25/07/2026
"Heart of Gold" แหล่งโบราณคดี
และห้องเรียนประวัติศาสตร์ท้องถิ่น"ดอนยายทอง"
นับตั้งแต่ สำนักศิลปากรที่1 ราชบุรี ในนาม"กรมศิลปากร"เปิดหลุมขุดค้น"ดอนยายทอง" มาตั้งแต่ วันที่9 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง เดือน พฤษภาคม 2529 นอกจาก"กรมศิลปากร"พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ในหลุมขุดค้นแล้วซึ่ง ได้แก่ พบกลองมโหระทึก 6 ใบ เครื่องทองรูปพรรณ ลูกปัดแก้วลูกปัดหิน หม้อดินเผา และโครงกระดูกมนุษย์ เป็นต้น
สิ่งที่"กรมศิลปากร"ไม่เคยพบจากหลุมขุดค้นทางโบราณคดีจากแหล่งอื่นๆเท่าใดนักคือ"Heart of Gold" หัวใจทองคำ ของคนท้องถิ่นเมืองเพชรบุรี ที่มีส่วนร่วมการขุดค้นแต่ละท่านเสียสละกำลังกายกำลังใจกำลังทรัพย์กำลังสติปัญญาดังได้กล่าวแล้วข้างต้น
เริ่มต้นจากคนหัวใจทองคำ"Heart of Gold" กลุ่มแรกได้แก่"คนางค์ เพชรสุดและสามี" เจ้าของที่นา
พระอธิการดำหริย์ เจ้าอาวาสวัดเขาทะโมน ผู้ใหญ่ณรงค์ชัย สุขประสงค์ นายปรีชา อันตวรนาถ นายอำเภอบ้านลาด พ.ต.อ.เชิญ พรายมี นายกอบต.สมอพลือและคณะตัวแทนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีอาทิ ผศ.แสนประเสริฐ ปานเนียม รศ.ดร.กาญจนาบุญส่ง ดร.วิฑูรย์ คุ้มหอม นายอุดมเดช เกตุแก้ว สื่อมวลชนท้องถิ่นหนังสือพิมพ์เพชรภูมิและชาวบ้านตำบลสมอพลือ ทั้งนี้ผู้นำระดับจังหวัดยังให้ความสำคัญในการมีส่วนร่วมด้วยเช่น
ร้อยโทภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี
สส.อภิชาติ แก้วโกศล นายชัยยะ อังกินันทน์ นายกอบจ.เพชรบุรี เป็นต้น (ที่จริงยังมีอีกหลายท่านไม่สามารถกล่าวได้ครบ) "น้องบี"(กรรณิการ์ เปรมใจ)หัวหน้าทีมขุดค้น"ดอนยายทอง"ตัวแทน"กรมศิบปากร"ประจักษ์แก่ใจดียิ่ง
ต้นเดือนมิถุนายน2569 สส.กระแต(ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์) ได้รับการแต่งตั้งจากสภาผู้แทนราษฎรย์เป็นประธานกรรมาธิการศาสนา ศิลปและวัฒนธรรม
ให้ความสนใจ"เครื่องทองกลองมโหระทึก"ยุคก่อนประวัติศาสตร์และเล็งเห็นว่าแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง
คือประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของเมือง/ประเทศและภูมิภาคเอเชียอาเนค์ ที่สำคัญเป็นหลุมขุดค้นแรกที่"กรมศิลปากร"ขุดค้นคาหลุมพบกลองมโหระทึกและเครื่องทองกลองมโหระทึกและโครงมนุษย์"ในเชิงประจักษ์ชนิดคาหลุมเป็นครั้งแรก
ประกอบกับมิวเซียมเพชรบุรีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี อบต.สมอพลือและชาวบ้านตำบลสมอพลือ ยืนหนังสือเรียกร้องต่อ สส.กระแต(ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์) ในฐานะประธานกมธ.ศาสนาศิลปและวัฒนธรรม ให้มาช่วยดำเนินการ จึงเข้ามาขับเคลื่อนแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง 3 เรื่องหลักด้วยกัน
1/จัดทำหลุมขุดค้นแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง เป็นแหล่งรียนรู้สำหรับนักเรียนนักศึกษา เยาวชน ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วไป
2/เรียกร้องกรมศิลปากรจัดแสดงนิทรรศการ โดยนำเครื่องทองกลองมโหระทึกและมรดกทางวัฒนธรรมที่ขุดขึ้นมาได้ ให้คนเมืองเพชร ได้ชมได้ศึกษาเรียนรู้สมบัติเมืองเพชรสมบัติชาติก่อนที่จะนำไปสู่กระบวนการอนุรักษ์ ซึ่งใช้เวลานานนับปี
3/ขับเคลื่อนให้เมืองเพชรบุรีจัดตั้งพิพิธภัณฑ์
"สส.กระแต(ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์) ในฐานะประธานกรรมาธิการ ศาสนา ศิละและวัฒนธรรม รับแล้วดำเนินการการประชุมหารือในคณะกรรมาธิการฯ แล้วเห็นชอบเชิญชวนคณะกรรมาธิการฯลงพื้นที่"ดอนยายทอง" ในวันที่ 8 มิถุนายน 2569
ก่อนวันลงพื้นที่"ดอนยายทอง" ของคณะกมธ.ศาสนาศิลปะและวัฒนธรรม "สส.กระแต" ได้ประสานงานกับ นางนิภา สังคนาคินทร์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่1 ราชบุรี นายปรีชา อนันตวรนาถ นายอำเภอบ้านลาด พ.ต.อ.เชิญ พรายมี นายกอบต.สมอพลือ นายณรงค์ชัย สุขประสงค์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่6 บ้านดอนพลับ เจ้าของพื้นที่ ดำเนินการดังนี้ จัดตั้งเต๊นขนาดใหญ่เพิ่มเติม2-3หลัง จัดหาราวเหล็กขอบกั้นปากหลุมขุดค้น จัดทำนิทรรศการและทีวี เป็นอุปกรณ์การสื่อสาร เพื่อการนำเสนอ สำหรับนักเรียนนักศึกษา
ข้อเรียกร้องข้อแรกมีความสัมฤทธิ์ผล คือการจัดทำหลุมขุดค้น"ดอนยายทอง"เป็นแหล่งเรียนรู้ เกิดขึ้นโดยพลันก่อนวันที่คณะกมธ.ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม (8 มิถุนายน 2569)ลงพื้นที่ด้วยซ้ำไป
ทั้งนี้ กรมศิลปากร ได้มอบหมายให้"พระนครคีรี"จัดแสดงมรดกทางวัฒนธรรมดอนยายทองเช่น กลองมโหระทึกเครื่องทองลูกปัดฯ ให้คณะกรรมาธิการฯได้ชมเป็นครั้งแรกอีกด้วยการนำของ "สส.กระแต"ประธานกมธ.ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ยังร่วมหารือการขับเคลื่อน แหล่งโบราณคดีดอนยายทองให้เป็นรูปธรรม กับหลายฝ่ายโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีเป็นประธาน อาทิ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี สื่อมวลชนท้องถิ่น"เพชรภูมิ" ร่วมด้วยนักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเป็นต้น
ที่ประชุมสรุปกันอีกชั้นหนึ่งว่า
1/แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง เป็นประศาสตร์หน้าใหม่ที่สำคัญ สมควรให้มีการจัดทำหลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสำหรับนักเรียนนักศึกษาของจังหวัดเพชรบุรี
2/ร่วมผลักดันให้กรมศิลปากรจัดแสดงนิทรรศการให้คนเมืองเพชรได้ชมสมบัติชาติก่อนที่จะนำไปสู่กระบวนการอนุรักษ์ต่อไป
3/ผลักดันให้เมืองเพชรบุรีมีพิพิธภัณฑ์ประจำเมือง
ต่อมา วันที่28 กรกฎาคม 2569 นายพนมบุตร จันทนโชติอธิบดีกรมศิลปากร นำคณะผู้บริหารในกรมฯมาเยี่ยมชมหลุมขุดค้นดอนยายทอง ในการนี้ได้จัดแสดงนิทรรศการเครื่องทองกลองมโหระทึกพร้อมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน่วนกลางและท้องถิ่น มีความสำคัญสรุปได้ดังนี้ 1/แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง เพชรบุรี เป็นแหล่งขุดค้นที่สำคัญมากกว่าที่แห่งอื่นในแง่วิชาการ เพราะเป็นหลุมขุดค้นที่กรมศิลปากร ขุดค้นได้กลองมโหระทึกและเครื่องทอง ยุคก่อนประวัติได้เอง
2/นักวิชาการและมหาวิทยาลัยจากต่างประเทศให้ความสนใจมาก
3/รับปากว่าพร้อมจัดแสดงนิทรรศการให้ประชานชนคนเมืองเพชรได้ชมแน่นอน
4/ยินดีร่วมให้เมืองเพชรมีพิพิธภัณฑ์ และเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการอนุรักษ์แล้ว กรมศิลปากรมีนโยบายนำวัตถุโบราณคดีอันมรดกทางวัฒนธรรมของแหล่งใดเมืองใดให้กลับไปสู่ถิ่นเดิม
5/จะมีการปิดขุดค้นหลุมดอนยายทอง ในช่วงหน้าฝน และจะเปิดหลุมใหม่ช่วงปลายปี2569
6/มอบเงินค่าชดเชยผลอาสิน
ให้แก่เจ้าของที่นาดอนยายทอง จำนวน50,000 บาทถ้วน
ในการนี้"สส.กระแต"ยังถามย้ำกับ นายพนมบุตร จันทรโชติ
ต่อหน้าสื่อมวลชนด้วยว่าเห็นสมควรจัดแสดงนิทรรศการให้คนเมืองเพชรได้ชมสมบัติชาติ"ดอนยายทอง"ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายไปสู่กระบวนอนุรักษ์ต่อไป ภายหลังจากนั้น วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ได้มีการเคลื่อนย้ายโครงกระดูกกลุ่มที่1 ทำให้พบแหวนทองคำ2 วง วงหนึ่งเป็นแหวนตราประทับ จารึกด้วยอักษรพราหมีว่า"ปุสรขิตส"
การผลักดันการขับเคลื่อนทางวัฒนธรรมเพื่อคนเมืองเพชรของ"สส.กระแต" ปฏิเสธมิได้ว่า เธอมีหัวใจทองคำ"Heart of gold" อีกคนหนึ่ง โดยแท้
ภาระกิจของ"สส.กระแต"
ในฐานะ ประธานคณะ กมธ. ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ในประเด็น"ดอนยายทองกับเมืองเพชรบุรี" 3 ข้อหลัก ได้สำเร็จไปเรียบร้อยแล้ว 2 ข้อ ได้แก่ ข้อแรก การจัดการหลุมขุดค้นดอนยายให้เป็นแหล่งเรียนรู้(ขณะขุดค้น)มีนิทรรศการแผ่นไวนิลจัดทำโดย สำนักศิลปากรที่1 ราชบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอธิบายนำชมปากหลุมขุดค้น ที่ นายปรีชา อนันตวรนาถ นายอำเภอบ้านลาด จ้างมาเป็นพิเศษอีกด้วย ซึ่งมีเยาวชนนักเรียนนักศึกษานักท่องเที่ยว มาชมแหล่งเรียนรู้ปากหลุมขุดค้นดอนยายทอง เฉลี่ยวันละ 50 คน วันหยุดเสาร์อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ผู้คนให้ความสนใจมาชมถึงวันละ100คน เลนทีเดียว
ข้อที่สอง การผลักดันการจัดนิทรรศการ เครื่องทองกลองมโหระทึก และมรดกทางวัฒนธรรมที่ขุดพบในหลุมดอนยายทอง ให้คนเมืองเพชรได้ชมก่อนที่ กรมศิลปากรจะนำไปสู่กระบวนการอนุรักษ์ และศึกษาวิจัยด้านวิชาการ
"สส.กระแต"ประธานคณะ กมธ.ฯ ผลักดันจนสำเร็จ คนเมืองเพชรได้ชมสมบัติเมืองสมบัติชาติ"ดอนยายทอง"
ในการนี้กรมศิลปากร จัดนิทรรศการพิเศษ "ดอนยายทอง"อารยธรรมเมืองเพชรบุรี
เมือวันที่ 24-28 สิงหาคม 2569
โดย.มีนายกองเอก ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มาเป็นประธานเปิดนิทรรศการพิเศษ"ดอนยายทอง"ฯ ณ พระที่นั่งสันถาคารสถาน พระนครคีรี ร่วมด้วยสส.เมืองเพชรทั้ง3 ท่าน
ข้อสังเกตุหนึ่งที่สำคัญกล่าวคือ โดยหลักทั่วไปการขุดค้นพบมรดกทางวัฒนธรรมโบราณที่สำคัญ กรมศิลปากร จะนำเข้าสู่กระบวนการอนุรักษ์และกระบวนการศึกษาวิจัยก่อนที่จะนำมาจัดแสดงนิทรรศการ ซึ่งมีระยะอีกเป็นเวลานับปีทีเดียว ทว่า"สส.กระแต" สามารถผลักดันหลักทั่วไปของกรมศิลปากร ยินยอมจัดนิทรรศการพิเศษฯได้ สมเจตนารมณ์ของชาวเมืองเพชรได้ นับว่าผู้บริหารในกรมศิลปากร ยุคนี้มีคุณค่าแบบ"Heart of Gold" เช่นกัน
สำหรับข้อที่สาม การผลักดันให้เกิดพิพิธภัณฑ์เมืองเพชรบุรี
"สส.กระแต"บอกกับผมและสังคมโดยรวมว่า ได้หารือและเห็นร่วมกันกับ "นายกฯปราย"(นายชัยยะ อังกินันทน์) นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี เห็นด้วยว่าเมืองเพชรเป็นเมืองที่มีอารยธรรมมานานสมควรมีพิพิธภัณฑ์เมือง ให้เยาวชนนักเรียนนักศึกษาได้เป็นแหล่งเรียกรู้รากเหง้าประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมขอเรามีความเป็นมาอย่างไร มรดกทางวัฒนธรรมและมรดกทางโบราณวัตถุของเมืองเพชรโดยเฉพาะที่ดอนยายทอง จะได้จัดแสดงเป็นแหล่งเรียนรู้ของสังคมคนทั่วไปและเป็นการท่องเที่ยวยกระดับด้านเศรษฐการท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมได้อีกด้วย
ซึ่งจะดำเนินการตั้งงบประมาณในการสร้างพิพิภัณฑ์เมืองเพชรบุรี ต่อไปในปีงบประมาณหน้า
ทั้งนี้จะได้ตั้งคณะกรรมการฯหารือการจัดทำพิพิธภัณฑ์และกระบวนการทำพิพิธภัณฑ์ในรูปแบบที่น่าสนใจ เช่นมีพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ ห้องสมุด และอาจมีร้านค้าร้านอาหารในที่เดียวกัน โดยสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้และเป็นที่กินที่เที่ยวครบถ้วน ส่วนสถานที่ตั้งพิพิธภัณฑ์เมือง "สส.กระแต" บอกกับผมว่าสมควรอยู่ด้วยกันกับหอศิลป์ประจำเมืองเพชร"
สำหรับประเด็นหอศิลป์เมืองเพชร องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี โดย นายชัยยะ อังกินันทน์ ได้เสนอโครงการ งบประมาณการก่อสร้างรวมถึงแบบแปลนและสถานที่ก่อสร้างต่อที่ประชุมกลุ่มช่างเมืองเพชร นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพชรบุรี ผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี และสื่อมวลชนหนังสือพิมพ์เพชรภูมิ เป็นต้นเพื่อร่วมหารือในทุกๆประเด็นในการดำเนินการให้เมืองเพชรได้มีหอศิลป์ที่อาจมีบางส่วนใช้เป็นพิพิธภัณฑ์อีกด้วย เข้าใจว่าจะดำเนินการก่อสร้างหอศิลป์ได้ในราวปีพ.ศ.2569
ส่วนพิพิธภัณฑ์เมืองเพชร เข้าใจว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี จะได้ทำโครงการงบประมาณและรูปแบบ ในงบประมาณปีต่อไป
อย่างไรก็ตาม ทางด้านหลุมขุดค้นดอนยายทอง ได้นำโครงกระดูกมนุษย์ร่วม12 โครง ไปสู่กระบวนการอนุรักษ์แล้วเมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2569
ทว่ากรมศิลปากร ยังเห็นว่า"ดอนยายทอง"มีความสำคัญด้านโบราณคดีและวิชาการมากกว่าที่คิด จึงมีนโยบายที่จะขุดค้นต่อ โดยเฉพาะตรงบริเวณซากเจดีย์อิฐเก่าสมัยทวารวดี ช่วงสิงหาคมถึงปลายปีเป็นฤดูฝน การขุดค้นย่อมมีอุปสรรค จึงทำการปิดหลุมขุดค้นดอนยายทองตามกระบวนการโบราณคดีก่อน
และจะมาเปิดหลุมขุดค้นใหม่ราวเดือนธันวาคม 2569หรือปีใหม่ 2570
เป็นที่น่าสังเกตุว่ากระบวนการขุดค้นหลุมดอนยายทอง อ.สมอพลือ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี
กระบวนการแถลงข่าวและนำเสนอข่าวสารกระทั่งถึงการจัดนิทรรศการพิเศษตลอดถึงช่วงการปิดหลุม
ปฏิเสธมิได้ว่าธรรมเนียมดั่งเดิมแนวปฎิบัติการทำงานทางโบราณคดีของกรมศิลป์มีช่องว่างกับเครือข่ายชุมชนองค์กรณ์ฝ่ายต่างในท้องถิ่นพอสมควร
สำหรับหลุมขุดค้นดอนยายทอง ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่1 ราชบุรีและบุคลากรบางท่านแม้แต่อธิบดีกรมศิลปากร เองก็ตาม มีทัศนะคติการปฎิบัติงานตามกระบวนการที่มีปฎิสัมพันธ์การสื่อสารและร่วมมือกับชุมชน องค์กร ภาครัฐ เอกชน สื่อมวลชนและผู้ทรงคุณวุฒิท้องถิ่น มากขึ้นจากแนวปฎิบัติในอดีต
นี่คือ"Heart of gold"แนวปฎิบัติใหม่ของคนกรมศิลป์ยุคในยุค "อธิบดีพนมบุตร"ใช่หรือไม่