Siriraj Museum - พิพิธภัณฑ์ศิริราช

โทร เส้นทาง เว็บไซต์ ติดต่อ พิพิธภัณฑ์

Siriraj Museum - พิพิธภัณฑ์ศิริราช พิพิธภัณฑ์ศิริราช...มีมากกว่าที่คุณคิด
(410)

พิพิธภัณฑ์ภายในโรงพยาบาลศิริราช เริ่มมาจากการเก็บและจัดแสดงสิ่งของของแต่ละภาควิชา รวบรวมในรูปแบบ "พิพิธภัณฑ์การแพทย์" (Medical Museum) ที่นับเป็นแหล่งขุมทรัพย์ทางปัญญาในการศึกษาวิชาแพทย์มาอย่างยาวนาน

เมื่อ พ.ศ. 2547 คณะแพทยศาสตร์ฯ เข้าใช้พื้นที่ 33 ไร่ ที่ได้รับมอบจากการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อสร้าง ศูนย์การแพทย์สยามินทราธิราช และอาคารประกอบอื่นๆ ส่วนกลุ่มอาคารอนุรักษ์สถานีรถไฟ บางกอกน้อย จำนวน 4 หลัง ได้ทำการปรับปรุง ซ่อมแซม แล้วทำเป็นพิพิธภัณฑ์ “ศิริราชพิมุขสถาน” จัดแสดงงานด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี ของพื้นที่โรงพยาบาลในปัจจุบัน

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ (Historical Museum) แห่งนี้ได้รับการออกแบบอย่างสวยงาม ทันสมัย ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ ควบคุมทั้งสื่อนำเสนอและระบบการเข้าชม สามารถรองรับการเยี่ยมชมได้อย่างต่อเนื่องทั้งแบบ หมู่คณะคราวละหลายร้อยคน หรือผู้สนใจที่มาตามลำพัง
ขณะนี้ พิพิธภัณฑ์ศิริราช สามารถเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้มี โอกาสเข้าเยี่ยมชม เป็นแหล่งเรียนรู้ และคลังวัตถุทรงคุณค่า จัดตั้งอยู่ในพื้นที่ของโรงพยาบาล ประกอบด้วย

1. พิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาเอลลิส
2. พิพิธภัณฑ์นิติเวชวิทยา สงกรานต์ นิยมเสน
3. พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา
(1-3 อยู่ที่พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช ตึกอดุลยเดชวิกรม ชั้น 2)

4. พิพิธภัณฑ์กายวิภาคศาสตร์คองดอน
(อยู่ที่ตึกกายวิภาคศาสตร์)

5. พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน
6. พิพิธภัณฑ์ศัลยศาสตร์ศิริราช
(5-6 อยู่ที่พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน บริเวณท่าเรือรถไฟ)

ท่านสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ศิริราชได้ทุกวันจันทร์, พุธ-อาทิตย์ (ปิดวันอังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์) ปิดจำหน่ายบัตรเวลา 16.00 น.
• พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน และ พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช เปิดเวลา 10.00-17.00 น.
• พิพิธภัณฑ์กายวิภาค-คองดอน เปิดเวลา 10.00-16.30 น.

ซื้อบัตรเข้าชม E-Ticket
https://si-eservice2.mahidol.ac.th/SiMuseumOnlineTicket/th/index.php?fbclid=IwAR1BdA7Zgb5SmfLckQAX3WfbHzne2V30M25W3reAGa6dzwJoErZgu8jxqy8

24 กันยายน 2569หน่วยพิพิธภัณฑ์ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล นำโดย ผศ. นพ.สมุทร จงวิศาล หัวหน้าหน่วยพิพิธภัณฑ์ รศ. พ...
24/09/2026

24 กันยายน 2569

หน่วยพิพิธภัณฑ์ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล นำโดย ผศ. นพ.สมุทร จงวิศาล หัวหน้าหน่วยพิพิธภัณฑ์ รศ. พญ.ทิพา ชาคร, ผศ. ดร. นพ.อดิศร รัตนโยธา รองหัวหน้าหน่วยพิพิธภัณฑ์ และบุคลากรหน่วยพิพิธภัณฑ์ศิริราช

ร่วมวางพวงมาลา เนื่องในวันมหิดล 2569 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระบิดาแห่งการแพทย์และสาธารณสุขไทย

#วันมหิดล2569
#โรงพยาบาลศิริราช
#วันมหิดล #ธงวันมหิดล #24กันยายน #พิพิธภัณฑ์ศิริราชมีมากกว่าที่คุณคิด

“หมอเจ้าฟ้า” ผู้ใช้ชีวิตอย่าง “คนธรรมดา” เพื่อประชาชนสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระราชโอรสในพระบาท...
24/09/2026

“หมอเจ้าฟ้า” ผู้ใช้ชีวิตอย่าง “คนธรรมดา” เพื่อประชาชน

สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ประสูติในฐานันดรศักดิ์เป็น “สมเด็จเจ้าฟ้า” ชั้นสูง นั่นหมายถึงทรงอยู่ในฐานะที่มั่นคง หรือมีเงินนั่นเอง

แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าพระอิสริยยศ คือวิธีที่พระองค์ทรงเลือกดำเนินพระชนม์ชีพ
ครั้งหนึ่งสมเด็จกรมพระยาชัยนาทนเรนทรเคยบันทึกถึงสาเหตุที่ทรงชักชวนเจ้าฟ้ามหิดลฯ ให้มาช่วยกันพัฒนาการแพทย์ที่ศิริราช ด้วยเหตุผลที่น่าสนใจคือ

1.ท่านเป็นเจ้าฟ้าชั้นสูง ...ถ้ามีเจ้าชั้นสูง ๆ ทำอะไร คนก็จะเห็นว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก ถึงกับเจ้านายชั้นสูงก็ทรงอุทิศพระองค์ให้แก่เรื่องนั้น

2.เจ้าฟ้าพระองค์นี้มีปัญญาหลักแหลม มีความเพียรแก่กล้า จะทรงทำอะไรก็ทำจริง ไม่ย่อท้อ

3.ท่านเป็นผู้มีรายได้สูงมาก แต่ไม่ทรงใช้จ่ายเพื่อความสุขของตนเอง โปรดบำเพ็ญพระกุศลสาธารณะ นึกถึงแต่สาธารณประโยชน์ โปรดอุดหนุนแต่ผู้ที่ทรงเชื่อว่าจะเล่าเรียนมาทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองได้

หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 รัฐบาลได้ส่งนักเรียนไทยไปศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกามากขึ้น ขณะนั้นเจ้าฟ้ามหิดลก็กำลังศึกษาวิชาแพทย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ทรงช่วยรับดูแลนักเรียนไทยเหล่านี้ไปด้วย

นักเรียนไทยที่เคยได้รับพระเมตตา และใกล้ชิดพระองค์ขณะนั้นได้เขียนเล่าความประทับใจ และพระเมตตาที่ได้รับจากพระองค์ไว้หลายเหตุการณ์ เช่น หลวงถวิลเศรษฐพาณิชการ เล่าว่า เจ้าคุณอำไพ (ผู้ดูแลนักเรียนอีกท่านหนึ่ง) กำชับนักเรียนใหม่ที่ไปต่างประเทศว่า อย่าสุรุ่ยสุร่ายเป็นอันขาด เพราะทูลกระหม่อมไม่โปรด “จงกินเพื่ออยู่ อย่าอยู่เพื่อกิน”

ส่วนพระพิศาลสุขุมวิท เล่าว่า

“พระองค์ประทับอยู่ในอเมริกาอย่างประหยัดที่สุด” ใช้ชื่อว่า Mr.M.Songkla จะเสด็จไปไหน หรือไปเสวยพระกระยาหาร ก็เหมือนกับนักเรียนคนอื่น ๆ ร้านที่เสด็จไปก็เป็นร้านแบบ Cafeteria หรือ Quick Lunch ที่ต้องบริการตัวเอง
.บางวันถ้านักเรียนไปเฝ้าก่อนเวลาเสวยพระกระยาหารค่ำ ก็จะเห็นภาพที่คงไม่มีใครคาดคิดว่า
“เจ้าฟ้าพระองค์หนึ่งจะทรงขัดรองพระบาทของพระองค์เองแทบทุกวัน”.เหตุผลที่พระองค์ประหยัดถึงเพียงนั้น ทรงเคยรับสั่งกับนักเรียนไทยอยู่เสมอว่า.เงินที่ทรงได้มาใช้นั้นเป็นเงินของราษฎร หรือถ้าใช้คำของพระองค์เองก็คือ “เงินของตามีตามา”
“เพราะฉะนั้นจึงต้องใช้อย่างประหยัดที่สุด”.และเมื่อทรงใช้เงินนั้นมาเล่าเรียนแล้ว สิ่งที่จะต้องทำต่อไปก็คือ
“นำความรู้กลับไปรับใช้ประเทศชาติ และกลับไปรับใช้ “ตามีตามา” เหล่านั้น
..ที่ประทับของพระองค์ในอเมริกาจึงมักกลายเป็นที่ชุมนุมของนักเรียนไทยอยู่เสมอ....พระพิศาลฯ เล่าว่า พระองค์ทรงต้อนรับนักเรียนอย่างไม่ถือพระองค์ ทรงพูดคุย “อย่างเพื่อนฝูง” คอยบอกว่าควรใช้ชีวิตอย่างไรในอเมริกา และมีเรื่องหนึ่งที่ทรงย้ำอยู่เสมอ
“ให้อยู่อย่างประหยัด ให้เป็นพลเมืองไทยที่ดี ให้นึกถึงการไปรับใช้เมืองไทยและคนไทย”

มีอีกเรื่องหนึ่งที่พระพิศาลฯ เล่าไว้ และทำให้เห็นความเป็น “เจ้าฟ้ามหิดล” ได้ชัดมาก.วันหนึ่ง รถบิวอิคที่พระองค์ทรงใช้อยู่ถูกขโมย...ถ้าเป็นคนที่มีฐานะอย่างพระองค์ การซื้อรถคันใหม่คงไม่ใช่เรื่องยาก
.แต่พระองค์ไม่ทรงซื้อ...ทรงเปลี่ยนไปนั่งรถใต้ดินไปเรียนแทน เที่ยวหนึ่งใช้เวลานานถึง 45 นาที ตอนเช้ารถแน่นมาก ต้องทรงยืนห้อยโหนไปกับผู้โดยสารคนอื่น ๆ พอถึงฤดูหนาว คนบนรถเป็นหวัดกันมาก พระองค์ก็ทรงติดหวัดกลับมาด้วยอยู่เสมอ.พระพิศาลฯ เห็นเข้าก็เป็นห่วง จึงกราบทูลให้ซื้อรถใหม่เสียที...แต่พระองค์ไม่ยอม.เพราะไม่ประสงค์จะเอา “เงินของตามีตามา” ไปใช้อย่างฟุ่มเฟือยเพื่อความสุขของพระองค์เอง.กราบทูลกันอยู่หลายครั้งก็ยังไม่สำเร็จ จนพระพลานามัยของพระองค์ซึ่งไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้วเริ่มทรุดลงจากการเดินทาง
ในที่สุดพระองค์จึงยอม และรับสั่งว่า
“ฉันเห็นจะต้องเชื่อแก แกไปเลือกซื้อให้ฉันสักคันหนึ่ง”
.หรือแม้แต่ ศ. นพ.แอลเลอร์ จี. เอลลิส เคยกล่าวถึงพระองค์ไว้อย่างน่าประทับใจว่า
“ในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ก็ทรงเป็นเพียงนักเรียนแพทย์ผู้หนึ่งที่ไม่ใช่เจ้านาย
ในพระนามบัตรก็มีว่า "มิสเตอร์มหิดล สงขลา" ในเวลาที่ประทับอยู่ในประเทศที่ไม่มีเจ้านาย
พระองค์ท่านก็ไม่ใช่เจ้านาย เราถือว่าการที่วางพระองค์เช่นนี้ เป็นการให้เกียรติยศ
อันแท้จริงแก่ประเทศของเราและสมกับพระลักษณะของการเป็นเจ้านายที่แท้จริง”
.แต่ในใจของนักเรียนแพทย์ธรรมดาคนนั้น กลับคิดอยู่เสมอว่า วันหนึ่งจะนำสิ่งที่เรียนกลับไปทำอะไรให้บ้านเมืองได้บ้าง

พิพิธภัณฑ์ศิริราช ขอเชิญชมนิทรรศการพิเศษ “หมอเจ้าฟ้า ริเริ่มต่อต้านวัณโรค” เนื่องในวันมหิดล 2569 ณ อาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ ตั้งแต่วันที่ 16-29 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น.- 17.00 น.

อ้างอิง
- หนังสือ ๑๒๐ ปี มหิดลอดุลเดช
- หนังสือ สารศิริราชฉบับพิเศษ ฉลองหกสิบปีศิริราช พฤษภาคม 2493
#พิพิธภัณฑ์ศิริราชมีมากกว่าที่คุณคิด #พิพิธภัณฑ์ศิริราช

พิพิธภัณฑ์ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเชิญชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติวันนวมินทรมหาราช“น้อมศิระกราน นวมินทรมหาราชหนึ...
23/09/2026

พิพิธภัณฑ์ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
เชิญชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติวันนวมินทรมหาราช

“น้อมศิระกราน นวมินทรมหาราช
หนึ่งทศวรรษ ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์”

วันที่ 2-13 ตุลาคม 2569
ณ อาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์

#ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์
#พิพิธภัณฑ์ศิริราชมีมากกว่าที่คุณคิด
#พิพิธภัณฑ์ศิริราช

21 กันยายน 2569เนื่องในสัปดาห์วันพิพิธภัณฑ์ไทย (Thai Museum Day) คุณอุดม สิทธิวิรัชธรรม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ คุณสราวุธ  ท...
21/09/2026

21 กันยายน 2569

เนื่องในสัปดาห์วันพิพิธภัณฑ์ไทย (Thai Museum Day)
คุณอุดม สิทธิวิรัชธรรม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ คุณสราวุธ ทรงวิไล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และคณะผู้บริหาร บุคลากรจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน โดยมีศ.นพ.กีรติ เจริญชลวาณิช หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ฯ และรศ.ดร.นพ. อดิศร รัตนโยธา รองหัวหน้าหน่วยพิพิธภัณฑ์ศิริราชให้การต้อนรับ

#พิพิธภัณฑ์ศิริราชมีมากกว่าที่คุณคิด
#พิพิธภัณฑ์ศิริราช #วันพิพิธภัณฑ์ไทย

หมอเจ้าฟ้า...ริเริ่มต่อต้านวัณโรค​วันที่ 24 กันยายน ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม ...
18/09/2026

หมอเจ้าฟ้า...ริเริ่มต่อต้านวัณโรค

​วันที่ 24 กันยายน ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ซึ่งหลายคนนั้นอาจจะรู้จักหรือไม่รู้จักท่านมาก่อน ซึ่งพระองค์เป็นคนหนึ่งที่ตั้งใจและอยากพัฒนาการแพทย์และการสาธารณสุขของไทยให้ก้าวหน้า เพื่อให้ประชาชนห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ หรือไม่กลัวการมารักษากับหมอในโรงพยาบาล โดยพระองค์ทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง “ทุเบอร์คุโลสิส” (วัณโรค) ให้แก่กรมสาธารณสุข เพื่อเผยแพร่ความรู้ให้แก่ประชาชน เพราะสมัยก่อนคนเป็นโรคนี้กันมากเป็นโรคที่น่ารังเกียจในสังคม
ผู้คนต่างหวาดกลัวเนื่องจากยังไม่มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคดังกล่าว แต่เมื่อมีการเผยแพร่ความรู้ให้กับประชาชนอย่างกว้างขวางทำให้ผู้คนเข้าใจว่าแท้จริงแล้ว วัณโรคไม่ได้น่ากลัวและน่ารังเกียจอย่างที่คิด
หากตรวจพบเร็ว กินยาต่อเนื่องตามกำหนด และดูแลร่างกายตนเองให้แข็งแรงก็จะสามารถหายขาดได้
​วัณโรคนั้นเป็นโรคที่คนไทยยังเป็นอยู่ในยุคปัจจุบัน เพียงแต่เราอาจไม่ได้เห็นบ่อยนักตามสื่อต่างๆ ซึ่งการระบาดของวัณโรคยังมีอยู่ทั่วโลกและเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุข เนื่องจากผู้คนไม่ได้ให้ความสนใจกับโรคนี้มากนัก และหลายท่านที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ อาจเคยคิดว่าโรคนี้ไม่น่าจะมีคนเป็นมากแล้ว แต่จากสถิติพบว่าในประเทศไทย มีผู้ป่วยวัณโรคถึงปีละ 104,000–111,000 ราย โดยมีโอกาสเสียชีวิตถึง 13,700 คนต่อปี โดยกลุ่มเสี่ยงสูง คือ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเฮชไอวีร่วมด้วย และนอกจากวัณโรคปอดแล้วนั้น ยังมีวัณโรคเทียมและวัณโรคนอกปอดที่ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงสูงอย่างมาก เนื่องจากสภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรงเหมือนกันคนทั่วไป

​ในการนี้ พิพิธภัณฑ์ศิริราชจึงจัดนิทรรศการเนื่องในวันมหิดล เพื่อเผยแพร่ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับวัณโรคที่พระองค์ท่านเป็นพระองค์แรกที่นำความรู้เข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทย ซึ่งภายในนิทรรศการมีทั้งพระราชประวัติสมัยที่ท่านตัดสินพระทัยมาเรียนหมอ การก่อตั้งกองปราบวัณโรคเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย การนำวัคซีน BCG เข้ามาฉีดให้กับเด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 10 ขวบ การรู้จักกับวัณโรคปอด วัณโรคนอกปอด และวัณโรคเทียม เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ สามารถมาเที่ยวชมนิทรรศการ “หมอเจ้าฟ้า ...ริเริ่มต่อต้านวัณโรค” ได้ที่ โถงอาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ วันที่ 16 – 29 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น.
#พิพิธภัณฑ์ศิริราชมีมากกว่าที่คุณคิด #พิพิธภัณฑ์ศิริราช

🪜 หมอกว่า 10,000 คน เคยขึ้นบันใดนี้มาแล้ว เสาร์ - อาทิตย์นี้ ชวนไปดูสถานที่จริงด้วยกัน📢 วิทยากรนำชม 2 รอบพิเศษRound 1 (1...
18/09/2026

🪜 หมอกว่า 10,000 คน เคยขึ้นบันใดนี้มาแล้ว

เสาร์ - อาทิตย์นี้ ชวนไปดูสถานที่จริงด้วยกัน

📢 วิทยากรนำชม 2 รอบพิเศษ
Round 1 (10.00 น.) ณ พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน
Round 2 (14.00 น.) ณ พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช

ต้องการวิทยากร แจ้งเจ้าหน้าที่ ณ จุดจำหน่ายบัตรได้เลย

#พิพิธภัณฑ์ศิริราช #เที่ยวกรุงเทพ
#ฝั่งธน #พิมุขสถาน #ความรู้คู่ความสนุก #ความรู้การแพทย์

18/09/2026

ขอเชิญชมบรรยากาศนิทรรศการพิเศษ เนื่องในวันมหิดล 2569
�ณ อาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์
� ตั้งแต่วันที่ 16-29 กันยายน 2569
� เวลา 09.00น. - 17.00น.
#วันมหิดล
#ธงวันมหิดล #24กันยายน
#พิพิธภัณฑ์ศิริราช
#พิพิธภัณฑ์ศิริราชมีมากกว่าที่คุณคิด

พิพิธภัณฑ์ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลขอเชิญชมนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันมหิดล 2569“หมอเจ้าฟ้า ริเริ่มต่อต้านวัณโรค”...
16/09/2026

พิพิธภัณฑ์ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ขอเชิญชมนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันมหิดล 2569

“หมอเจ้าฟ้า ริเริ่มต่อต้านวัณโรค”

- จากเจ้าฟ้าทหารเรือสู่นักเรียนแพทย์ ผู้ทรงจุดประกายการต่อสู้กับโรค “ทุเบอร์คุโลซิส”
- การก่อตั้ง “กองปราบวัณโรค”
- ความรู้เกี่ยวกับวัณโรคปอด&วัณโรคนอกปอด และวัณโรคเทียม แนวทางการรักษา ผลข้างเคียงและการปฏิบัติตัวในปัจจุบัน

📍 ณ อาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์
🗓️ ตั้งแต่วันที่ 16-29 กันยายน 2569
⏰ เวลา 09.00 น.- 17.00 น.

#วันมหิดล
#ธงวันมหิดล #24กันยายน
#พิพิธภัณฑ์ศิริราช
#พิพิธภัณฑ์ศิริราชมีมากกว่าที่คุณคิด

สิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจและหลอดอาหาร​สิ่งแปลกปลอมติดค้างในทางเดินหายใจและหลอดอาหารเป็นภาวะฉุกเฉินที่สำคัญ โดยเฉพา...
15/09/2026

สิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจและหลอดอาหาร

​สิ่งแปลกปลอมติดค้างในทางเดินหายใจและหลอดอาหารเป็นภาวะฉุกเฉินที่สำคัญ โดยเฉพาะในเด็กเล็กซึ่งมักนำอาหารหรือสิ่งของเข้าปาก และผู้สูงอายุที่อาจมีความผิดปกติในการบดเคี้ยวหรือการกลืน สิ่งแปลกปลอมมีได้ตั้งแต่อาหาร เมล็ดผลไม้ ไปจนถึงของใช้ภายในบ้าน หากสิ่งแปลกปลอมไม่สามารถหลุดออกได้เอง อาจก่อให้เกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ หรือภาวะแทรกซ้อนรุนแรง จึงจำเป็นต้องได้รับการประเมินและรักษาจากแพทย์โดยเร็ว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดจากสิ่งแสดง ได้แก่ สิ่งแสดงผลฝรั่งอุดทางเดินหายใจบริเวณทางเข้าของกล่องเสียง และ เมล็ดละมุดอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าอาหารธรรมดาที่พบในชีวิตประจำวันก็สามารถกลายเป็นสาเหตุของภาวะคุกคามชีวิตได้เมื่อเกิดการสำลัก

​นอกจากอาหารแล้ว สิ่งของภายในบ้านบางชนิดมีอันตรายเป็นพิเศษ เช่น แบตเตอรี่กระดุม เมื่อกลืนเข้าไปและติดค้างในหลอดอาหาร กระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้นบริเวณเนื้อเยื่อที่สัมผัสแบตเตอรี่สามารถก่อให้เกิดปฏิกิริยาเคมีและทำลายเนื้อเยื่ออย่างรวดเร็ว โดยการบาดเจ็บรุนแรงสามารถเริ่มเกิดขึ้นได้ภายในประมาณ 2 ชั่วโมง จึงต้องนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร่งด่วน หากล่าช้าอาจเกิดเนื้อเยื่อตาย หลอดอาหารทะลุ ติดเชื้อในทรวงอก หรือการบาดเจ็บต่อหลอดเลือดใหญ่ ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ มีรายงานการเสียชีวิตของเด็กจากการกลืนแบตเตอรี่กระดุมทั่วโลกสูงถึงประมาณ 583 ถึง 1,749 รายต่อปี สะท้อนว่าปัญหานี้ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

​เมื่อพบผู้ที่มีอาการสำลักรุนแรง เช่น ไอไม่มีประสิทธิภาพ พูดหรือเปล่งเสียงไม่ได้ หายใจลำบาก เอามือกุมคอ หรือเริ่มมีริมฝีปากและใบหน้าเขียว ควรรีบให้ความช่วยเหลือ สำหรับผู้ใหญ่หรือเด็กอายุมากกว่า 1 ปีที่ยังรู้สึกตัว สามารถช่วยโดยยืนด้านหลัง โอบรอบลำตัว กำมือข้างหนึ่งวางบริเวณหน้าท้องเหนือสะดือและต่ำกว่าปลายกระดูกอก ใช้อีกมือจับกำปั้น แล้วกระตุกหน้าท้องเข้าด้านในและขึ้นด้านบนอย่างรวดเร็ว ทำซ้ำจนสิ่งแปลกปลอมหลุดออก การช่วยเหลือลักษณะนี้เรียกว่า "ไฮมลิช มานูเวอร์" (Heimlich Maneuver) หากไม่สำเร็จหรือผู้ป่วยหมดสติ ต้องรีบขอความช่วยเหลือ โทร 1669 และดำเนินการช่วยชีวิตตามความเหมาะสมเพื่อนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการแพทย์ฉุกเฉินโดยเร็วที่สุด
​สำหรับทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี ห้ามใช้วิธีไฮมลิชแบบผู้ใหญ่ หากทารกสำลักรุนแรง ให้จัดทารกคว่ำบนท่อนแขนหรือต้นขาโดยประคองศีรษะและคอให้มั่นคง และให้ศีรษะอยู่ต่ำกว่าลำตัว จากนั้นใช้ส้นมือตบกึ่งกลางหลังระหว่างสะบัก 5 ครั้ง หากสิ่งแปลกปลอมยังไม่ออก ให้พลิกทารกนอนหงายโดยยังคงประคองศีรษะและคอ แล้วใช้นิ้ว 2 นิ้ว กดหน้าอกบริเวณครึ่งล่างของกระดูกอก 5 ครั้ง สลับการตบหลังและกดหน้าอกจนสิ่งแปลกปลอมหลุดหรือได้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์ ทั้งนี้ ห้ามล้วงลำคอ เพราะอาจดันให้สิ่งแปลกปลอมนั้นให้ลึกลงไปกว่าเดิม แม้สามารถนำสิ่งแปลกปลอมออกได้แล้ว หากมีอาการผิดปกติหรือผ่านการสำลักรุนแรงควรได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์เพื่อค้นหาการบาดเจ็บหรือสิ่งแปลกปลอมที่อาจยังหลงเหลืออยู่

“ สิ่งแสดงผลฝรั่งอุดทางเดินหายใจบริเวณทางเข้าของกล่องเสียงและเมล็ดละมุดอุดทางเดินหายใจส่วนบนจึงมิใช่เพียงตัวอย่างทางกายวิภาค หากยังเป็นหลักฐานที่ช่วยเตือนให้ตระหนักว่าอุบัติเหตุจากอาหารและสิ่งของใกล้ตัวสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกครอบครัว การรู้จักป้องกัน สังเกตอาการ และปฐมพยาบาลอย่างถูกต้องอาจช่วยรักษาชีวิตของคนคนหนึ่งไว้ได้ ”

ขอเชิญชวนผู้สนใจมาชมสิ่งแสดงจริงและเรียนรู้เรื่องอันตรายจากสิ่งแปลกปลอมติดหลอดลมและหลอดอาหาร พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน ชั้น 2 บริเวณใกล้โซน OPD เพื่อเปลี่ยนสิ่งที่ดูเหมือนเป็นอุบัติเหตุเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน ให้กลายเป็นความรู้ที่อาจช่วยชีวิตเราและคนรอบข้างได้ในอนาคต
#พิพิธภัณฑ์ศิริราชมีมากกว่าที่คุณคิด #พิพิธภัณฑ์ศิริราช

ความเครียดความเครียดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน หรือผู้สูงอายุ สาเหต...
12/09/2026

ความเครียด
ความเครียดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน หรือผู้สูงอายุ สาเหตุของความเครียดอาจแตกต่างกันไป เช่น การเรียน การทำงาน ปัญหาครอบครัว ความสัมพันธ์ การเงิน หรือการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในชีวิต

แม้ว่าความเครียดในระดับหนึ่งจะเป็นแรงผลักดันให้เรามีความกระตือรือร้นและสามารถแก้ไขปัญหาได้ แต่หากเกิดขึ้นมากเกินไปหรือเป็นเวลานาน ก็อาจส่งผลเสียต่อทั้งร่างกายและจิตใจ เมื่อเกิดความเครียด ร่างกายอาจแสดงอาการต่าง ๆ เช่น ปวดศีรษะ ใจเต้นเร็ว เหนื่อยง่าย นอนไม่หลับ หรือไม่มีสมาธิ ในด้านจิตใจอาจรู้สึกกังวล หงุดหงิด เศร้า หรือรู้สึกหมดกำลังใจ หากปล่อยให้ความเครียดสะสมเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง และสุขภาพโดยรวมได้

การจัดการความเครียดสามารถทำได้หลายวิธี วิธีหนึ่งคือการพักผ่อนให้เพียงพอและจัดสรรเวลาให้เหมาะสม นอกจากนี้ การออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การทำกิจกรรมที่ชอบ เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ หรืออยู่กับคนที่ทำให้รู้สึกสบายใจ ก็สามารถช่วยลดความเครียดได้เช่นกัน ที่สำคัญคือควรพูดคุยหรือขอคำปรึกษาจากคนที่ไว้ใจเมื่อรู้สึกว่าปัญหานั้นหนักเกินกว่าจะรับมือเพียงลำพัง ความเครียดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ทั้งหมด สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การพยายามกำจัดความเครียดให้หมดไป แต่คือการเรียนรู้ที่จะรับมือกับมันอย่างเหมาะสม หากเรารู้จักดูแลสุขภาพกายและใจ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการพักผ่อนและการจัดการปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน ก็จะช่วยให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขและสมดุลมากขึ้น

วิธีคลายเครียดเบื้องต้นกำหนดลมหายใจ
หายใจเข้าลึก ๆ นับ 1 ถึง 10 เพื่อช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและสงบสติอารมณ์ยอมรับความรู้สึก
จัดลำดับความสำคัญ แยกแยะปัญหาที่แก้ได้เพื่อลงมือทำทันที ส่วนเรื่องที่เกินควบคุมให้ฝึกปล่อยวาง อนุญาตให้ตัวเองรู้สึกเหนื่อยหรือเสียใจได้ ไม่จำเป็นต้องกดเก็บไว้
หากิจกรรมผ่อนคลาย พาตัวเองออกจากเรื่องเครียดด้วยการฟังเพลง ดูหนัง หรือออกกำลังกาย การที่พาตัวเองออกไปผ่อนคลายมองโลกใหม่ ๆ ไปเที่ยวที่ใหม่ ๆ เช่นการเดินพิพิธภัณฑ์อาจจะทำให้ความเครียดลดลงหรือผ่อนคลายลงได้

พิพิธภัณฑ์ศิริราช ขอส่งกำลังใจ ให้ทุกคนผ่านปัญหาความเครียดไปได้และพิพิธภัณฑ์จะเป็นอีกพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้เข้าชมได้ทั้งความรู้และความสุขในเวลาเดียวกัน

#พิพิธภัณฑ์ศิริราชมีมากกว่าที่คุณคิด #พิพิธภัณฑ์ศิริราช

ที่อยู่

2 Wanglung Road, Bangkoknoi
Bangkok
10700

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 17:00
พุธ 10:00 - 17:00
พฤหัสบดี 10:00 - 17:00
ศุกร์ 10:00 - 17:00
เสาร์ 10:00 - 17:00
อาทิตย์ 10:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6624141464

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Siriraj Museum - พิพิธภัณฑ์ศิริราช โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ พิพิธภัณฑ์

ส่งข้อความของคุณถึง Siriraj Museum - พิพิธภัณฑ์ศิริราช:

ทางลัด

แชร์