โชว์พระเครื่องเมืองไทย

โชว์พระเครื่องเมืองไทย บุญกุศลเกิดขึ้นด้วยเนืัอนาบุญตนเองทำบุญหนุนส่งหนุนดวงโชคดีวาสนาดี

04/08/2025

✋ มือที่มีค่า
ไม่ใช่มือที่ตบหลังยามเราสำเร็จ
แต่คือ… “มือที่ฉุดเราขึ้นมา”
ในวันที่เราล้มจนแทบลุกไม่ไหว

💬 คำพูดที่มีค่า
ไม่ใช่คำชมเวลาทุกอย่างราบรื่น
แต่คือ… “คำที่ปลุกหัวใจ”
ในวันที่เราท้อจนแทบหมดแรง

👥 คนที่มีค่า
ไม่ใช่คนที่อยู่ในวันที่เรารุ่งเรือง
แต่คือ… “คนที่ไม่ทิ้งเรา”
ในวันที่เราไม่เหลือใครเลย

📌 จงเป็นมือที่มีค่า
จงพูดให้มีน้ำหนัก และจงอยู่ให้มีความหมาย
เพราะมนุษย์ทุกคน...
เกิดมาพร้อม “ศักดิ์ศรี” และ “คุณค่า” เท่าๆ กัน

🌱 ปฏิบัติกับเขาอย่างไร…
สักวันหนึ่ง เราก็จะได้รับแบบนั้น “คืนกลับมา” เช่นกัน

03/07/2025

อย่าเถียงกับลา
ลาเอ่ยกับเสือว่า:
"หญ้าเป็นสีฟ้า"
เสือตอบว่า:
"ไม่ใช่ หญ้าเป็นสีเขียว"
ทั้งสองเริ่มถกเถียงกันอย่างดุเดือด จึงตัดสินใจไปหาสิงโตซึ่งเป็นราชาแห่งป่า
ก่อนจะถึงที่ประทับของสิงโต ลาก็ร้องตะโกนขึ้นว่า:
"ฝ่าบาท หญ้าเป็นสีฟ้าจริงไหม?"
สิงโตตอบว่า:
"จริง หญ้าเป็นสีฟ้า"
ลายิ้มกว้าง รีบพูดต่อว่า:
"เสือไม่ยอมเชื่อและขัดคอข้า แถมยังทำให้ข้ารำคาญ โปรดลงโทษมันด้วยเถิด"
ราชาสิงโตจึงประกาศว่า:
"เสือจะต้องถูกลงโทษด้วยการถูกสั่งห้ามพูดเป็นเวลาห้าปี"
ลาได้ยินเช่นนั้นก็กระโดดโลดเต้นจากไปด้วยความพอใจ พลางพูดซ้ำไปซ้ำมา:
"หญ้าเป็นสีฟ้า! หญ้าเป็นสีฟ้า!"
เสือยอมรับโทษ แต่ถามสิงโตว่า:
"ฝ่าบาท เหตุใดจึงลงโทษข้าพระองค์? ในเมื่อหญ้าเป็นสีเขียว"
สิงโตตอบว่า:
"จริง หญ้าเป็นสีเขียว"
เสือถามต่อว่า:
"เช่นนั้น เหตุใดจึงลงโทษข้า?"
สิงโตตอบว่า:
"เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับว่าหญ้าเป็นสีฟ้าหรือสีเขียว แต่โทษที่เจ้าถูกลงนั้นเป็นเพราะว่า เจ้าเป็นสัตว์ที่กล้าหาญและชาญฉลาด ไม่ควรเสียเวลาไปเถียงกับลา และที่แย่กว่านั้นคือเจ้ายังนำเรื่องไร้สาระนี้มารบกวนข้าอีก"
"ความสูญเปล่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการเถียงกับคนโง่และผู้คลั่งไคล้ ที่ไม่ได้สนใจความจริงหรือความเป็นจริง แต่ต้องการเพียงชัยชนะเหนือความเชื่อและภาพลวงตาของตนเอง"
"อย่าเสียเวลากับการโต้แย้งที่ไร้เหตุผล... มีคนบางประเภทที่ไม่ว่าเราจะนำหลักฐานและเหตุผลมามากเพียงใด พวกเขาก็ไม่สามารถเข้าใจได้ และบางคนก็ถูกบดบังด้วยอัตตา ความเกลียดชัง และความอาฆาต พวกเขาต้องการเพียงแค่เป็นฝ่ายถูก แม้ว่าความจริงจะไม่เป็นเช่นนั้นก็ตาม"
"เมื่อความโง่เขลาส่งเสียงดัง ความฉลาดจะเงียบ เพราะความสงบและจิตใจที่เป็นสุขของเจ้านั้นมีค่ามากกว่า"

ถ้าหากวันหนึ่ง คุณมีโอกาสได้เป็นหัวหน้างานของใคร1. จงอย่าตำหนิ ต่อว่าใคร ในที่แจ้งที่มีหลายๆคนอย่าให้คนถูกตำหนิรู้สึกอาย...
26/06/2025

ถ้าหากวันหนึ่ง
คุณมีโอกาสได้เป็นหัวหน้างานของใคร

1. จงอย่าตำหนิ ต่อว่าใคร ในที่แจ้งที่มีหลายๆคน
อย่าให้คนถูกตำหนิรู้สึกอาย รู้สึกด้อยค่ากว่าคนอื่น
เหมือนคำพูดที่ว่า ให้ตำหนิที่ลับ ชมในที่แจ้ง

2. ถ้าหากมีคนในแผนก ลาออก เปลี่ยนที่ทำงาน
อย่างแรกเลยเราต้องพิจารณาตัวเราเองก่อน ทำไมน้องถึงอยู่ไม่ได้ เป็นเพราะเรา เพราะบรรยากาศการทำงาน ภาระงานมากเกินไปหรือเปล่า

3. อย่าใช้ตำแหน่งที่สูงกว่า กดขี่ ดูถูก คนอื่น
จนลืมไปเลยว่า ตัวของเราเองก็คือลูกจ้างเหมือนกัน

4. เวลาน้องมีปัญหากันในที่ทำงาน แล้วเลือกที่จะไม่ปรึกษาเรา อย่างแรกเลยเราต้องมานั่งคิดว่าเรา เราไม่เหมาะสมกับการให้คำแนะนำใครหรือเปล่า

5. อย่าหลงตำแหน่ง หลงบทบาท จนลืมไปเลยว่า
ทุกคนมีหัวใจ มีความรู้สึก เช่นเดียวกัน

6. จงทำตัวให้เป็นกลางมากที่สุด ถึงจะไม่ชอบใคร หรือชอบใครกว่าก็ตาม เรื่องงานคืองาน เรื่องส่วนตัวเอาไว้ใช้นอกเวลางาน

7. จงคิดเสมอว่า น้องมาช่วยงานเรา อย่างน้อยๆก็แบ่งเบาภาระงานของเราได้ ถ้าน้องมันทำไม่ไหวลาออกไป ภาระงานเหล่านั้นก็วนมาหาคนในแผนกอยู่ดี

8. ทุกคนต่างเคยทำงานผิดพลาดกันทั้งนั้น อย่าเอาประสบการณ์ทำงานซ้ำๆหลายๆปี มาเปรียบเทียบกับน้องที่พึ่งทำได้ไม่กี่วัน จงอย่าลืมแต่ก่อนเราก็เคยทำพลาดเหมือนกัน

9. อะไรที่สามารถ อะลุ้มอล่วย ได้
เพื่อบรรยากาศการทำงานที่ดีขึ้น
ก็ปล่อยบ้างก็ได้ อย่าเป็นตรงจนคนอยู่ด้วยแล้วอึดอัด

10. อีโก้ที่ถืออยู่ มันสูงจน มองไม่เคยเห็นคนอื่นเลยนอกจากตัวเอง
ท้ายที่สุดวันไหนที่เราลำบาก จะไม่มีใครยืนมือเข้าช่วยเลย

การเลือกใช้คำพูดกับคนอื่นให้เป็น เลือกเวลาพูดให้ถูก
เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมี โดยเฉพาะหัวหน้างาน

ท้ายที่สุดจงจำไว้ว่า ถ้าวันหนึ่งเราเติบโตขึ้นในที่ทำงาน
อะไรที่เราเคยไม่ชอบให้คนอื่นทำกับเรา
เราก็อย่าเอานิสัยแบบนั้นไปทำกับคนอื่นเช่นกัน

เครดิต #บทความเพจการเดินทาง

นิสัยของคนทำงานเร็วและนิสัยของคนทำงานช้าจากหนังสือ "คนรวยทำงานเร็ว"คนทำงานเร็ว : ทำมากกว่าพูดคนทำงานช้า : พูดอย่างเดียวแ...
02/06/2025

นิสัยของคนทำงานเร็ว
และนิสัยของคนทำงานช้า
จากหนังสือ "คนรวยทำงานเร็ว"

คนทำงานเร็ว : ทำมากกว่าพูด
คนทำงานช้า : พูดอย่างเดียวแต่ไม่ทำ

คนทำงานเร็ว : เปลี่ยนความผิดพลาดเป็นบทเรียน
คนทำงานช้า : มัวแต่กังวลและหวาดกลัว

คนทำงานเร็ว : ลองทำงานที่อยากทำ
คนทำงานช้า : มัวแต่ทำสิ่งที่ควรทำ

คนทำงานเร็ว : คิดว่าเป็นความผิดของเรา
คนทำงานช้า : โทษว่าเป็นความผิดของสิ่งอื่น

คนทำงานเร็ว : ให้ความสำคัญกับเป้าหมาย
คนทำงานช้า : ให้ความสำคัญกับวิธีการ

คนทำงานเร็ว : ใช้เครื่องมือเป็น
คนทำงานช้า : ถูกเครื่องมือใช้

คนทำงานเร็ว : คาดการณ์ล่วงหน้า
คนทำงานช้า : ไม่ค่อยคิดอะไรมาก

คนทำงานเร็ว : เคารพเวลาของคนอื่น
คนทำงานช้า : ผลาญเวลาของคนอื่นอย่างไม่เกรงใจ

คนทำงานเร็ว : รู้จักใช้หัวหน้าที่เกลียดให้เป็นประโยชน์
คนทำงานช้า : เลือกที่รักมักที่ชัง

คนทำงานเร็ว : ขอฟังก่อน
คนทำงานช้า : ขอพูดก่อน

คนทำงานเร็ว : เรียนรู้ได้จากทุกคน
คนทำงานช้า : สนใจแค่เฉพาะบางคน

คนทำงานเร็ว : ซื้อสิ่งที่ให้เวลา
คนทำงานช้า : ซื้อสิ่งที่บั่นทอนเวลา

คนทำงานเร็ว : แยกแยะข้อเท็จจริงกับความคิดเห็นออกจากกัน
คนทำงานช้า : ด่วนสรุปว่าทุกอย่างเป็นความจริง

คนทำงานเร็ว : เลือกคบเป็นคนๆ ไป
คนทำงานช้า : ดีด้วยกับทุกคน

คนทำงานเร็ว : ทำเพื่อเป้าหมายแล้วจะไม่เลือกวิธีการ
คนทำงานช้า : คิดว่าเรื่องอย่างนี้รับไม่ได้

คนทำงานเร็ว : คิดด้วยมุมมองกว้าง
คนทำงานช้า : คิดว่ามุมมองแคบ

คนทำงานเร็ว : แพ้เพื่อชนะ
คนทำงานช้า : ยึดติดกับชัยชนะจนแพ้ในที่สุด

เบื้องหลังการทำงานของคนรวยที่รู้จักใช้เวลาให้คุ้มค่า ทุกการกระทำและการตัดสินใจล้วนผ่านการคิดคำนวณมาเป็นอย่างดี เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ที่สุด โดยเปรียบเทียบกับคนทำงานช้าที่เสียเวลาไปกับเรื่องไม่สำคัญ และมักไม่ได้ผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน หรือทำได้แค่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ เพื่อให้คุณได้ทบทวนดูว่าตัวเองกำลังมีพฤติกรรมของคนทำงานช้าหรือเปล่า และต้องปรับวิธีทำงานอย่างไรให้ทำงานได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้เวลาน้อยลง
@นัน

26/05/2025

สิ่งที่หัวหน้าทุกคนต้องมี

1. การมี EQ มากพอในการควบคุมอารมณ์ตัวเอง อย่าเอานิสัยที่บ้านมาใช้ร่วมกับคนอื่นในที่ทำงาน

2. ทำตัวเป็นกลางให้มากที่สุด
จงแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานให้ได้ ไม่จำเป็นต้องชอบทุกคน แต่จำเป็นต้องทำงานร่วมกับทุกคนให้ได้ อย่าให้คนอื่นมองว่าเราไม่เท่าเทียม

3. ถ้าจะชมเชยใครให้ชมในที่แจ้งในที่คนเยอะๆ แต่ถ้าจะตำหนิใครให้ตำหนิในที่ลับ อย่าทำให้คนที่โดนตำหนิ รู้สึกอาย

4. จงเป็นหัวหน้าที่ยืดหย่น อย่ายึดกฎระเบียบมากเกินไป คนทำงานร่วมด้วยแล้วจะได้ไม่รู้สึกอึดอัด

5. อย่าใส่หัวโขน คิดว่าตัวเองอยู่สูงจนมองไม่เห็นคนอื่น อย่าเป็นคน Toxic จนใครๆไม่อยากทำงานร่วมด้วย

6. เวลาลูกน้องลา ให้ถามเหตุผลเป็นประโยคห่วงใย เช่นไปเที่ยวหรออย่าลืมใส่หน้ากากอนามัยด้วยช่วงนี้ฝุ่นเยอะ ไม่ใช่ถามเชิงจะไปกับเขา ไปทำอะไร ที่ไหน ไปกับใคร ทำไมต้องไป ตราบใดที่มันเป็นการลาในกฎระเบียบและเป็นสิทธิ์ที่ทำได้

7. อย่าสั่งงาน อย่าคุยเรื่องงาน นอกเวลาทำงาน หรือในวันหยุด ทุกคนไม่ได้มีเรื่องในชีวิตแค่งาน ยังมีสิ่งที่ต้องทำมากมายในชีวิต

8. ถ้าน้องทำงานผิดพลาด แต่มันเป็นสิ่งที่สามารถแก้ไขได้ อย่าพึ่งต่อว่า อย่าพึ่งดูถูก อย่าพึ่งใช้คำพูดแรงๆให้น้องเสียกำลังใจ ถ้าคุณเลือกวิธีเข้าไปช่วยแทนการด่า คุณจะได้ใจน้องๆในที่ทำงานมากขึ้น

9. อย่ายึดตัวเองเป็นหลัก ในสิ่งที่เราทำงานมาหลายๆปี กับน้องที่ทำงานไม่กี่ปี ประสบการณ์ ความชำนาญ มันย่อมต่างกัน ไม่แปลกเลยคนทำงานไม่กี่ปีจะมีโอกาสพลาด เหมือนที่เรามาทำงานใหม่ๆตอนแรกๆ

10. คุณต้องมีวุฒิภาวะมากๆ อารมณ์ ความคิด การแสดงออก และคุณจะได้รับการเคารพทั้งต่อหน้าและลับหลัง

ินทาง
@นัน

18/05/2025

อย่าคาดหวังว่า...คนทั้งโลกจะชอบเราน้าา 🌍💬
เพราะแต่ละคนมีมุมมอง มีรสนิยม
มีทั้ง ความชอบ และ ความไม่ชอบ ที่ไม่เหมือนกันเลย 🧠❤️

คุณดีหรือไม่ดี...คุณรู้ดีที่สุด 🌟
คุณจริงหรือไม่จริง...แค่เงยหน้าไม่อายฟ้า
ก้มหน้าไม่อายดินก็พอแล้ว ☁️🌱
เพราะไม่ว่าคุณจะพยายามแค่ไหน
ก็อาจยังมีเสียงวิจารณ์อยู่ดี
ไม่ว่าคุณจะจริงใจแค่ไหน
ก็อาจยังมีคนเมาท์ลับหลังอยู่เสมอ 🗣️😶

คุณในคำพูดของคนอื่น...
อาจไม่เหมือน "คุณจริงๆ" เลยก็ได้ 🎭
ต่อให้พยายามแก้ไขแค่ไหน
ก็อาจเปลี่ยนใจใครบางคนไม่ได้
เพราะไม่มีใครสมบูรณ์แบบ
และคำติฉินนินทาก็เป็นสิ่งที่ติดโลกเสมอ 🌍

บางคนอิจฉา...
เพราะคุณโดดเด่นเกินไป 🌈
บางคนเกลียด...
เพราะคุณไปได้ไกลกว่าเขา 🚀
บางคนใส่ร้าย...
เพราะคุณมีความสุขมากกว่าเขา 😊

แต่ไม่เป็นไรนะ
เพราะ "ความดี" ที่คุณมี
ไม่เคยลดลง...
แค่เพราะใครบางคนไม่ยอมมองมันเท่านั้นเอง ✨❤️

ข้อคิดที่จากหนังสือจิตวิทยา อ่านใจคน ขั้นสุด1. การโกหกแบบไร้เล่ห์เหลี่ยมการจับโกหกของผู้คนนั้นสามารถทำได้หลากหลายวิธีซึ่...
18/05/2025

ข้อคิดที่จากหนังสือ
จิตวิทยา อ่านใจคน ขั้นสุด

1. การโกหกแบบไร้เล่ห์เหลี่ยม

การจับโกหกของผู้คนนั้นสามารถทำได้หลากหลายวิธีซึ่งก็แล้วแต่ว่าคนที่กำลังโกหกนั้นจะเป็นคนที่โกหกเก่งแค่ไหนสำหรับคนที่โกหกแบบไม่มีเล่ห์เหลี่ยมนั้นก็มีมากด้วยกัน เพราะส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่ได้ตั้งใจที่จะโกหกตั้งแต่แรกแต่ทำไปเพราะสถานการณ์บังคับจึงไร้ซึ่งการปรุงแต่งและขาดการวางแผน

คนประเภทนี้จะทำให้เรามองออกไปง่ายว่าเขากำลังโกหกอยู่หรือเปล่าจุดสังเกตใหญ่เลยก็คือเขามักจะไม่กล้าสบตาคุณเวลาที่เขากำลังโกหกเพราะการสบตาจะทำให้เกิดความใกล้ชิดจะทำให้เกิดความรู้สึกผิดมากขึ้นเวลาที่โกหกคนเหล่านี้จึงมักที่จะคอยเว้นระยะห่างอยู่เสมอเวลาที่กำลังโกหกและการเลี่ยงการใช้คำสรรพนามแทนตัวก็ยังเป็นการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้ด้วยคนที่กำลังโกหกจึงมักที่จะชอบหลีกเลี่ยงคำพูดประเภทคำสรรพนามแทนตัวนั่นเอง

2. วิธีจับผิดคนโกหก

การจับผิดคนโกหกนั้นเราจะสามารถทำได้ง่ายๆด้วยการถามคำถามเพียงแค่ไม่กี่คำจากนั้นก็รอดูปฏิกิริยาว่าเขาจะแสดงออกมาอย่างไรส่วนใหญ่คนที่โกหกมักจะพยายามแต่งเรื่องให้แนบเนียนแต่เมื่อไหร่ที่เจอคำถามที่เขาไม่อาจจะตอบได้ทันทีเขาจะมีอาการอย่างหนึ่งนั่นก็คือการอึกอัก

เช่นถ้าเราอยากจะรู้ว่าเขาไปดูฟุตบอลกับเพื่อนจริงๆหรือไม่ถ้าเราถามไปตรงๆเขาก็อาจจะต้องว่าใช่หรือถ้าไม่ได้ไปเขาก็อาจจะพยายามพูดเพื่อให้ตนเองตอบว่าใช่เหมือนเดิมเพื่อที่เราจะจับโกหกได้เราจึงต้องถามด้วยข้อเท็จจริงที่เราแต่งขึ้นเช่นอาจจะถามไปว่าเห็นว่าในระหว่างทางไปดูฟุตบอลถนนมีการซ่อมแซมจนรถติดใช่มั้ยด้วยคำถามแบบนี้คนที่โกหกก็จะเริ่มลำบากแล้วเพราะไม่รู้ว่าที่เราถามมานั้นจริงหรือไม่ถ้าเขาไปที่นั่นจริงเขาก็จะตอบได้ทันทีว่าไม่เห็นเป็นแบบนั้นแต่ถ้าเขาไม่ได้ไปเขาจะเกิดอาการอึกอักไม่สามารถตอบได้ทันทีและไม่ว่าจะตอบยังไงเราก็จะรู้ได้เลยว่าเขาโกหกหรือไม่วิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีพื้นฐานที่ใช้ในการจับโกหกคนได้ผลดีมากวิธีหนึ่ง

3. คำชมของคนแปลกหน้า

เราทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องการได้รับการชื่นชมจากคนอื่นถ้าหากว่าอยู่ดีๆมีคนมาชมเราว่าเก่งเหมือนกับคนดังหรือเสื้อผ้าสวยดีเหมือนกับของเขาเลยแบบนี้เป็นต้นอาจจะทำให้เราเกิดการชื่นชอบคนๆนั้นได้โดยง่ายเพราะคนเราจะชอบคนที่มีความคล้ายคลึงกับตนเองมีประสบการณ์ที่เหมือนกันอย่างคนที่ผ่านสุขและทุกข์มาด้วยกันจะมีความชอบพอกันมากกว่าปกติซึ่งนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาแต่สำหรับคนที่ต้องการจะหลอกลวงเราแล้วจะมีอยู่ประเภทหนึ่งที่เขาจะพยายามทำให้เราชอบเขาก่อนด้วยการบอกเล่าประสบการณ์หรือมีความชอบที่คล้ายคลึงกับเราทำให้เราชอบเขามากๆจนถึงจุดหนึ่งที่เขาจะพยายามชักจูงเราให้ทำไปตามที่เขาต้องการในช่วงสุดท้ายนั่นเอง

สำหรับการป้องกันคนประเภทที่ชอบหลอกให้เราชอบก่อนแล้วทำให้เราเสียหายทีหลังนั้นก็ไม่ยากครับให้เราดูว่าในครั้งแรกสุดที่เขาเข้ามาหาเรานั้นเขาเข้ามาในช่วงไหนเวลาใดถ้าอยู่ดีๆก็มาตีสนิทหรือทำให้เราอยู่ในสถานการณ์ที่จะต้องรู้จักกับเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ก็ให้คุณระวังไว้ก่อนเลยว่าเราไม่ควรที่จะเชื่อใจคนเหล่านี้มากนักอย่างน้อยก็เว้นระยะห่างไว้ในระดับหนึ่งด้วยจึงจะเป็นการดีที่สุด

4. การป้องกันการโดนหลอกลวง

วิธีที่จะป้องกันการโดนหลอกลวงที่ดีเราจะต้องมีพลังใจที่เข้มแข็งและขีดเส้นแบ่งไว้เลยว่าเราสามารถที่จะไปตามที่เขาชักนำได้เท่าไหร่ถ้าเกินไปกว่าที่เรากำหนดไว้เราก็จะไม่ไปด้วยแค่นี้เราก็จะมีโอกาสโดนหลอกลวงน้อยลงแล้วแต่ที่สำคัญก็คือเราจะต้องเข้มแข็งพอที่จะต่อต้านการชักจูงจากคนอื่นได้ไม่อย่างนั้นถึงเราจะมีเส้นแบ่งไว้ก็ตามแต่เมื่อถึงเวลาเราก็อาจที่จะต้องโดนเขาชักจูงได้เหมือนเดิมดังนั้นสิ่งสำคัญก็คือเราจะต้องมีจิตใจที่เข้มแข็งจึงจะเป็นการดีที่สุด

5. ลักษณะสำคัญของการโกหก

คนเราส่วนใหญ่เวลาที่โกหกมักจะต้องใช้พลังงานมากกว่าปกติเพราะจะต้องใช้ความคิดในการสร้างเรื่องและปั้นแต่งเรื่องเพื่อที่จะพูดออกมาให้แนบเนียนที่สุดพวกเขาจึงพยายามที่จะหาวิธีที่จะช่วยให้ตนเองเหนื่อยน้อยลงเช่นการพูดเรื่องง่ายๆให้ฟังดูยุ่งยากมากขึ้นโดยอาจจะพูดเร็วๆจนคนฟังไม่รู้เรื่องว่าอีกฝ่ายกำลังพูดอะไรและที่สำคัญพวกเขาจะไม่มีทางยอมรับว่าตนเองผิด

แม้ว่าจะผิดก็จะพูดวกไปวนมาเพื่อให้เราสับสนแล้วรีบสรุปใจความเพื่อให้จบการสนทนาในขณะที่ตนเองคิดว่าโกหกได้สำเร็จแล้วและอาจจะมีการพูดจาใหญ่โตในลักษณะข่มขู่เข้าไปด้วยเพื่อให้อีกฝ่ายไม่กล้าโต้เถียงมากนักและเมื่อรู้สึกว่าตนเองชนะแล้วจะมีอาการโล่งใจหลังจากที่จบการสนทนาให้เห็นได้ชัด

6. ความหมายของคำว่าความสุข

จริงอยู่ที่ว่าแม้เงินทองและชื่อเสียงจะนำมาซึ่งความสุขให้เราได้แต่ก็ยังมีสิ่งที่เราต้องแสวงหาเพิ่มเติมอยู่อีกนั่นก็คือคุณค่าที่แท้จริงของชีวิตคนที่ให้ความสำคัญกับเงินและชื่อเสียงมักจะมีความสุขและความมั่นคงทางอารมณ์น้อยกว่าคนที่สร้างความสัมพันธ์ที่ดีแต่สังคมหรือคนที่ชอบพัฒนาตนเองหรือชอบเคลื่อนไหวต่างๆเพื่อสังคมการมีเงินเยอะหรือมีชื่อเสียงมากมายเป็นสิ่งที่ดีแต่คนเราต้องการมากกว่านั้นนอกจากจะสบายกายแล้วคนเรายังต้องมีความสบายใจด้วยเรื่องเงินและชื่อเสียงทำให้เราสุขกายได้ และมีความสุขใจในระดับหนึ่ง

แต่ถ้าเราเน้นแต่เฉพาะความสุขกายของตนเองเพียงอย่างเดียวเราจะเกิดความเปล่าเปลี่ยวใจขึ้นมาและเริ่มมีความมั่นคงทางอารมณ์น้อยลงเรื่อยๆนั่นเพราะเรายังไม่ได้พบกับความหมายที่แท้จริงของชีวิตนั่นเองการพยายามทำเพื่อประโยชน์ของสังคมหรือผู้อื่นหรือการพัฒนาตนเองให้มีความสามารถเพิ่มากขึ้นจะช่วยเติมเต็มส่วนที่ว่างเปล่าของจิตใจเราได้เมื่อเป็นแบบนั้นเราจึงควรที่จะให้ความสำคัญต่อความหมายของชีวิตเราด้วย

7. พฤติกรรมของคนเสแสร้ง

คนที่เสแสร้งส่วนใหญ่มักจะพยายามทำพฤติกรรมให้เป็นการกระทำที่ควรจะเป็นกล่าวคือพวกเขาจะมักจะพยายามทำตัวให้เป็นไปตามสถานการณ์นั้นๆว่าคนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นควรที่จะทำตัวแบบไหนพวกคนเสแสร้งจะทำตัวแบบนั้นเช่นเมื่อเกิดเรื่องไม่ดีอะไรสักอย่างเกิดขึ้นกับคนใดคนหนึ่งบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนที่เกิดปัญหามักที่จะเริ่มกล่าวตำหนิกันและกันว่าเป็นความผิดของอีกฝ่ายหรืออาจจะกล่าวตำหนิตนเองว่าไม่ควรที่จะทำนั้นหรือควรที่จะทำอีกอย่างเพื่อให้เหตุการณ์นั้นดีขึ้น

คนเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วเป็นคนบริสุทธิ์ส่วนคนที่มีความผิดจริงๆไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามพวกเขาจะไม่แสดงพฤติกรรมที่เป็นการทำให้ตนเองเป็นจุดเด่นโดยการกล่าวโทษตนเองเด็ดขาดแต่จะพยายามทำตัวให้เหมือนกับบุคคลภายนอกที่เพิ่งจะมาเห็นเห็นการณ์นั้นๆเมื่อรู้เช่นนี้แล้วเราก็จะสามารถแยกคนที่เสแสร้งออกมาจากผู้บริสุทธิ์ได้ง่ายขึ้น

นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง
Kใครสนใจเล่มนี้สั่งซื้อได้ที่
Lazada : https://s.lazada.co.th/s.leDR7?cc
@นัน

13/05/2025

อย่าอยู่กับคนที่ทำให้เรารู้สึก “ด้อยค่า”

อย่าแคร์คำพูดของ “คนขี้นินทา”

อย่าเสียน้ำตาให้คนที่ไม่ “คู่ควร”

อย่าเปลี่ยนตัวเอง จนหา “จุดยืน” ไม่เจอ

อย่าหมดความมั่นใจ
เพราะใครบางคน “ไม่เห็นค่า”

อย่าเสียเวลาพิสูจน์
ในสิ่งที่ “รู้คำตอบอยู่แล้ว”

อย่าทิ้งความถูกต้อง
เพียงเพราะ “อยากเอาชนะ”

อย่าเสียสละ จน “เบียดเบียน” ตัวเอง

อย่าเอาความจริงใจ ไปแลกกับ “รักปลอมๆ”

อย่าพยายามฉุดรั้ง คนที่ “หมดใจ”

อย่ายื้อเวลา เพียงเพราะ “รับความจริงไม่ได้”

อย่าถามหาเหตุผลจากคน “เอาแต่ใจ”

อย่าคาดหวังน้ำใจ จาก “คนเห็นแก่ตัว”

อย่ารอคำขอโทษจากคนที่ “ไม่มีสำนึก”

อย่าเสียเวลาอธิบายให้คนที่ “ไม่เปิดใจฟัง”

เราเลือกไม่ได้ว่าจะต้องเจอคนแบบไหน
แต่เรา “เลือกได้ “ ว่าจะให้ความสำคัญ
หรือยอมให้ผ่านเข้ามาเพื่อ “เรียนรู้สันดาน”
แล้ววางเขาไว้ในจุดที่ไม่กระทบใจเรา

คนบางคน คู่ควรกับการมอบสิ่งดีๆให้
แต่บางคน แค่ “รู้จัก” ก็ “ขาดทุน”

รู้จักเลือก กล้าปฏิเสธ กล้าตัด
เพราะ….ชีวิตเรา….เรา “มีสิทธิ์!”
............................................................................
Kบทความดีๆจากเพจคุณ : Puipinnara

ประเพณีงานศพภูไท #แห่ศพ #ญาติใกล้ชิด
24/04/2025

ประเพณีงานศพภูไท #แห่ศพ #ญาติใกล้ชิด

17/04/2025

ข้อคิดที่ได้จากหนังสือ
ศิลปะแห่งการถ่อมตน

1. ปล่อยให้คนอื่นอวดเก่งต่อไป
แต่คุณต้องถ่อมตัวอยู่เสมอ

2. ต้องยอมรับว่าคุณไม่ได้รู้ไปหมดทุกเรื่อง
คุณสามารถถามได้ถ้าคุณไม่เข้าใจ

3. ถ้ารู้จักฟังผู้อื่น
คุณจะสามารถเรียนรู้จากผู้อื่น
และพัฒนาตัวเองได้

4. ลองนำคำวิจารณ์มาพัฒนา
เพื่อให้เราเองเก่งขึ้น

5. อย่ามัวแต่ฝันแล้วไม่ลงมือทำ
ให้เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ทำเป็นขั้นเป็นตอน

6. การบ่นไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา

7. อย่าตัดสินคนอื่นง่ายๆ
อย่าแสดงความคิดของตัวเองเร็วเกินไป

8. คนที่เก่งมีความสามารถจะไม่ปล่อยให้คนอื่น
ล่วงรู้ความคิดของเขาได้ง่ายๆ พวกเขาจะเก็บ
สิ่งนั้นเอาไว้ เวลาที่คิดว่ามันไม่เหมาะสม
ที่จะพูดออกไป

9. ไม่จำเป็นที่จะต้องไปทะเลาะเรื่องไร้สาระ
เพียงเพราะอยากเอาชนะ

10. คนที่ประสบความสำเร็จ
จะไม่ชื่นชมตัวเองมากเกินไป
เพราะว่าคนอื่นจะเห็นได้เอง
จากสิ่งที่คุณได้ทำ

11. คนที่ประสบความสำเร็จ
จะไม่ให้คำสัญญากับใครง่ายๆ
ถ้าเกิดรู้ว่าไม่สามารถรักษาสัญญาได้
เพราะมันจะทำให้คนอื่นต้องมีปัญหา
และก็ทำให้ตัวคุณสูญเสียความน่าเชื่อถือ

12. การแสดงความคิดเห็นทางอ้อม
เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง บางครั้งมันก็ดีกว่า
การที่พูดอะไรตรง ๆ วิธีนี้คุณสามารถ
โน้มน้าวคนอื่นได้และยังเป็นการ
ให้ความเคารพเขาด้วย

13. คุณต้องให้เกียรติคนอื่น
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีสถานะต่ำกว่าคุณ

14. อย่าปล่อยให้คนอื่นรู้ว่าคุณคิดอะไร
มันจะทำให้คุณต้องพ่ายแพ้

15. อย่ารีบลงมือทำโดยไม่วางแผน

16. การถอยหลังไม่ได้หมายความว่า
คุณอ่อนแอหรือว่ากลัว แต่มันเป็นการ
เก็บรักษาพลังของคุณเอาไว้และทำให้
คุณได้รับชัยชนะได้ในที่สุด

17. เมื่อคนอื่นทำงานได้ดีกว่าคุณ
คุณก็ต้องพยายามให้มากขึ้น

18. อย่ามัวแต่ยึดติดความสำเร็จเดิมๆ
ต้องหาเป้าหมายใหม่ๆ ให้กับตัวเราเอง

Cr: Readia
@

ที่อยู่

เสรีไทย
Bangkok
10240

เบอร์โทรศัพท์

+66 85 055 5361

เว็บไซต์

http://siamshop.com/

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โชว์พระเครื่องเมืองไทยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง โชว์พระเครื่องเมืองไทย:

แชร์