พิพิธภัณฑ์ทหารสรรพาวุธ Royal Thai Army Ordnance Museum

พิพิธภัณฑ์ทหารสรรพาวุธ Royal Thai Army Ordnance Museum พิพิธภัณฑ์ด้านประวัติศาสตร์ทหาร บอกเล่าประวัติความเป็นมาของหน่วยงานกรมสรรพาวุธทหารบก ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

สำนักพระราชวัง เผยแพร่ประกาศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคตตามที่คณะแพทย์ผู้ถวา...
24/10/2025

สำนักพระราชวัง เผยแพร่ประกาศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต

ตามที่คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี้พันปีหลวง ได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปประทับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่วันที่ ๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๒ เพื่อติดตามพระอาการทางระบบต่าง ๆ ความทราบทั่วกันแล้วนั้น ในช่วงที่ประทับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระประชวรหลายครั้ง และคณะแพทย์ตรวจพบความผิดปรกติทางระบบต่าง ๆ ทำให้คณะแพทย์ต้องถวายการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ตั้งแต่วันที่ ๑๗ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระประชวรจากภาวะติดเชื้อในกระแสพระโลหิต แม้ว่าคณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับ ถึงวันศุกร์ ที่ ๒๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เวลา ๒๑ นาฬิกา ๒๑ นาที เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ ๙๓

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สำนักพระราชวัง จัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาท ในราชสำนักไว้ทุกข์ถวาย มีกำหนด ๑ ปี ตั้งแต่วันสวรรคตเป็นต้นไป

สำนักพระราชวัง
๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๘

น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาที่คุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับการวางรากฐานกิจการสรรพาวุธเนื่องด้วยกรมสรรพาวุธทหาร...
23/10/2025

น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาที่คุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับการวางรากฐานกิจการสรรพาวุธ
เนื่องด้วยกรมสรรพาวุธทหารบกมีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ ด้วยพระราชวิริย อุตสาหะอย่างแรงกล้า อันทรงคุณประโยชน์แก่ชาติไทยเหลือที่จะคณานับ
ทรงมีคณูปการเป็นอย่างยิ่งในกิจการสรรพาวุธ ด้วยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปรับปรุงแก้ไขการจัดหน่วยงาน รวมทั้งข้อบกพร่องในการปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับอาวุธยุทโธปกรณ์ให้เป็นระเบียบและมีระบบที่ทันสมัย ที่สำคัญอย่างยิ่ง คือทรงทำให้กองทัพไทยพึ่งพาตนเองได้ในที่สุด โดยสามารถผลิตกระสุนปืนเล็กระดับโรงงานได้เป็นครั้งแรก
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง "กองสารวัตรปืนใหญ่" ในพุทธศักราช ๒๔๔๔ ยุบกรมสรรพาวุธเดิมและพระราชทานกำเนิด "กรมสรรพาวุธ" ในฝ่ายของ
ทหารบกขึ้นเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๔๕ ต่อมายังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง "กรมช่างแสง" ขึ้น เพื่อดำเนินงานด้านโรงงานผลิตกระสุนปืนเล็ก ในพุทธศักราช ๒๔๕๑
จากวันนั้นตราบจนถึงปัจจุบันนี้ นับว่าทรงได้วางรากฐานอย่างมั่นคงให้แก่กรมสรรพาวุธทหารบก หนึ่งในกรมยุทธบริการที่มีภารกิจในการส่งกำลังบำรุง ด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบจำนวนมหาศาล ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในด้านอำนาจการยิง และความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ของหน่วยทหารเพื่อให้สามารถบรรลุภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
การที่กรมสรรพาวุธทหารบก และเหล่าทหารสรรพาวุธ ดำรงอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี และมีความสำคัญยิ่งหน่วยหนึ่งของกองทัพบกไทยนั้น ล้วนเนื่องจากพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทั้งสิ้น

#วันปิยมหาราช #กรมสรรพาวุธทหารบก #พิพิธภัณฑ์ทหารสรรพาวุธ

๒๓ ตุลาคม วันปิยมหาราชน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการ และกำลัง...
23/10/2025

๒๓ ตุลาคม วันปิยมหาราช
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการ และกำลังพล
พิพิธภัณฑ์ทหารสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบกทหารบก

 #ภาพเก่าเล่าอดีต วันที่ 7 ธันวาคม 2511 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเน...
14/10/2025

#ภาพเก่าเล่าอดีต
วันที่ 7 ธันวาคม 2511 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินมาทรงพระแสงปืน ณ อุโมงค์ยิงปืนกรมสรรพาวุธทหารบก โดยมี พลโท ทวิช เสนีวงศ์ ณ อยุธยา เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก (ในขณะนั้น) และคณะนายทหาร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ
ทรงจารึกพระปรมาภิไธยลงบนแผ่นศิลาอ่อน โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ประดิษฐานไว้ ณ อุโมงค์ยิงปืนเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลแก่ข้าราชการกรมสรรพาวุธทหารบกทั้งปวงสืบมาจนบัดนี้ (ปัจจุบันแผ่นศิลาอ่อนดังกล่าวจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ทหารสรรพาวุธ)
พระองค์ทรงให้ความสนพระราชหฤทัยอย่างลึกซึ้งในกิจการสรรพาวุธ ได้ทรงแสดงพระปรีชาสามารถในการ ค้น คิด ดัดแปลงอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ทันสมัยและ ใช้ในราชการได้ดียิ่งขึ้นเป็นผลสำเร็จหลายรายการด้วยกัน อีกทั้งอย่างทรงพระราชทานอาวุธยุทธโธปกรณ์ ทรงแก้ไขเหตุติดขัด รวมทั้งข้อบกพร่องต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วให้แก่ทหาร ตำรวจ
นับเป็นพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และเป็นแรงบันดาลใจให้ข้าราชการกรมสรรพาวุธทหารบกทุกคนมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ เสียสละ และจงรักภักดี สืบมาจนบัดนี้

ที่มา: วารสารสรรพาวุธ ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 ตุลาคม-ธันวาคม 2530

#วันนวมินทรมหาราช #รัชกาลที่9 #กรมสรรพาวุธทหารบก

08/10/2025

‼️อยากเป็นทหารสรรพาวุธ มาทางนี้ 💂🏻‼️

กรมสรรพาวุธทหารบก
ประชาสัมพันธ์การเปิดรับสมัครพลทหารออนไลน์ ประจำปี 2569 ดังนี้

🇹🇭 สมัครใจรับใช้ชาติ สร้างโอกาส สร้างอนาคต 🇹🇭

💂‍♂️ กองทัพบก เปิดรับสมัครทหารกองเกินรับราชการทหารกองประจำการ โดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ปี 2569 🪖

📌 สมัครผ่านระบบออนไลน์ได้ตั้งแต่บัดนี้ – 25 ม.ค. 69 ทางเว็บไซต์ rcm.rta.mi.th ตลอด 24 ชั่วโมง 🕝

🪖 พร้อมรับสิทธิและสวัสดิการจากกองทัพบก รวมถึงการต่อยอดเข้าเป็นทหารประจำการ
🌟การเลือกหน่วยที่ใช้
🌟การได้รับสิทธิ์คะแนนเพิ่ม ในการสอบเป็น นักเรียนนายสิบทหารบก หรือข้าราชการทหาร / พนักงานราชการในส่วนของ กรมสรรพาวุธทหารบก

⚠️สมัครก่อน มีสิทธิก่อน⚠️
‼️ยอดมีจำนวนจำกัด‼️

🗓️ กำหนดการคัดเลือก(ตรวจร่างกายตามคุณสมบัติ)

ครั้งที่ 1 วันเสาร์ที่ 15 พ.ย. 68
ครั้งที่ 2 วันเสาร์ที่ 13 ธ.ค. 68
ครั้งที่ 3 วันเสาร์ที่ 24 ม.ค. 69
ครั้งที่ 4 วันอาทิตย์ที่ 25 ม.ค. 69

💂‍♂️มาเป็นครอบครัวเดียวกัน เพื่อร่วมสร้างความพร้อมรบให้กับหน่วยทหารพร้อมกันกับเรา

🌟🌟🌟🌟🌟🌟🌟🌟
กรมสรรพาวุธทหารบก
🌟ยิงแม่น เล่นฉิว🌟

เลือกหน่วยของกรมสรรพาวุธทหารบก
🔻พื้นที่ กรุงเทพมหานคร
✅ กองบริการกรมสรรพาวุธทหารบก
🔻พื้นที่ จ. นครราชสีมา (ปากช่อง)
✅ โรงเรียนทหารสรรพาวุธกรมสรรพาวุธทหารบก
✅ คลังแสงที่5 กองคลังแสงกรมสรรพาวุธทหารบก
🔻พื้นที่ จ. ลพบุรี
✅ คลังแสงที่ 2 และคลังแสงที่ 4 กองคลังแสงกรมสรรพาวุธทหารบก
🔻พื้นที่ จ. นครสวรรค์
✅ คลังแสงที่ 3 กองคลังแสงกรมสรรพาวุธทหารบก
🔻พื้นที่ จ. ราชบุรี
✅ คลังแสงที่ 6 กองคลังแสงกรมสรรพาวุธทหารบก
🔻พื้นที่ จ. พระนครศรีอยุธยา
✅ กองโรงงานวัตถุระเบิด ศูนย์อุตสาหกรรมสรรพาวุธกรมสรรพาวุธทหารบก
✅ โรงงานซ่อมยางกอง โรงงานซ่อมสร้างรถยนต์ทหารศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธกรมสรรพาวุธทหารบก
🔻 พื้นที่ จ. สระบุรี
✅ กองพันสรรพาวุธซ่อมบำรุงเขตหลัง

Cr. นนส. 28/67 สพ.ทบ.

#กองทัพบก
#พลทหารออนไลน์69
#ลูกผู้ชายไทยสมัครใจรับใช้ชาติ
#ปกป้องปฐพีคือหน้าที่ชายไทย
#ดำรงไว้ซึ่งอำนาจการยิงและความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ของหน่วยทหาร

#กรมสรรพาวุธทหารบก
#โรงเรียนทหารสรรพาวุธกรมสรรพาวุธทหารบก
#กองคลังแสงกรมสรรพาวุธทหารบก
#กองโรงงานวัตถุระเบิดศูนย์อุตสาหกรรมสรรพาวุธกรมสรรพาวุธทหารบก
#โรงงานซ่อมยางกองโรงงานซ่อมสร้างรถยนต์ทหารศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก
#กองพันสรรพาวุธซ่อมบำรุงเขตหลัง
#กรมสรรพาวุธทหารบก

08/10/2025

8 ตุลาคม วันคล้ายวันประสูติ ‘พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์’
ทรงพระเจริญ
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด
เกล้ากระหม่อม ข้าราชการและพนักงาน กรมสรรพาวุธทหารบก

#ทรงพระเจริญ
#กรมสรรพาวุธทหารบก

วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2568 เวลา 09.30 น.คณะนักเรียนและครู โรงเรียนวัดธรรมาภิรตาราม จำนวน 151 คน  เข้าชมพิพิธภัณ...
01/10/2025

วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2568 เวลา 09.30 น.
คณะนักเรียนและครู โรงเรียนวัดธรรมาภิรตาราม
จำนวน 151 คน เข้าชมพิพิธภัณฑ์ทหารสรรพาวุธ
และพิพิธภัณฑ์โรงหลอมรีด เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์
ด้านทหาร พร้อมทั้งประวัติความเป็นมา
ของกรมสรรพาวุธทหารบก

💠 สำหรับบุคคล หน่วยงาน หรือสถาบันศึกษาใด
ต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะ
สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
แผนกประวัติศาสตร์ทหาร กองวิทยาการ
กรมสรรพาวุธทหารบก
-โทร 0-2243-1061-8 ต่อเบอร์ 94792
-Inbox page
-Line : คลิก 👉 https://page.line.me/789rtqpi
📍แผนที่ : https://g.co/kgs/JgG6yVQ
#พิพิธภัณฑ์ทหารสรรพาวุธ #พิพิธภัณฑ์โรงหลอมรีด #กรมสรรพาวุธทหารบก #แหล่งท่องเที่ยวในเขตทหาร

28/09/2025

🇹🇭 28 ก.ย. ของทุกปี : วันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day) 🇹🇭
✨ น้อมรำลึกถึงการที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6)
ทรงพระราชทาน "ธงไตรรงค์" เป็นธงชาติไทย ในวันที่ 28 ก.ย. 2460

📜 ความเป็นมาของธงชาติไทย

🏯 สมัยอยุธยา : ไทยยังไม่มีธงชาติ ใช้ “ธงแดงเกลี้ยง” ชักขึ้นแทนสัญลักษณ์ชาติ

👑 สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น : รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าให้ใส่วงจักรสีขาวกลางธงแดง → “ธงวงจักร”

🐘 รัชกาลที่ 2 : เพิ่มรูป “ช้างเผือก” ลงในวงจักร → “ธงช้างเผือกในวงจักร”

🚢 รัชกาลที่ 3 : ใช้ “ธงช้างเผือกปล่อย” บนพื้นสีแดงเป็นธงชาติ → หลักฐานยืนยันตั้งแต่ปี 1837 (พ.ศ. 2380)

🎌 รัชกาลที่ 6 : ยกเลิกธงช้างเผือก ใช้ “ธงแดง-ขาวห้าริ้ว” หรือ “ธงค้าขาย” สำหรับประชาชน และ “ธงช้างเผือกทรงเครื่อง” สำหรับราชการ (ประกาศใช้ 21 พ.ย. 2459)

🌍 สงครามโลกครั้งที่ 1 (22 ก.ค. 2460) : ทรงแก้ไขธงชาติ เพิ่มแถบ “สีน้ำเงินแก่” ตรงกลางแทนสีแดง → กลายเป็น “ธงไตรรงค์” (ประกาศใช้ 28 ก.ย. 2460)

📌 ความหมายและคุณค่า

- ธงชาติไทย เป็นสัญลักษณ์สูงสุดของชาติ

- เป็นเครื่องเตือนใจให้คนไทยทุกคนร่วมกันภาคภูมิใจในเอกราช

- ระลึกถึงความเสียสละของบรรพบุรุษ

- ธงชาติและเพลงชาติไทย คือสัญลักษณ์ของ “ความเป็นไทย”

✨ “เราจงร่วมใจยืนตรงเคารพธงชาติ ด้วยความภาคภูมิใจในเอกราช และความเสียสละของบรรพบุรุษไทย” ✨

Cr. ขอบคุณข้อมูลจากเพจพิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย
#วันพระราชทานธงชาติไทย
#108ปีธงชาติไทย
#ธงชาติไทย
#บ้านเกิดเมืองนอน
#กองทัพบก
#กรมสรรพาวุธทหารบก

06/09/2025

หอสมุดแห่งชาติขอนำเสนอรายการ “ #หนังสือเก่าเล่าเรื่อง” ซึ่งเป็นการนำหนังสือหายากของ #หอสมุดแห่งชาติ มาสรุปเนื้อหาให้ทุกท่านได้อ่านกันเป็นประจำทุกวันพฤหัสบดี

วันนี้ขอนำเสนอหนังสือเรื่อง “ปาฐกถาโฆษณาภาคที่ 3” โดย นางสาวศุภาวิตา พรมสุขทวี เจ้าพนักงานห้องสมุดชำนาญการ สำนักหอสมุดแห่งชาติ

หมายเหตุ อักขรวิธีและการใช้คำเป็นภาษาเก่าตามต้นฉบับหนังสือ

“ทำไมสยามจึงเกณฑ์ทหาร” ปาฐกถาทางวิทยุกระจายเสียงของ พ.ต. หลวงรวบรัดสปัตพล เมื่อ 7 ม.ค.76

ท่านผู้ฟังทั้งหลาย เรื่องที่จะนำมาสนทนากับท่านในวันนี้ ข้าพเจ้าขอให้หัวเรื่องว่า “ทำไมประเทศสยามจึงเกณฑ์ทหาร” เมื่อได้ยินคำว่า “เกณฑ์” มาแทรกแซงอยู่ด้วย เข้าใจว่าบางท่านคงเบื่อหู เพราะเป็นเรื่องของการเกณฑ์, การบังคับ ซึ่งขัดกับความพอใจของคนทั่วไป แต่อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าจำต้องอ้อนวอนโปรดฟังให้จบ หวังว่าจะเป็นเรื่องที่ให้ความรู้แก่ท่านไม่มากก็น้อย

การมีทหารนั้นเป็นความประสงค์ของชาติเพื่อจะรวบรวมไว้เป็นกำลัง เพื่อรักษาสันติภาพและความสงบสุขของประชาชาติ การจัดตั้งและการบำรุงกำลังป้องกันชาติ เป็นเรื่องที่ทุกชาติซึ่งเป็นอิสระจักต้องเอาใจใส่ มิได้เลือกว่าต้องเป็นชาติใหญ่หรือชาติเล็ก ถ้าไม่มีไว้ก็เท่ากับเอาจมูกของผู้อื่นมาหายใจ บางคนคิดว่าถ้าจัดตั้งกำลังป้องกันชาติได้น้อยเกินไปจนไม่สามารถสู้ใครได้ ไม่ทำอะไรเสียเลยดีกว่า เพราะไหน ๆ ก็รักษาสันติภาพไว้ไม่ได้ แต่ถ้าจะชี้เป็นประเทศว่าประเทศใดบ้างที่ไม่ควรจัดกองกำลังป้องกันชาติ เพราะถ้าเข้าในลักษณะว่าจัดหรือไม่ก็เท่ากัน ย่อมเป็นการยากมากทีเดียว แต่ถ้าจัดเท่าที่ฐานะอำนวยให้ คงจะดีกว่าที่จะไม่ทำอะไรเลยเพราะอย่างไรก็ดีเมื่อจัดเท่าใดก็ย่อมได้รับประโยชน์เท่านั้น

สำหรับประเทศสยามโดยปกติเข้าเกณฑ์ “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น จึงจัดว่าการมีทหารนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งปรารถนาให้เป็นรั้วบ้านที่มั่นคงที่สุด เมื่อความจำเป็นของประเทศชาติต้องการทหาร จึงจัดระเบียบการเรียกร้องพลเมืองเข้ามาเป็นทหาร ตามประวัติศาสตร์จะปรากฎว่าประชาชนพลเมืองเมืองสมัยโบราณแยกกันอยู่เป็นครัวเรือน ทุกครอบครัวต่างมีผู้ใหญ่เป็นหัวหน้าควบคุม เมื่อครอบครัวเหล่านั้นใหญ่โตมีหลายครอบครัวก็รวมกันเป็นหมู่บ้าน แล้วเลือกให้ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือผู้หนึ่งเป็นหัวหน้า ต่อมาได้รวมหลายหมู่บ้านเป็นแคว้นเป็นเมือง ภายหลังแคว้นเมืองต่าง ๆ ได้รวมกันเป็นประเทศมีบุคคลคนเดียวหรือเป็นหมู่คณะ เป็นหัวหน้ามีหน้าที่ระวังป้องกันความเป็นเอกราช

เมื่อมีการสงครามเกิดขึ้น ประชาชาติทุกคนจักต้องจับอาวุธช่วยกันสู้รบกับข้าศึก คือ ประชาชาติทุกคนมีหน้าที่ ต้องเป็นทหารของชาติตน ต่อมาการทหารไม่ได้ใช้เกณฑ์ แต่แบ่งพลเมืองเป็นพวก ๆ มีพวกพ่อค้า, พวกทำนา, พวกพระ, พวกทหาร, พวกทหารก็เป็นตลอดถึงลูกหลานเหลน เช่น ในประเทศอินเดียได้แบ่งพลเมืองเป็นพวกพราหมณ์, พวกทหาร (ขัติยะ) ในประเทศสยามมีวิธีจัดหมู่ซึ่งเรียกว่า พวกเลข และในเวลาที่มีสงครามเกิดขึ้นก็ใช้วิธีเรียกชายทั้งเมืองเป็นทหาร
ระเบียบการรวบรวมชายฉกรรจ์เข้าเป็นทหาร มีอยู่ 3 วิธี คือ

1. วิธีเกณฑ์ วิธีนี้ใช้กันแพร่หลายที่สุด เป็นวิธีซึ่งเปลี่ยนแปลงมาจากต้นระเบียบ คือ ในสมัยก่อนเมื่อเริ่มใช้วิธีเกณฑ์ครั้งแรกนั้น ได้มีการยกเว้นกันมากมาย และยอมใช้เงินหรือคนแทนตัวได้ แต่ว่าการทหารเสื่อมทรามลง จึงได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกันมาตามลลำดับ ในที่สุดสมัยนี้จึงเกณฑ์ชายฉกรรจ์โดยไม่เลือกหน้า และมีข้อยกเว้นน้อยที่สุด

2. วิธีจ้าง เป็นวิธีที่ใช้กันในทวีปยุโรปในสมัยก่อน วิธีนี้เป็นการเปลืองทรัพย์ เพราะต้องจ้างแพงกว่าเกณฑ์ ฉะนั้นจึงมีจำนวนทหารมากเมื่อไม่ได้อยู่เอง คนที่เป็นทหารส่วนมากก็บกพร่อง ถ้ายิ่งจ้างคนต่างประเทศมาเป็นทหารด้วยแล้วก็ยิ่งซ้ำร้ายหนักขึ้น จะมีแต่คุณนั้นคืออาจทำสัญญากับผู้จ้างให้เป็นทหารประจำอยู่เป็นเวลานานปี

3. วิธีมิลิซ คือกำหนดให้เข้ารับราชการทหารเป็นคราว ๆ ละ 2 - 3 เดือน วิธีนี้ย่อมขาดรากฐานอันมั่นคง ซึ่งควรจะมีสำหรับกองทัพ ทำให้บกพร่องในการฝึกละเอียดสุขุมได้ยาก

ทั้ง 3 วิธีจะเห็นได้ว่า วิธีเกณฑ์ ย่อมบังเกิดผลแก่ประเทศชาติกว่าวิธีอื่น ๆ คือ นอกจากจะได้ทหารเป็นจำนวนมากแล้ว ยังทำให้ทุกคนรู้สึกว่าการเป็นทหารเป็นเกียรติยศอีกด้วย โดยที่ไม่ว่าไพร่หรือผู้ดี มั่งมีหรือจน ต้องเข้ารับราชการทหารเหมือนกันหมด

นอกจากนี้ การเกณฑ์ชายฉกรรจ์เข้ารับราชการทหาร มีคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติในเวลาปกติและเวลาสงครามมากเพียงใดนั้น ดังนี้ สำหรับในเวลาปกติที่สำคัญ คือ
1) ทำให้ร่างกายของชายฉกรรจ์สมบูรณ์
2) เป็นโรงเรียนใหญ่สำหรับฝึกพลเมือง
3) วางรากฐานวินัยให้แก่ชาติ
4) รักษาความสงบภายในประเทศชาติ

สำหรับในเวลาสงคราม เมื่อมีกำลังป้องประเทศชาติไว้แล้ว ถึงจะมีน้อย นอกจากจะได้ประโยชน์ในเวลาปกติ ก็ยังจะมีหวังในเวลาสงครามอีกมาก เพราะมูลเหตุของชัยชนะโดยมากอยู่ที่ความสามารถ แม้มีกำลังน้อยแต่มีความสามารถยิ่งกว่าศัตรู ก็อาจได้รับชัยชนะมากมาย ด้วยเหตุนี้ประเทศสยามซึ่งมีความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะได้เห็นชาติไทย คนไทย บรรลุถึงประโยชน์อย่างใหญ่หลวงที่กล่าวมานี้ จึงนิยมเรียกคนเข้ารับราชการทหารด้วย วิธีเกณฑ์ เหมือนกัน

“เรื่องกำลังศึก” บรรยายโดย นายพันตรี หลวงรณสิทธิพิชัย ทางวิทยุกระจายเสียง เมื่อวันที่ 25 กันยายน พุทธสักราช 2477

จากเหตุการณ์ทั่วโลกที่เราได้รับรู้จากหนังสือพิมพ์และสิ่งอื่น ๆ ประกอบด้วยกันเราจะสังเกตเห็นว่า มีกิจการสำคัญอันหนึ่ง ซึ่งทุกประเทศได้สนใจกันเป็นอย่างยิ่ง มากบ้างน้อยบ้าง ตามกำลังความสามารถที่ตนพึงกระทำได้ สิ่งสำคัญที่กล่าวมาคือการแสวงหาอำนาจ เมื่อกล่าวถึงอำนาจ ไม่มีอำนาจใดจะใหญ่ยิ่งและน่าสะพึงกลัวเท่าอำนาจทหาร เพราะอำนาจทหารย่อมประกอบไปด้วย กำลังคน กำลังอาวุธ และกำลังทรัพย์ อันสามารถจะทุ่มเทกำลังเหล่านั้นเข้า ประหัสประหารให้ฝ่ายศัตรูต้องพินาศย่อยยับได้ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยภายในประเทศ และเพื่อป้องกันการรุกรานจากประเทศอื่น ประเทศสยามจึงเป็นประเทศเล็กที่ยังต้องการอำนาจในทางทหาร เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยภายในประเทศ และเพื่อป้องกันการรุกรานจากประเทศอื่น

ทรัพย์เป็นกำลังสำคัญอย่างใหญ่หลวงในการที่จะสถาปนาทหารให้มีอย่างสมบูรณ์ เพราะกำลังคนก็ดี กำลังอาวุธก็ดี จะมีขึ้นได้ตามอัตราและตามจำนวนย่อมอาศัยกำลังทรัพย์ทั้งสิ้น เริ่มต้นนับตั้งแต่การสร้างที่พักโรงเรือนให้ทหารอยู่ พลเมืองที่เกณฑ์เข้ามารับราชการทหาร ก็ต้องจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคให้พอเพียง ต้องเพาะให้มีนายทหาร นายสิบที่ดี เพื่อทำการอบรมฝึกสอนทหารเหล่านี้ล้วนแต่ต้องใช้จ่ายทรัพย์เป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังต้องสะสมกำลังอาวุธและเครื่องประกอบให้พร้อมสรรพ ทั้งอาวุธทางบก ทางเรือ และทางอากาศ รวมถึงปืนใหญ่แต่ละกระบอก เรือรบแต่ละลำ เครื่องบินแต่ละเครื่อง รวมถึงอาวุธเล็กน้อยเป็นจำนวนมากล้วนต้องใช้กำลังทรัพย์ทั้งสิ้น ในส่วนกำลังอาวุธนั้น เป็นปัญหาสำคัญที่เราควรจะมีให้ครบเพื่อการเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ

เรื่องกำลังคนก็เป็นของสำคัญมาก เพราะถ้าเราจะมีอาวุธดีสักปานใด ถ้าไม่มีคนรู้จักใช้อาวุธนั้นๆ ก็เสมือนหนึ่งท่อนไม้ เพื่อเป็นเครื่องประกันความเป็นอยู่ที่มั่นคงของประเทศชาติ ปัญหาเรื่องคนจึงเป็นปัญหาอันสำคัญยิ่ง กองทัพจะรบแพ้หรือชนะก็ต้องอาศัยผู้ทำการรบคือคน คนเป็นสิ่งสำคัญร่วมกันทั้งกองทัพ ตามหลักฐานเก่าเปรียบเทียบไว้ว่า กำลังศึกรวมเป็น 8 ส่วน คือ

1) หัวศึก ซึ่งได้แก่จอมทัพ คือแม่ทัพรวมถึงบรรดานายทหาร เช่น ผู้นำกองทัพน้อย กองพล กองพลผสม และหน่วยผสมอื่นๆ หรือกองทหารที่ไปกระทำการเป็นอิสระ รวมถึงเสนาธิการ บุคคลเหล่านี้ได้รับการฝึกอบรมกันเป็นพิเศษ เปรียบได้ด้วยอวัยวะของร่างกาย คือ ศรีษะหมายถึงสมองความคิด

2) มือศึก ซึ่งได้แก่ทหารหน้า คือหน่วยทหารที่ทำการระวังป้องกัน เช่น ลาดตระเวน หรือ กองระวังหน้าเป็นต้น หน้าที่เหล่านี้สำคัญยิ่ง คือกระทำการยับยั้งข้าศึกไว้ ไม่ปล่อยข้าศึกล่วงล้ำเข้ามาภายในประเทศ

3) เท้าศึก ซึ่งได้แก่พลช้างพลม้านั้น คือยวดยานและสัตว์พาหนะที่จะลำเลียงทหารและเสบียงให้สามารถไปมาได้รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์

4) ตาศึก ซึ่งได้แก่โหรหรือที่เรียกว่าโหราตาศึก ก็คือผู้ตรวจการณ์หรือลาดตระเวนทางไกลในเวลาสงคราม

5) หูศึก ซึ่งได้แก่จารบุรุษ บุคคลที่จะได้รับเป็นจารบุรุษนี้ ถ้าทำให้แก่ประเทศชาติของตนก็นับว่าเป็นผู้เสียสละชีพเพื่อชาติจริงๆ เพราะจารบุรุษนั้นย่อมก้าวเข้าสู่ความตายทุกขณะ เกียรติยศจะปรากฏต่อเมื่อตายไปแล้ว

6) ปากศึก ซึ่งได้แก่ทูต คือการเจรจาทางการทูต โดยทางกระทรวงการต่างประเทศส่งไปประจำการยังประเทศต่างๆ มีหน้าที่ในการเจรจาที่จะช่วยไม่ให้เกิดสงคราม

7) เขี้ยวศึก ซึ่งได้แก่พลทหาร เปรียบเหมือนเสือที่ไม่มีเขี้ยวเล็บก็เหมือนแมวตัวหนึ่ง เช่นเดียวกับกองทัพที่ไม่มีพลทหาร ก็ย่อมหมดฤทธิ์หมดอำนาจ พลทหารจึงเป็นกำลังสำคัญในการศึก

8) กำลังศึก ซึ่งได้แก่ประชาชน ถ้าระหว่างศึกสงครามประชาชนของเราเกิดความห่วงใยขวัญหนีดีฝ่อ ไม่เป็นอันจะรักษาความสงบ ก็ไม่มีกำลังใจจะช่วยการสงครามหนุนอยู่ภายในประเทศ ทหารในกองทัพที่ไปทำสงครามก็ย่อมมีใจคอไม่ปกติ ไม่เป็นอันทำการสู้รบ ในเวลาสงครามจึงเป็นการสำคัญยิ่งที่ประชาชนจะต้องมีน้ำใจเด็ดเดี่ยวมั่นคง ที่ยอมเสียสละบุตรชาย สามี หรือหลานของตนไปทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เพื่อที่จะชี้ให้ท่านเห็นถึงอำนาจทหารอันประกอบด้วยกำลังคน กำลังอาวุธ กำลังทรัพย์ ซึ่งเป็นอำนาจอันจำเป็นที่เราต้องมีเพื่อรักษาไว้ซึ่งความเป็นเอกราชแห่งประเทศชาติ อำนาจเหล่านี้ เราจะมีได้บริบูรณ์ ก็ต้องอาศัยท่านทั้งหลายร่วมมือ ร่วมใจ ร่วมแรง ร่วมความคิด ช่วยเหลือประเทศชาติให้มีความสมบูรณ์

ผู้ที่สนใจสามารถอ่านหนังสือเล่มนี้ได้ที่ ห้องหนังสือหายาก อาคาร 2 ชั้น 3 สำนักหอสมุดแห่งชาติ

บรรณานุกรม

ปาฐกถาโฆษณา ภาคที่ 3. พระนคร: โรงพิมพ์ทรงธรรม, 2477. (พิมพ์ในงานพระกฐินพระราชทาน กรมช่างแสงทหารบก ณวัดดุสิดาราม พระพุทธศักราช 2477).

ทางพิพิธภัณฑ์ทหารสรรพาวุธขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจ นิทรรศการ123 ปี กรมสรรพาวุธทหารบก  เป็นเป็นอย่างยิ่งค่ะ……….ภา...
29/08/2025

ทางพิพิธภัณฑ์ทหารสรรพาวุธขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจ นิทรรศการ123 ปี กรมสรรพาวุธทหารบก  เป็นเป็นอย่างยิ่งค่ะ
……….
ภาพบรรยากาศนิทรรศการ123 ปี กรมสรรพาวุธทหารบก วันที่ 29 ส.ค.68
#นิทรรศการ123ปีกรมสรรพาวุธทหารบก #พิพิธภัณฑ์โรงหลอมรีด #พิพิธภัณฑ์ทหารสรรพาวุธ #กรมสรรพาวุธทหารบก #แหล่งท่องเที่ยวในเขตทหาร

โรงหลอมรีดและโรงอัดปั๊ม สู่ พิพิธภัณฑ์โรงหลอมรีด #พิพิธภัณฑ์โรงหลอมรีด  #กรมสรรพาวุธทหารบก
29/08/2025

โรงหลอมรีดและโรงอัดปั๊ม สู่ พิพิธภัณฑ์โรงหลอมรีด

#พิพิธภัณฑ์โรงหลอมรีด #กรมสรรพาวุธทหารบก

ที่อยู่

53 กรมสรรพาวุธทหารบก ถนนทหาร แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10300

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:00
พุธ 08:30 - 16:00
พฤหัสบดี 08:30 - 16:00
ศุกร์ 08:30 - 16:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พิพิธภัณฑ์ทหารสรรพาวุธ Royal Thai Army Ordnance Museumผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์