง
จารึกวัดพระพันตน พ.ศ. 2023 (ชิ้นที่ 2) พบจากวัดเก้าตื้อ (ร้าง) ตำบลสันต้นหมื้อ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ พุทธสถานเชียงใหม่มอบให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2514 ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ในคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ เป็นจารึกส่วนฐานของพระพุทธรูปหินทราย ปางมารวิชัย สภาพชำรุดเหลือเพียงส่วนพระเพลา และพระหัตถ์ทั้ง 2 ข้าง จารึกอักษรฝักขาม ภาษาไทย บรรทัดเดียวโดยรอบ ความว่า “เจ้าภิกขุตนชื่อ สุมังคลเมธาวี.....ศรีขันธ สร้างพระเจ้าตนนี้ ไว้กับ(วัด)พระพัน(ตน)” พระพุทธรูปองค์นี้อาจประดิษฐานอยู่บนฐานรองจารึกวัดพระพันตน (ชิ้นที่ 1) เนื่องจากมีขนาดที่ใกล้เคียงกัน นอกจากนี้พระพุทธรูปองค์ดังกล่าวยังปรากฏจารึกชื่อ “ศรีขัน/ศรีขันธ” ผู้เป็นช่างลงรักปิดทองจากเชียงรุ่ง และยังปรากฏร่องรอยลงรักอยู่บนพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวด้วย
จารึกฐานพระพุทธรูปวัดศรีบุญเรือง (ชม.178) พ.ศ.2023 ปัจจุบันอยู่ที่วัดศรีบุญเรือง ตำบลแม่สาว อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ พบจากวัดเจดีย์งาม ตำบลเวียง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นฐานรองพระพุทธรูป ทำจากหินทราย จารึกอักษรฝักขาม ภาษาไทย ด้านหน้ามี 2 บรรทัด และด้านหลังมี 1 บรรทัด ความว่า “พระเจ้านิพพานได้ 2024 ปี ในปีกดไจ้ ยังมีเจ้าภิกษุตนหนึ่งชื่อ สุมังคะละเมธาวีชวนบาสิกาผู้หนึ่งชื่อนาง(เ)...าวหลานหมื่นยูพวกหา(ญ)แปลงพระเจ้าตนนี้ไว้กับพระพันตนเมืองฝาง” จารึกหลักนี้กล่าวถึงชื่อศรัทธา “นาง...” ผู้เป็นหลานหมื่นยูพวกหาญ ที่พระสุมังคละเมธาวีบอกบุญในการร่วมสร้างพระพันตน
จารึกสร้างพระพุทธรูปวัดดอนยาง (ชร.11) พ.ศ. 2023 พบจากวัดปงสนุก ตำบลเวียง อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน เป็นฐานรองพระพุทธรูป ทำจากหินทราย จารึกอักษรฝักขาม ภาษาไทย และภาษาบาลี ด้านหน้ามี 2 บรรทัด และด้านหลังมี 2 บรรทัด ความว่า “พระพุทธโคดมเจ้านิพพานพ้นไปได้ 2024 ปี ในปีกดไจ้ ยังมีเจ้าภิกขุตนหนึ่งชื่อสุมังคละเมธาวีอยู่เมืองฝางแปลงสร้างพระเจ้าตนนี้วันหนึ่ง...สองยามไว้วัดดอนยาง หื้อมหาสามีสุมังคละเมธาวีไหว้แล เจ้าอินประหยาชวนชาวเจ้าแลคนทั้งหลาย(ทำ) แล” นอกจากนี้จารึกหลักนี้ยังมีส่วนบนเป็นภาษาบาลีว่า “ปถมํ สกลกฺขณเม กปทํ ทุติยาทิปทฺสสนิทสฺสนเตา สมนีทุนิมา สมทุ สนิทุ วิภุชฺเช กมเตาปถเมนวินา” แปลว่า บทหนึ่งอันเป็นปฐม ซึ่งเป็นลักษณะของตนนักปราชญ์ผู้มีวิจารณาณ เว้นบทอันเป็นปฐมไว้แล้ว พึงจำแนก (อรรถแห่งอริยสัจ 4) โดยลำดับ (แห่งอักษร 12 ตัว ดังนี้) คือ ส.ม.นิ., ทุ.นิ.ม., ส.ม.ทุ, ส.นิ.ทุ โดยแสดงบทมีบทที่สองเป็นต้น จารึกหลักนี้กล่าวถึงพระสุมังคละเมธาวีว่า “มหาสามีสุมังคละเมธาวี” อันเป็นสมณศักดิ์ชั้นสูงของพระภิกษุในสมัยโบราณ เช่นเดียวกับ สมเด็จพระมหาเถรศรีศรัทธาราชจุฬามุนีศรีรัตนลงกาทีปมหาสามี แห่งเมืองสุโขทัย นอกจากนี้สันนิษฐานว่าฐานพระพุทธรูปชิ้นนี้น่าจะเป็นพระพันตนองค์หนึ่งที่พระสุมังคละเมธาวีแห่งเมืองฝางเชิญชวนคณะศรัทธาสร้าง เนื่องจากมีลักษณะใกล้เคียงกับจารึกวัดพระพันตน (ฐานพระพุทธรูป) ที่กล่าวไปก่อนหน้า แต่ถูกประดิษฐานไว้ที่วัดดอนยาง ซึ่งอาจตั้งอยู่ที่ ณ ที่แห่งหนึ่งในแอ่งที่ราบเชียงราย เช่น เวียงเทิง หรือเชียงแสน เนื่องจากเมืองฝางเป็นเมืองบริวารของเมืองเชียงรายนับแต่รัชกาลพระญากือนาเป็นต้นมาดังที่ปรากฏจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์
จากหลักฐานที่พบในปัจจุบัน “พระพันตน” เป็นพระพุทธรูป ศิลปะล้านนา ทำจากหินทราย ซึ่งคล้ายกับพระพุทธรูปศิลปะล้านนาสกุลช่างพะเยา ประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานเขียงเตี้ย ๆ แสดงปางมารวิชัย ครองจีวรห่มเฉียง ปลายสังฆาฏิตัดตรง พระพักตร์รูปไข่ (บางองค์พระพักตร์เหลี่ยม) เม็ดพระศกเป็นเหลี่ยม ดังเห็นได้จากพระพุทธรูปหินทรายวัดพระบาทอุดม อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏจารึกว่า “เจ้าภิกษุตนชื่อสุมังคลเมธาวี สร้างพระพุทธรูปตนนี้” และพระพุทธรูปหินทราย (พระเศียรซ่อมใหม่) ภายในพิพิธภัณฑ์บ้านบานเย็น ปรากฏจารึกว่า “เจ้าภิกษุตนชื่อสุมังคลเมธาวี ชวนหื้อนักบุญ...แ...กินเมืองพยาวสร้างพระเจ้านี้ได้...”
นอกจากนี้ยังพบจารึกวัดพระพันตน พ.ศ. 2054 ภายหลังการสร้างพระพันตน 30 ปี พบจากวัดเก้าตื้อ (ร้าง) ตำบลสันต้นหมื้อ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ จากข้อมูลเมื่อ พ.ศ.2535 จารึกหลักนี้อยู่ที่บ้านนางบุตร ยี่แก้ว หมู่บ้านสันต้นหมื้อ เป็นจารึกรูปใบเสมาที่เหลือเฉพาะส่วนบน จารึกอักษรฝักขาม ภาษาไทย ไว้ทั้ง 2 ด้าน ด้านที่ 1 ความว่า “ศักราชได้ 872 ตัว ในปีมะเมีย ไทยว่าปีกดสะง้า เดือน 5 ไทย แรม 11 ค่ำ เม็งวันศุกร์ ไทยวันเมืองเม็ด มหาเถรสุมังคลเมธาวี สร้างพระพุทธเจ้าพันตน แล้วเอาเงินพระไถ่คนไว้กับพระพุทธเจ้า 17 เรือน จันทรังสี เรือน 1 (มี) 3 คน เป็นนายวัด อิน...” ด้านที่ 2 ความว่า “ก็ไว้เขา 17 เรือนนี้ หื้ออยู่อุปัฏฐากพระพุทธเจ้า ต่อเท่าสิ้นศาสนา 5,000 วรรษา ดังคำมหาเถรเจ้าแล ผู้ใดแลได้กินเมืองฝาง และพูคา...(พัน)หนังสือ แสนเข้าเถ้าเมือง นายเมืองก็(รู้)...” คำว่า “เอาเงินพระไถ่คนไว้กับพระพุทธเจ้า 17 เรือน” สันนิษฐานว่าหมายถึง การนำเงินที่ได้จากการบูชาพระพันตนมาซื้อคน 17 หลังคาเรือนเพื่อดูแลรักษาพระพุทธรูป 1,000 องค์เหล่านี้
จากหลักฐานที่พบอาจสันนิษฐานได้ว่า “พระพันตน” ไม่ได้ถูกสร้างและประดิษฐานไว้ที่เมืองฝางเท่านั้น แต่อาจถูกกระจายไปยังเมืองอื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้เมืองเชียงราย เช่น เมืองเชียงแสน เวียงเทิง หรือเวียงขนาดเล็กในแอ่งฝาง-แม่อาย เช่น เวียงสุทโธ เวียงป่าฮัก อำเภอฝาง เวียงไชย เวียงดิน อำเภอไชยปราการ เป็นต้น เนื่องจากรูปแบบศิลปกรรมที่มีความใกล้เคียงกับศิลปะล้านนาสกุลช่างพะเยา - เทิง และพบหลักฐานกระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ เช่น วัดดอนยาง ซึ่งสันนิษฐานว่าอยู่ในพื้นที่แอ่งที่ราบเชียงราย หรือเมืองพะเยา (พยาว) ดังที่ปรากฏในจารึกบนฐานพระพุทธรูปภายในพิพิธภัณฑ์บ้านบานเย็น เป็นต้น ดังนั้นแสดงให้เห็นว่า พระสุมังคละเมธาวีน่าจะเป็นพระภิกษุผู้ใหญ่รูปหนึ่งที่เป็นประธานสงฆ์ และมีอิทธิพลต่อผู้คนเมืองฝาง เนื่องจากสามารถรวบรวมผู้คนมาร่วมศรัทธาในการสร้างพระพันตนในโอกาสนี้ได้ และสามารถซื้อคนไว้เป็นข้าพระสำหรับดูแลรักษาพระพุทธรูปได้ถึง 17 ครัวเรือน
ค้นคว้า/เรียบเรียง นายนนทวัชร์ ไกรสกุล ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่
เอกสารประกอบการเรียบเรียง
1.กรมศิลปากร. จารึกล้านนาภาค 2 เล่ม 1 : จารึกจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และแม่ฮ่องสอน. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2551.
2. จารึกฐานพระพุทธรูปวัดศรีบุญเรือง (เชียงใหม่). ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เข้าถึงได้จาก https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/12908
3. จารึกสร้างพระพุทธรูปวัดดอนยาง. ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เข้าถึงได้จาก https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/1460
4. นิธิ เอียวศรีวงศ์ (บรรณาธิการ). พื้นเมืองเชียงแสน. กรุงเทพฯ: อมรินทร์, 2546.
5. ศักดิ์ชัย สายสิงห์. พระพุทธรูปหินทรายสกุลช่างพะเยา. วิทยานิพนธ์ตามหลักสูตรปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2532.
6. สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่. รายงานการขุดแต่งทางโบราณคดี โบราณสถานวัดส้มสุก ตำบลมะลิกา อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่. เชียงใหม่: สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่, 2564.
7. ฮันส์ เพนธ์, พรรณเพ็ญ เครือไทย และศรีเลา เกษพรหม. ประชุมจารึกล้านนา เล่ม4: จารึกในพิพิธภัณฑ์ฯ เชียงใหม่. เชียงใหม่: สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2543.