มิวเซียมเพชรบุรี by ทวีโรจน์

โทร เส้นทาง

มิวเซียมเพชรบุรี by ทวีโรจน์ ข้อมูลทางประวัติศาสตร์เพชรบุรีเชิ?

25/07/2026

"Heart of Gold" แหล่งโบราณคดี
และห้องเรียนประวัติศาสตร์ท้องถิ่น"ดอนยายทอง"

นับตั้งแต่ สำนักศิลปากรที่1 ราชบุรี ในนาม"กรมศิลปากร"เปิดหลุมขุดค้น"ดอนยายทอง" มาตั้งแต่ วันที่9 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง เดือน พฤษภาคม 2529 นอกจาก"กรมศิลปากร"พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ในหลุมขุดค้นแล้วซึ่ง ได้แก่ พบกลองมโหระทึก 6 ใบ เครื่องทองรูปพรรณ ลูกปัดแก้วลูกปัดหิน หม้อดินเผา และโครงกระดูกมนุษย์ เป็นต้น
สิ่งที่"กรมศิลปากร"ไม่เคยพบจากหลุมขุดค้นทางโบราณคดีจากแหล่งอื่นๆเท่าใดนักคือ"Heart of Gold" หัวใจทองคำ ของคนท้องถิ่นเมืองเพชรบุรี ที่มีส่วนร่วมการขุดค้นแต่ละท่านเสียสละกำลังกายกำลังใจกำลังทรัพย์กำลังสติปัญญาดังได้กล่าวแล้วข้างต้น
เริ่มต้นจากคนหัวใจทองคำ"Heart of Gold" กลุ่มแรกได้แก่"คนางค์ เพชรสุดและสามี" เจ้าของที่นา
พระอธิการดำหริย์ เจ้าอาวาสวัดเขาทะโมน ผู้ใหญ่ณรงค์ชัย สุขประสงค์ นายปรีชา อันตวรนาถ นายอำเภอบ้านลาด พ.ต.อ.เชิญ พรายมี นายกอบต.สมอพลือและคณะตัวแทนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีอาทิ ผศ.แสนประเสริฐ ปานเนียม รศ.ดร.กาญจนาบุญส่ง ดร.วิฑูรย์ คุ้มหอม นายอุดมเดช เกตุแก้ว สื่อมวลชนท้องถิ่นหนังสือพิมพ์เพชรภูมิและชาวบ้านตำบลสมอพลือ ทั้งนี้ผู้นำระดับจังหวัดยังให้ความสำคัญในการมีส่วนร่วมด้วยเช่น
ร้อยโทภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี
สส.อภิชาติ แก้วโกศล นายชัยยะ อังกินันทน์ นายกอบจ.เพชรบุรี เป็นต้น (ที่จริงยังมีอีกหลายท่านไม่สามารถกล่าวได้ครบ) "น้องบี"(กรรณิการ์ เปรมใจ)หัวหน้าทีมขุดค้น"ดอนยายทอง"ตัวแทน"กรมศิบปากร"ประจักษ์แก่ใจดียิ่ง
ต้นเดือนมิถุนายน2569 สส.กระแต(ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์) ได้รับการแต่งตั้งจากสภาผู้แทนราษฎรย์เป็นประธานกรรมาธิการศาสนา ศิลปและวัฒนธรรม
ให้ความสนใจ"เครื่องทองกลองมโหระทึก"ยุคก่อนประวัติศาสตร์และเล็งเห็นว่าแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง
คือประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของเมือง/ประเทศและภูมิภาคเอเชียอาเนค์ ที่สำคัญเป็นหลุมขุดค้นแรกที่"กรมศิลปากร"ขุดค้นคาหลุมพบกลองมโหระทึกและเครื่องทองกลองมโหระทึกและโครงมนุษย์"ในเชิงประจักษ์ชนิดคาหลุมเป็นครั้งแรก
ประกอบกับมิวเซียมเพชรบุรีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี อบต.สมอพลือและชาวบ้านตำบลสมอพลือ ยืนหนังสือเรียกร้องต่อ สส.กระแต(ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์) ในฐานะประธานกมธ.ศาสนาศิลปและวัฒนธรรม ให้มาช่วยดำเนินการ จึงเข้ามาขับเคลื่อนแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง 3 เรื่องหลักด้วยกัน
1/จัดทำหลุมขุดค้นแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง เป็นแหล่งรียนรู้สำหรับนักเรียนนักศึกษา เยาวชน ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วไป
2/เรียกร้องกรมศิลปากรจัดแสดงนิทรรศการ โดยนำเครื่องทองกลองมโหระทึกและมรดกทางวัฒนธรรมที่ขุดขึ้นมาได้ ให้คนเมืองเพชร ได้ชมได้ศึกษาเรียนรู้สมบัติเมืองเพชรสมบัติชาติก่อนที่จะนำไปสู่กระบวนการอนุรักษ์ ซึ่งใช้เวลานานนับปี
3/ขับเคลื่อนให้เมืองเพชรบุรีจัดตั้งพิพิธภัณฑ์
"สส.กระแต(ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์) ในฐานะประธานกรรมาธิการ ศาสนา ศิละและวัฒนธรรม รับแล้วดำเนินการการประชุมหารือในคณะกรรมาธิการฯ แล้วเห็นชอบเชิญชวนคณะกรรมาธิการฯลงพื้นที่"ดอนยายทอง" ในวันที่ 8 มิถุนายน 2569
ก่อนวันลงพื้นที่"ดอนยายทอง" ของคณะกมธ.ศาสนาศิลปะและวัฒนธรรม "สส.กระแต" ได้ประสานงานกับ นางนิภา สังคนาคินทร์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่1 ราชบุรี นายปรีชา อนันตวรนาถ นายอำเภอบ้านลาด พ.ต.อ.เชิญ พรายมี นายกอบต.สมอพลือ นายณรงค์ชัย สุขประสงค์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่6 บ้านดอนพลับ เจ้าของพื้นที่ ดำเนินการดังนี้ จัดตั้งเต๊นขนาดใหญ่เพิ่มเติม2-3หลัง จัดหาราวเหล็กขอบกั้นปากหลุมขุดค้น จัดทำนิทรรศการและทีวี เป็นอุปกรณ์การสื่อสาร เพื่อการนำเสนอ สำหรับนักเรียนนักศึกษา
ข้อเรียกร้องข้อแรกมีความสัมฤทธิ์ผล คือการจัดทำหลุมขุดค้น"ดอนยายทอง"เป็นแหล่งเรียนรู้ เกิดขึ้นโดยพลันก่อนวันที่คณะกมธ.ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม (8 มิถุนายน 2569)ลงพื้นที่ด้วยซ้ำไป
ทั้งนี้ กรมศิลปากร ได้มอบหมายให้"พระนครคีรี"จัดแสดงมรดกทางวัฒนธรรมดอนยายทองเช่น กลองมโหระทึกเครื่องทองลูกปัดฯ ให้คณะกรรมาธิการฯได้ชมเป็นครั้งแรกอีกด้วยการนำของ "สส.กระแต"ประธานกมธ.ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ยังร่วมหารือการขับเคลื่อน แหล่งโบราณคดีดอนยายทองให้เป็นรูปธรรม กับหลายฝ่ายโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีเป็นประธาน อาทิ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี สื่อมวลชนท้องถิ่น"เพชรภูมิ" ร่วมด้วยนักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเป็นต้น
ที่ประชุมสรุปกันอีกชั้นหนึ่งว่า
1/แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง เป็นประศาสตร์หน้าใหม่ที่สำคัญ สมควรให้มีการจัดทำหลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสำหรับนักเรียนนักศึกษาของจังหวัดเพชรบุรี
2/ร่วมผลักดันให้กรมศิลปากรจัดแสดงนิทรรศการให้คนเมืองเพชรได้ชมสมบัติชาติก่อนที่จะนำไปสู่กระบวนการอนุรักษ์ต่อไป
3/ผลักดันให้เมืองเพชรบุรีมีพิพิธภัณฑ์ประจำเมือง
ต่อมา วันที่28 กรกฎาคม 2569 นายพนมบุตร จันทนโชติอธิบดีกรมศิลปากร นำคณะผู้บริหารในกรมฯมาเยี่ยมชมหลุมขุดค้นดอนยายทอง ในการนี้ได้จัดแสดงนิทรรศการเครื่องทองกลองมโหระทึกพร้อมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน่วนกลางและท้องถิ่น มีความสำคัญสรุปได้ดังนี้ 1/แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง เพชรบุรี เป็นแหล่งขุดค้นที่สำคัญมากกว่าที่แห่งอื่นในแง่วิชาการ เพราะเป็นหลุมขุดค้นที่กรมศิลปากร ขุดค้นได้กลองมโหระทึกและเครื่องทอง ยุคก่อนประวัติได้เอง
2/นักวิชาการและมหาวิทยาลัยจากต่างประเทศให้ความสนใจมาก
3/รับปากว่าพร้อมจัดแสดงนิทรรศการให้ประชานชนคนเมืองเพชรได้ชมแน่นอน
4/ยินดีร่วมให้เมืองเพชรมีพิพิธภัณฑ์ และเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการอนุรักษ์แล้ว กรมศิลปากรมีนโยบายนำวัตถุโบราณคดีอันมรดกทางวัฒนธรรมของแหล่งใดเมืองใดให้กลับไปสู่ถิ่นเดิม
5/จะมีการปิดขุดค้นหลุมดอนยายทอง ในช่วงหน้าฝน และจะเปิดหลุมใหม่ช่วงปลายปี2569
6/มอบเงินค่าชดเชยผลอาสิน
ให้แก่เจ้าของที่นาดอนยายทอง จำนวน50,000 บาทถ้วน

ในการนี้"สส.กระแต"ยังถามย้ำกับ นายพนมบุตร จันทรโชติ
ต่อหน้าสื่อมวลชนด้วยว่าเห็นสมควรจัดแสดงนิทรรศการให้คนเมืองเพชรได้ชมสมบัติชาติ"ดอนยายทอง"ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายไปสู่กระบวนอนุรักษ์ต่อไป ภายหลังจากนั้น วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ได้มีการเคลื่อนย้ายโครงกระดูกกลุ่มที่1 ทำให้พบแหวนทองคำ2 วง วงหนึ่งเป็นแหวนตราประทับ จารึกด้วยอักษรพราหมีว่า"ปุสรขิตส"
การผลักดันการขับเคลื่อนทางวัฒนธรรมเพื่อคนเมืองเพชรของ"สส.กระแต" ปฏิเสธมิได้ว่า เธอมีหัวใจทองคำ"Heart of gold" อีกคนหนึ่ง โดยแท้
ภาระกิจของ"สส.กระแต"
ในฐานะ ประธานคณะ กมธ. ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ในประเด็น"ดอนยายทองกับเมืองเพชรบุรี" 3 ข้อหลัก ได้สำเร็จไปเรียบร้อยแล้ว 2 ข้อ ได้แก่ ข้อแรก การจัดการหลุมขุดค้นดอนยายให้เป็นแหล่งเรียนรู้(ขณะขุดค้น)มีนิทรรศการแผ่นไวนิลจัดทำโดย สำนักศิลปากรที่1 ราชบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอธิบายนำชมปากหลุมขุดค้น ที่ นายปรีชา อนันตวรนาถ นายอำเภอบ้านลาด จ้างมาเป็นพิเศษอีกด้วย ซึ่งมีเยาวชนนักเรียนนักศึกษานักท่องเที่ยว มาชมแหล่งเรียนรู้ปากหลุมขุดค้นดอนยายทอง เฉลี่ยวันละ 50 คน วันหยุดเสาร์อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ผู้คนให้ความสนใจมาชมถึงวันละ100คน เลนทีเดียว
ข้อที่สอง การผลักดันการจัดนิทรรศการ เครื่องทองกลองมโหระทึก และมรดกทางวัฒนธรรมที่ขุดพบในหลุมดอนยายทอง ให้คนเมืองเพชรได้ชมก่อนที่ กรมศิลปากรจะนำไปสู่กระบวนการอนุรักษ์ และศึกษาวิจัยด้านวิชาการ
"สส.กระแต"ประธานคณะ กมธ.ฯ ผลักดันจนสำเร็จ คนเมืองเพชรได้ชมสมบัติเมืองสมบัติชาติ"ดอนยายทอง"
ในการนี้กรมศิลปากร จัดนิทรรศการพิเศษ "ดอนยายทอง"อารยธรรมเมืองเพชรบุรี
เมือวันที่ 24-28 สิงหาคม 2569
โดย.มีนายกองเอก ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มาเป็นประธานเปิดนิทรรศการพิเศษ"ดอนยายทอง"ฯ ณ พระที่นั่งสันถาคารสถาน พระนครคีรี ร่วมด้วยสส.เมืองเพชรทั้ง3 ท่าน
ข้อสังเกตุหนึ่งที่สำคัญกล่าวคือ โดยหลักทั่วไปการขุดค้นพบมรดกทางวัฒนธรรมโบราณที่สำคัญ กรมศิลปากร จะนำเข้าสู่กระบวนการอนุรักษ์และกระบวนการศึกษาวิจัยก่อนที่จะนำมาจัดแสดงนิทรรศการ ซึ่งมีระยะอีกเป็นเวลานับปีทีเดียว ทว่า"สส.กระแต" สามารถผลักดันหลักทั่วไปของกรมศิลปากร ยินยอมจัดนิทรรศการพิเศษฯได้ สมเจตนารมณ์ของชาวเมืองเพชรได้ นับว่าผู้บริหารในกรมศิลปากร ยุคนี้มีคุณค่าแบบ"Heart of Gold" เช่นกัน
สำหรับข้อที่สาม การผลักดันให้เกิดพิพิธภัณฑ์เมืองเพชรบุรี
"สส.กระแต"บอกกับผมและสังคมโดยรวมว่า ได้หารือและเห็นร่วมกันกับ "นายกฯปราย"(นายชัยยะ อังกินันทน์) นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี เห็นด้วยว่าเมืองเพชรเป็นเมืองที่มีอารยธรรมมานานสมควรมีพิพิธภัณฑ์เมือง ให้เยาวชนนักเรียนนักศึกษาได้เป็นแหล่งเรียกรู้รากเหง้าประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมขอเรามีความเป็นมาอย่างไร มรดกทางวัฒนธรรมและมรดกทางโบราณวัตถุของเมืองเพชรโดยเฉพาะที่ดอนยายทอง จะได้จัดแสดงเป็นแหล่งเรียนรู้ของสังคมคนทั่วไปและเป็นการท่องเที่ยวยกระดับด้านเศรษฐการท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมได้อีกด้วย
ซึ่งจะดำเนินการตั้งงบประมาณในการสร้างพิพิภัณฑ์เมืองเพชรบุรี ต่อไปในปีงบประมาณหน้า
ทั้งนี้จะได้ตั้งคณะกรรมการฯหารือการจัดทำพิพิธภัณฑ์และกระบวนการทำพิพิธภัณฑ์ในรูปแบบที่น่าสนใจ เช่นมีพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ ห้องสมุด และอาจมีร้านค้าร้านอาหารในที่เดียวกัน โดยสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้และเป็นที่กินที่เที่ยวครบถ้วน ส่วนสถานที่ตั้งพิพิธภัณฑ์เมือง "สส.กระแต" บอกกับผมว่าสมควรอยู่ด้วยกันกับหอศิลป์ประจำเมืองเพชร"
สำหรับประเด็นหอศิลป์เมืองเพชร องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี โดย นายชัยยะ อังกินันทน์ ได้เสนอโครงการ งบประมาณการก่อสร้างรวมถึงแบบแปลนและสถานที่ก่อสร้างต่อที่ประชุมกลุ่มช่างเมืองเพชร นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพชรบุรี ผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี และสื่อมวลชนหนังสือพิมพ์เพชรภูมิ เป็นต้นเพื่อร่วมหารือในทุกๆประเด็นในการดำเนินการให้เมืองเพชรได้มีหอศิลป์ที่อาจมีบางส่วนใช้เป็นพิพิธภัณฑ์อีกด้วย เข้าใจว่าจะดำเนินการก่อสร้างหอศิลป์ได้ในราวปีพ.ศ.2569
ส่วนพิพิธภัณฑ์เมืองเพชร เข้าใจว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี จะได้ทำโครงการงบประมาณและรูปแบบ ในงบประมาณปีต่อไป
อย่างไรก็ตาม ทางด้านหลุมขุดค้นดอนยายทอง ได้นำโครงกระดูกมนุษย์ร่วม12 โครง ไปสู่กระบวนการอนุรักษ์แล้วเมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2569
ทว่ากรมศิลปากร ยังเห็นว่า"ดอนยายทอง"มีความสำคัญด้านโบราณคดีและวิชาการมากกว่าที่คิด จึงมีนโยบายที่จะขุดค้นต่อ โดยเฉพาะตรงบริเวณซากเจดีย์อิฐเก่าสมัยทวารวดี ช่วงสิงหาคมถึงปลายปีเป็นฤดูฝน การขุดค้นย่อมมีอุปสรรค จึงทำการปิดหลุมขุดค้นดอนยายทองตามกระบวนการโบราณคดีก่อน
และจะมาเปิดหลุมขุดค้นใหม่ราวเดือนธันวาคม 2569หรือปีใหม่ 2570
เป็นที่น่าสังเกตุว่ากระบวนการขุดค้นหลุมดอนยายทอง อ.สมอพลือ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี
กระบวนการแถลงข่าวและนำเสนอข่าวสารกระทั่งถึงการจัดนิทรรศการพิเศษตลอดถึงช่วงการปิดหลุม
ปฏิเสธมิได้ว่าธรรมเนียมดั่งเดิมแนวปฎิบัติการทำงานทางโบราณคดีของกรมศิลป์มีช่องว่างกับเครือข่ายชุมชนองค์กรณ์ฝ่ายต่างในท้องถิ่นพอสมควร
สำหรับหลุมขุดค้นดอนยายทอง ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่1 ราชบุรีและบุคลากรบางท่านแม้แต่อธิบดีกรมศิลปากร เองก็ตาม มีทัศนะคติการปฎิบัติงานตามกระบวนการที่มีปฎิสัมพันธ์การสื่อสารและร่วมมือกับชุมชน องค์กร ภาครัฐ เอกชน สื่อมวลชนและผู้ทรงคุณวุฒิท้องถิ่น มากขึ้นจากแนวปฎิบัติในอดีต
นี่คือ"Heart of gold"แนวปฎิบัติใหม่ของคนกรมศิลป์ยุคในยุค "อธิบดีพนมบุตร"ใช่หรือไม่

คหบดีหัวถนนย่านวัดเกาะ
29/06/2026

คหบดีหัวถนนย่านวัดเกาะ

29/06/2026
พลังกลองมโหระทึก 6 ใบ "ดอนยายทอง "เรียกขวัญหลายฝ่ายร่วมมือบนหลุมขุดค้น    เป็นปรากฏการณ์ไม่บ่อยนักบนปากหลุมขุดค้นของกรมศ...
18/05/2026

พลังกลองมโหระทึก 6 ใบ "ดอนยายทอง "
เรียกขวัญหลายฝ่ายร่วมมือ
บนหลุมขุดค้น

เป็นปรากฏการณ์ไม่บ่อยนักบนปากหลุมขุดค้นของกรมศิลปากร ที่ได้รับความใส่ใจของหลายฝ่ายในท้องถิ่น พื้นที่ เจ้าของที่นา ชาวบ้าน ผู้ใหญ่บ้านกำนัน อบต. นายอำเภอ รองผู้ว่าราชการ ผู้ว่าราชการ นายกอบจ.สมาชิกผู้แทนราษฏร์ วัดเขาทะโมน นักวิชาการท้องถิ่นนักวิชาการระดับชาตินักท่องเที่ยวชาวเมืองเพชรที่สนใจและมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
ภูมิศาสตร์ ภูมิทัศน์ "ดอนยายทอง" แปลงนามีเนื้อที่ 3 ไร่เศษ ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 บ้านดอนพลับ ตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี นางคนางค์ เพชรสุด เจ้าของได้รับมรดก ในพื้นที่นามีกองอิฐเก่าสมัยทวารวดีมีต้นไม้ปกคลุมตรงด้านทิศตะวันออก พื้นที่ติดกันเป็นแปลงนาโล่ง ทิศตะวันตกติดถนน ทิศใต้มองเห็นเขาทะโมน ทิศตะวัตกเฉียงใต้มองเห็นเขาอีทูเป็นเนินเขาเตี้ยๆส่วนทิศเหนือติดหมู่บ้านดอนพลับ เดิมเรียกพื้นที่นี้ว่า"ดอนยายทอง"
ประการสำคัญพระอธิการดำหริย์ ธมฺมรํสี เจ้าอาวาสวัดเขาทะโมน เล่าประวัติศาสตร์สนามวัวลานแห่งนี้ว่า "พื้นที่นาดอนยายทองนี้ใช้เป็นสนามแข่งวัวลานสืบต่อกันมานานกว่า50 ปี โดยกำนันหยัน บัวหลวง อดีตกำนันสมอพลือ จัดงานวัวลานเนื่องในงานประจำปีวัดเขาทะโมน ต่อมาวัวลานตายในขณะแข่งขันบ่อยครั้งจึงย้ายสนามมาอีกฝั่งตรงข้าม ต่มาได้ย้ายสนามการแข่งวัวลานไปแห่งอื่นอีก"

ปฏิเสธมิได้ว่า หลุมขุดค้นดอนยายทอง ที่เคยเป็นสนามวัวลานมาก่อน พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีหลายรายการ ที่กรมศิลปากรระบุเป็นยุคก่อนประวัติศาสตร์ กำหนดอายุที่ 1500-2500 ปี โบราณวัตถุที่พบ ได้แก่ กลองมโหระทึก 6 ใบ เครื่องทองเครื่องประดับ กำไลทองคำ จี้ทองคำ ต่างหูทองคำ แหวนทองคำ ลูกปัดทองคำ กำไลข้อเท้าสำริด ถาชนะสำริด หม้อดินเผา ลูกปัดแก้ว และโครงกระดูมนุษย์ 8 โครงเป็นต้น
หลักฐานทางประวัติศาสตร์โบราณคดีอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมทุกชิ้น กำลังพลิกประวัติศาสตร์เมืองเพชรบุรีใหม่
รวมไปถึงพลิกประวัติศาสตร์สุวรรณภูมิใหม่อีกด้วย
นักวิชาการหลายฝ่ายหลายสำนัก ยืนยันตรงกันว่าดินแดนเมืองเพชรบุรีมีอารยธรรมมานาน ติดต่อกับผู้คนระยะไกลนอกอาณาจักรมาตั้งแต่ก่อนยุคประวัติศาสตร์ ส่วนรายละเอียดการติดต่อกับคนระยะไกลนอกอาณาจักร และหลักฐานโบราณคดีที่พบแล้วและกำลังจะพบใหม่เพิ่มขึ้นหรือไม่ คงต้องรอกระบวนการทางวิชาการและวิทยาศาสตร์ของกรมศิลปากรต่อไป
ปฏิเสธมิได้ว่า โบราณวัตถุในหลุมขุดค้นดอนยายทอง ซึ่งจะมีผลสรุปทางวิชาการออกมาอย่างเป็นทางมีความหมายมีความสำคัญกับประเทศไทยกับเมืองเพชรบุรีและสุวรรณภูมิอย่างยิ่งยวด
ในฐานะที่อยู่ใกล้กับหลุมขุดค้นดอนยายทองและติดตามเฝ้าดูตั้งแต่เริ่มการขุดค้น ระหว่างการขุดค้น ถึงปัจจุบันกำลังขยายหลุมขุดค้นอีกนั้น ได้พบหลักฐานสำคัญด้านมานุษยศาสตร์และสังคม ที่พบไม่บ่อยนักในพื้นที่ขุดค้นของกรมศิลปากร แต่ที่หลุมขุดค้นดอนยายทอง เราพบหลักฐานที่เป็น"ทุนมนุษย์"
"ทุนมนุษย์"ในที่นี้"ดอนยายทอง"มิได้หมายถึง ทักษะความรู้การมีประสบการณ์แล้วน้ำมาใช้ให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจเพียงเท่านั้น แต่หมายรวมถึง"มนุษยศาสตร์" ที่เป็นสัตว์สังคมรู้จักคุณค่าและศึกษาประวัติศาสตร์ศิลปวัฒนธรรม ภาษาและ ปรัชญา เพื่อทำความเข้าใจแล้วนำมาแก้ไขปัญหาและพัฒนาให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข ความหมายของ"มนุษยศาสตร์"ขมวดรวมทั้งหมดเข้าด้วยกันคือ"การมีน้ำใจเอื้ออาทรต่อกัน"
มาการถอดสมการของ"ทุนมนุษย์" บนหลุมขุดค้นแหล่งโบราณคดี"ดอนยายทอง" ด้วยสตอรี่เทลลิ่งดังนี้
เปิดศักราชใหม่ พ.ศ.2569 ปลายเดือน มกราคม นักงมของเก่าในแม่น้ำเพชรบุรีคนหนึ่ง นำเครื่องมาสแกนตรวจโลหะในสนามวัวลาน บ้านดอนพลับ หมู่ที่ 6 ต.สมอพลือ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี หรือที่เรียกกันติดปากในเวลานี้"ดอนยายทอง" สนามวัวลานแห่งนี้คือแปลงนาเป็นที่ดินมีเจ้าของชื่อ นางคนางค์ เพชรสุด เป็นชาวบ้านดอนพลับ โดยกำเนิด
เมื่อนักงมของเก่าสแกนตรวจพบโลหะจึงขุดพื้นดินไปราว 60 เซนติเมตร พบกลองมโหระทึก แล้วได้แจ้งให้เจ้าของที่นารับทราบ จากนั้นตกลงแจ้งไปที่ ผศ.แสนประเสริฐ ปานเนียม ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ซึ่งท่านเป็นที่รู้จักของสังคมเมืองเพชรอย่างกว้างขวางทั้งในฐานะครูอาจารย์นักวิจัยและในฐานะคอลัมนิสต์นักสื่อสารมวลชน เจ้าของคอลัมน์"บอกเล่าเก้าสิบ"หนังสือพิมพ์เพชรภูมิ และเจ้าของเพจเฟสบุ๊ก"แสนประเสริฐปานเนียม"
เมื่อได้รับการติดต่อแจ้งข่าวกลองมโหระทึก "อาจารย์แสนประเสริฐ" ทราบดีว่ามีความสำคัญยิ่งยวดเพียงใด จึงส่งข่าวให้บุคลที่รักนับถือและเข้าใจความสำคัญของกลองมโหระทึกกันได้รับทราบเช่น รศ.กาญจนา บุญส่ง ดร.วิฑูรย์ คุ้มหอม อาจารย์ฐานิสร์ พรรณรายณ์และผม ที่สำคัญประสานงานแจ้งผู้บังคับบัญชาไปตามลำดับรวมถึงแจ้งข่าวและหารือกับ นางกรรณิการ์ เปรมใจ เจ้าหน้าที่ชำนาญการ สำนักศิลปากรที่1 ราชบุรี
ผลจากการหารือคือสรุปได้ประมาณนี้
ประการแรก รายงานให้ผอ.สำนักศิลปากรที่1ได้รับทราบ
ประการที่สอง ประสงค์ส่งมอบกลองมโหระทึก ที่มหาวิทยาลัยรับมอบมาจากเจ้าของที่นาและผู้ขุด เพื่อกรมศิลปากรได้ศึกษาและอนุรักษ์ต่อไป
ประการที่สาม เรียกร้องให้สำนักศิลปากรที่1 มาทำการขุดค้นในพื้นที่พบกลองโดยเร็ว
ทั้งนี้"อาจารย์แสนประเสริฐ ปานเนียม อาจารย์วิฑูรย์ คุ้มหอม รศ.ดร.กาญจนา บุญ ส่ง"ประสานงานระหว่าง สำนักศิลปากรที่1ราชบุรีและนางคนางค์ เพชรสุดและครอบครัว ในประเด็นขอพื้นที่การขุดค้นซึ่งที่นากำลังใกล้ฤดูหว่านดำทำนา
"ฟังๆดูฉันว่าเป็นประโยชน์ฉันยอมปีนี้ไม่ทำนาให้กรมศิลป์ขุดไปเลย" นางคนางค์ เพชรสุด บอกกับผมอย่างนั้น
วันที่ 9 กุมภาพันธุ์ พ.ศ.2569 การเปิดปากหลุมดอนยายทองการขุดค้นอย่างเป็นทางการจึงเกิดขึ้น เริ่มต้นด้วยพิธีบวงสรวงเจ้าที่เจ้าของแปลงนาเดิมตามความเชื่อนิยมของคนเมืองเพชร
โดย "อาจารย์แสนประเสริฐ"เป็นเจ้าพิธี โดยครอบครัวเจ้าของที่นา เจ้าอาวาสวัดเขาทะโมน นายอำเภอบ้านลาด นายกฯอบต.สมอพลือ กำนันผู้ใหญ่บ้าน
ผู้บริหารคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และชาวบ้านสมอพลือ บ้านดอนพลับสื่อมวลชนและผมร่วมด้วย
ตั้งแต่ลงจอบเป็นปฐมฤกษ์เริ่มต้นขุดค้น"ดอนยายทอง" ระหว่างการขุดค้น ถึงปัจจุบัน มีกิจกรรมทางสังคมบริเวณปากหลุมและในพื้นที่หลากหลายกิจกรรมที่แสดงถึงน้ำใจไมตรีประหนึ่ง"นิยามทุนมนุษย์"
หลุมขุดค้นดอนยายทอง สำนักศิลปากรที่1ราชบุรี แต่งตั้ง นางกรรณิการ์ เปรมใจ เป็นหัวหน้าขุดค้น และนางสาว กัญญาภัค โต๊ะเฮง เป็นผู้ขุดค้นหลัก ในระบบราชการมีระเบียบการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงและค่าที่พักหรืออื่นๆ หลายท่านไม่ทราบหรอกว่า"น้องบีกรรณิการ์" เป็นชาวบ้านแหลมเพชรบุรี การขุดค้นในแต่ละวันเดินทางไปบ้านแหลมกลับไปนอนบ้านและไม่ขอเบิกค่าที่พัก วันหยุดแทบไม่ได้หยุดเป็นห่วงหลุม ฝนตกก็ต้องรีบมาดูกลัวน้ำท่วมหลุม เคยตั้งคำถามกับ "น้องบีกรรณิการ์"หัวหน้ากลุมขุดค้นดอนยายทองว่า รู้สึกอย่างไรหลุมขุดค้นดอนยายทองเทียบกับไปขุดค้นในที่อื่นๆและพบปรากฏการณ์แบบที่หลุมขุดค้นนี้บ้างหรือไม่ เธอตอบกับผมว่า"การทำหน้าที่ขุดค้นทุกหลุมทุกที่ต้องทำตามหน้าที่แบบมืออาชีพที่เล่าเรียนมาทำเต็มที่ แต่ลุมดอนยายทองรู้สึกจะพิเศษอยู่บ้างเพราะด้วยสิ่งที่พบนับว่าเป็นเรื่องสำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี ส่วนที่ต่างจากหลุมขุดค้นอื่นคือที่อื่นๆจะเงียบมีคนให้ความสนใจน้อยต่างกับที่ดอนยายทองที่หลายฝ่ายใหความร่วมมือนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาก"
หลุมขุดค้นดอนยายทอง จึงคึกคักและครื้นเครงด้วยไมตรีการตื่นรู้ และน้ำใจ เป็นปกติไปแล้วที่ใครต่อใครเดินเข้ามาในหลุมขุดค้นที่หิ้วน้ำหิ้วขนมและอาหารมาฝากปากหลุม
เท่าที่ทราบบุคลแรกๆที่ใช้เงินส่วนตัวเพื่อกิจกรรมต่างๆตั้งแต่มีการขุดค้นได้แก่ "อาจารย์แสนประเสริฐและอาจารย์ดร.กาญจนา "
โดยเฉพาะตั้งแต่เริ่มต้นนายปรีชา อนันต์วรนาถ นายอำเภอบ้านลาด ใช้เงินส่วนตัวสั่งข้าวกล่องมาที่หลุมขุดค้นวันละ10 กล่อง "หลุมขุดค้นตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอบ้านลาด น่าภาคภูมิใจที่พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณดคีที่สำคัญ
เริ่มแรกได้รับการประสานงานจาก ท่านวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ให้มาดูที่หลุมขุดค้นกับท่าน จากนั้นท่านให้ช่วยดูแล เป็นหน้าที่ที่ต้องมาเยี่ยมหลุมอยู่บ่อยๆแล้วรายงานเป็นลายลักษณ์ไปถึงผู้ว่าราชการตั้งแต่ต้น"
ปฏิเสธมิได้ว่าวัดเขาทะโมน ที่เห็นตะหง่านเหนือหลุมขุดค้นดอนยายทอง ตั้งอยู่ตำบลท่าเสน อำเภอบ้านลาด ในระบบองค์กรปกครองท้องถิ่นแม้ว่าอยู่คนละพื้นกับอบต.สมอพลือ
ทว่า พระอธิการดำหริย์ ธมฺมรํสี เจ้าอาวาสวัดเขาทะโมน ก็ให้การอนุเคราะส่งเสริม
"เมื่อรู้ว่ามีการขุดค้นพบที่สำคัญ อยู่ใกล้วัดด้วยจึงมาร่วมกิจกรรมและมาดูตั้งแต่ต้น อาหารที่บิณบาตรทุกวัน อาตมาก็แบ่งปันมาให้ที่หลุมขุดค้นให้เขาส่งมาก่อนเที่ยง"
ความเป็นทุนมนุษย์ด้านทักษะความรู้และการรับใช้บริการทางสังคมและวิชาการ เป็นพันธกิจหลักของ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
ในการนี้ ผศ.แสนประเสริฐ ปานเนียม และรศ.ดร.กาญาจนา บุญส่ง และคณะ เป็นแก่นแกนให้กับมหาวิทยาลัย เช่น จัดงานเสวนา"พบกลองมโหระทึกที่เพชรบุรี"
ที่ห้องประชุมคณะครุศาสตร์ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569
เพื่อให้คนเมืองเพชรได้ชื่นชมกลองมโหระทึกเพชรบุรี เพื่อส่งความรู้ให้สังคมเมืองเพชรในเรื่องความสำคัญของกลองมโหระทึกและหลักฐานทางประวัติศาสตร์อื่นๆที่พบในหลุมมีวิทยากรที่มีชื่อเสียงเช่น นายแพทย์บัญชา พงษ์พานิช ผู้เชี่ยวชาญสุวรรณภูมิ นางกรรณิการ์ เปรมใจ ผู้ขุดค้นเป็นต้น และเพื่อส่งมอบกลองมโหระทึกให้กับกรมศิลปากรไปทำการอนุรักษ์ตามกระบวนการต่อไป
ในการนี้ วันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา "อาจารย์แสนประเสริฐ"และนางคนางค์ เพชรสุด เจ้าของที่นา เป็นแกนนำชาวบ้านร่วมทำบุญปากหลุม
ในการนี้นายณรงค์ชัย สุขประสงค์ ผู้ใหญ่บ้านหมูที่ 6 บ้านดอนพลับ ได้เชิญ นายชัยยะ อังกินนันทน์ เป็นประธานในพิธิ ร่วมด้วยนายปรีชา อนันต์วรนาถ นายอำเภอบ้านลาด พ.ต.อ.เชิญ พรายมี นายกอบต.สมอพลือ คณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ชาวบ้านดอนพลับและชาวเพชรบุรีร่วมบุญอย่างคับคั่งนอกจากนี้ในช่วงเย็นมีเสวนาปากหลุมและพิธีเรียกขวัญ อีกด้วย เพื่อเป็นการขยี้ให้สังคมได้ไม่ลืมการตื่นรู้ว่าประวัติศาสตร์โบราณคดีศิลปวัฒนธรรมขับเคลื่อนเมืองขับเคลื่อนประเทศไดั
กิจกรรมศึกษาเส้นทางท่องเที่ยว"ภูผา ทุ่งนา ท่าน้ำ" นำชมเขาศักดิ์สิทธิ์ถ้ำเขาทะโมน เชื่อต่อทุ่งนาแหล่งโบราณคดีหลุมขุดค้นดอนยายทองและท่าน้ำวัดท่าไชย ท่าน้ำศักดิ์เพราะเป็นท่าน้ำของพราหมณ์สมอพลือ อินเดียโบราณ
ดำเนินการโดย"อาจารย์แสนประเสริฐ ปานเนียม และคณะ" ในนามมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เมื่อวันที่16 พฤศภาคม ที่ผ่านมา
นี้คือพันธกิจกิจกรรมทางสังคมที่เชื่อมต่อหลุมขุดค้นดอนยายทอง หรือนี่เป็นปรากฏการณ์ กลองมโหระทึกเพชรบุร เรียกขวัญเรียกพลังให้กับทุกท่านทุกคน

สะกดรอย Heart of Gold "ดอนยายทอง"สู่"ช่างทองโบราณสกุลช่างเพชรบุรี(1)   ปฏิเสธมิได้ว่า หลุมขุดค้น "ดอนยายทอง" บ้านดอนพลับ...
12/05/2026

สะกดรอย Heart of Gold
"ดอนยายทอง"
สู่"ช่างทองโบราณสกุลช่างเพชรบุรี(1)

ปฏิเสธมิได้ว่า หลุมขุดค้น "ดอนยายทอง" บ้านดอนพลับ ต.สมอพลือ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี เปิดหลักฐานข้อมูลใหม่ ทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ เมืองเพชรบุรี รวมไปถึง"สุวรรณภูมิ "
หลักฐานโบราณวัตถุที่กรมศิลปากรรายงานสู่สาธารชนได้แก่ กลองมโหระทึก 6 ใบ เครื่องทองทองกำไล จี้ 2 ชิ้น แหวน 3 วง ต่างหู กำไลข้อเท้าสำริด ลูกปัดทองคำ ลูกปัดแก้ว
โครงกระดูก 8 โครง หม้อดินเผา ภาชนะสำริด เป็นต้น และวิเคราะห์หลักฐานในชั้นแรกนี้ว่าเป็นหลักฐานยุคก่อนประวัติศาสตร์ มีอายุราว1500-2500 ปี

ในระดับจุลภาพทำให้พื้นที่ขุดค้น"ดอนยายทอง"ตำบลสมอพลือและพื้นที่ใกล้เคียงเชื่อมโยงยุคสมัยได้อย่างน่าสนใจยิ่ง ในฐานะนักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพชรบุรี เห็นว่าสมควรสะกดรอยและสแกนพื้นที่ดอนยายทองและพื้นที่เชื่อมโยง แบบลงรายละเอียด ซึ่งตรงกับแนวคิดของเพื่อนเฟสบุ๊คชื่อ piped Krajaejun (ผศ.ดร.พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีบรรพชนเป็นชาวเพชรบุรี)
ที่นำเสนอเรื่องแนวคิด Slow Archaeologyหรือโบราณคดีแบบช้า ความบางส่วนดังนี้
"คือแนวคิดการทำงานทางโบราณคดีที่เน้นความประณีต การใช้เวลาศึกษาอย่างลึกซึ้ง และการให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆน้อยๆในกระบวนการขุดค้น โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างความเข้าใจในบริบทของพื้นที่และเรื่องราวของอดีตมากกว่าการรีบขุดเพื่อหาโบราณวัตถุจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นการโต้กลับแนวโน้มการขุดค้นที่รวดเร็วและใช้เทคโนโลยีสูงในปัจจุบัน(industrialization of Archaeology)"
นิยาม "สะกดรอย Heart of Gold ดอนยายทอง สู่ ช่างทองโบราณ สกุลช่างเพชรบุรี " แยกความหมายแต่ละวลีได้ดังนี้
"สะกดรอย" : การสืบค้นศึกษาพื้นที่และผู้คน รวมถึงวรรณกรรมท้องถิ่น เอกสารลายลักษณ์
"Heart of Gold" : จิตใจที่ดีงาม (ขัดเกลา โลภะ โทษะ โมหะ )ประหนึ่งหัวใจทองคำ
"ดอนยายทอง" : แหล่งขุดค้น ที่พบเครื่องทองเครื่องประดับอายุราว2000 ปี มีบริบทพื้นที่โบราณสถานโบราณวัตถุ ทะเล แม่น้ำ ลำคลอง ภูเขา และผู้คนวิถีชุมชนและDNAเป็นอย่างไรเชื่อมโยงพื้นที่ใดบ้าง
"ช่างทองโบราณ สกุลช่างเพชรบุรี " : ช่างทอง ช่างสำริดช่างทองเหลือง ช่างเงินหรือวัสดุโลหะอื่น ที่ผลิตชิ้นงานทุกประเภทที่มิใช่เครื่องทองเครื่องประดับอย่างเดียว แต่เป็นที่รับรู้ว่าแบบลายโบราณอันเป็นอัตลักษณ์สกุลช่างเพชรบุรี

สะกดรอย...รสนิยมคหบดีย่านวัดเกาะ ผ่านอาคารสถาปัตยกรรม      รสนิยม ไม่ใช่สิ่งที่ชอบอะไรแบบวูบวาบชั่วครั้งชั่วคราว เป็นเรื...
02/05/2026

สะกดรอย...รสนิยมคหบดีย่านวัดเกาะ ผ่านอาคารสถาปัตยกรรม

รสนิยม ไม่ใช่สิ่งที่ชอบอะไรแบบวูบวาบชั่วครั้งชั่วคราว เป็นเรื่องที่มีกระบวนการซับซ้อน ที่ผ่านประสบการณ์จากสังคมสิ่งแวดล้อม จนตกผลึกเข้าใจคุณค่าและมีสถานะทางสังคมเศรษฐกิจ ประการสำคัญรสนิยมแบ่งชนชั้นแบ่งยุคสมัยอีกด้วย
สะกดรอย..อาคารบ้านเรือนไทย ถนนพานิชเจริญ ย่านวัดเกาะ ได้สัมผัสกับสถาปัตยกรรมหลากหลายรูปแบบหลายเทคนิคการก่อสร้างในรอบ100 ปี
ในมุมของโลกทุนนิยมดูประหนึ่งขาดรสชาติขาดสีสรรไม่มีชีวิตชีวาเอาเสียเลย
ภาพรวมสถาปัตยกรรมย่านนี้ทรงก็คล้ายคนแก่ชราเศร้าเหงา
ทว่าในมุมของรสนิยมจะสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณและอารมณ์ของสถาปัตยกรรมแต่ละหลังและรวมถึงเจ้าของได้เลยทีเดียว
สถาปัตยกรรมบ้านทรงไทย มีจิตวิญญาณอารมณ์รักสงบสง่างามแต่มีอิสระเสรี
อาคารไม้เก่าแบบห้องแถว มีจิตวิญญาณการค้าพร้อมรับแรงปะทะทุกสถานการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
สถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรป มีทรงคหบดี โอ่อ่าทันสมัยเข้มงวดในคำสัญญา เป็นต้น
อย่างไรก็ดีในมุมของรสนิยม ทำให้เกิดพลังทุนวัฒนธรรมและทุนเศรษฐกิจ เช่นด้านการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ศิลปวัฒนธรรม ประการสำคัญโดยเฉพาะด้านการศึกษาและวิจัย
อาคารเก่าสถาปัตยกรรมโบราณ ถนนพานิชเจริญย่านวัดเกาะ มิต่างกับ คนในวัยคุณปู่คุณย่าหรืออากงอาม่า ที่มีฐานะมั่นคง ประสบการณ์สูง พร้อมเป็นผู้อาวุโสของเมือง เป็นพิพิธภัณฑ์ของเมือง เพื่อถ่ายทอดเและเรียนรู้ไปด้วยกัน

"มณฑา แฝงสีคำ" ช่างทองโบราณรุ่นเก่า ผู้ออกแบบลูกสนทะเลทองคำ บรรพชนพ่อค้าน้ำตาลโตนดเพชรบุรี-อยุธยา    "บ้านหัวถนนนี่บ้านน...
15/04/2026

"มณฑา แฝงสีคำ" ช่างทองโบราณรุ่นเก่า ผู้ออกแบบลูกสนทะเลทองคำ บรรพชนพ่อค้าน้ำตาลโตนดเพชรบุรี-อยุธยา
"บ้านหัวถนนนี่บ้านนี้ถือว่ามีฐานะจนที่สุด" พี่ติ๋ว(มณฑา แฝงสีคำ) ช่างทองโบราณ ผู้สืบทอดงานช่างทองสกุลช่างเมืองเพชรจากแม่เนื่อง แฝงสีคำศิลปินแห่งชาติช่างทองโบราณ บอกกับผมอย่างนั้น
ทำไม!พี่ติ๋ว(มณฑา แฝงสีคำ) จึงกล่าวประโยคนั้น คล้ายบอกสถานะของครอบครัว และถ่อมตน ใครจะไปถามหรือขยี้ต่อ แต่ในใจไม่เชื่อสักนิด จึงไผล่ไปสนทนาประวัติศาสตร์ครอบครัว"แฝงสีคำ" บังเอิญได้คำตอบ"บ้านนี้จนจริงในย่านหัวถนน"
บ้านเรือนไทยโบราณคู่ตั้งขวางตะวันอยู่ตรงถนนพานิชเจริญ แยกสะพานท่าสรง อายุราบ100 ปี คือบ้านที่มีประวัติศาสตร์เริ่มต้นที่
"ก๋งน้องและยายหลง" "ก๋งน้อง"เดิมใช้แซ่โซว ภายหลังเปลี่ยนเป็น"ชูบดินทร์" ย้ายมาจากบ้านท่าเสนอำเภอบ้านลาด
มาตั้งรกรากใหม่ที่บ้านหัวถนน สะพานท่าสรง เข้าใจว่ามาพร้อมกับ"ก๋งลิบ ชูบดินทร์ สามี ยายพับ"และตระกูลทองสัมฤทธิ์ซึ่งมาจากบ้านลาดย่านเดียวกัน
ส่วน"ยายหลง"เกิดที่บ้านหัวถนนเป็นเครือญาติ"นายเทพ" ต้นตระกูลเทพพานิช
แต่ที่ต่างกันคือตระกูลทองสัมฤทธิ์และ"ก๋งลิบ-ยายพับ" มีอาชีพเป็นช่างทองโบราณ ทว่า"ก๋งน้อง-ยายหลง"มีอาชีพค้าน้ำตาลโตนดยุคที่ภาชนะใส่น้ำตาลคือหม้อตาลเมืองเพชรและขนใส่เรือฉลอมไปขายถึงเมืองเก่าอยุธยา ค้าขายน้ำตาลโตนดมาถึงยุคขนส่งโดยรถไฟ
บ้านหัวถนน ย่านวัดเกาะ ในละแวกเดียวกับ"ก๋งน้อง-ยายหลง" ก็มีพ่อค้าน้ำตาลโตนดระดับคหบดีมาก่อนค้าข้าวเปลือกหลายคน ได้แก่นายครอง วาดเวียงไชย นายเทพ ต้นตระกูลเทพพานิช ก๋งเทียม-ยายเครือบ เทพเรณู ก๋งแย้ม บูรณพานิช ก๋งยิ้ม บุญวานิช เป็นต้น
ดังนั้นเมื่อเอาธุรกิจการค้าน้ำตาลโตนดของ"ก๋งน้อง-ยายหลง"เปรียบเทียบกับคหบดีค้าน้ำตาลโตนดย่านวัดเกาะหัวถนน ทำให้ พี่ติ๋ว(มณฑา แฝงสีคำ)ออกตัวไว้แต่แรกว่า"ย่านหัวถนนบ้านนี้นับว่าฐานะจนที่สุด"
"ก๋งน้อง-ยายหลง" มีบุตรธิดารวม 6 คน ได้แก่ 1/นายเพชร 2/ป้านิล3/น.ส.แนบ4/นายพริ้ม5/ครูมานีและ6/ป้าเนื่อง แฝงสีคำ(2457-2558)

"ก๋งน้อง-ยายหลง" พ่อค้าน้ำตาลโตนด เพชรบุรี-อยุธยา ก็คือ "ก๋ง" ของ พี่ติ๋ว(มณฑา แฝงสีคำ) การค้าการขายน้ำตาลโตนดจากบรรจุภาชนะหม้อตาลดินเผาที่เมืองเพชรผลิดเอง ขยับมาใส่หม้อทะนน บรรทุกเรือฉลอมโดยมีเรือไอน้ำที่ต้องว่าจ้างลากออกไป สู่ลูกค้าปลายทางเมืองเก่าอยุธยา กระทั้งมาเปลี่ยนภาชนะใหม่เป็นเข่งและปีป ซึ่งบรรจุปริมาณน้ำตาลได้มากและแข็งแรงกว่าภาชนะดินเผา แล้วเปลี่ยนจากส่งออกไปขายโดยทางเรือเป็นทางรถไฟ
ขณะที่"ป้าเนื่อง"ลูกสาวคนเล็กของ"ก๋งน้อง-ยายหลง" ไปฝึกหัดเป็นช่างทองกับ"ยายพับ"ญาติที่มีศักดิ์เป็นป้า ที่มีบ้านชิดติดกัน
จากการที่"ก๋งน้อง-ยายหลง"ค้าน้ำตาลและจัดการขนส่งทางรถไฟ ทำให้ต้องใกล้ชิดสนิทกับนายสถานี ภายหลัง "ป้าเนื่อง"จึงได้สมรสกับ"คุณพ่อพร แฝงสีคำ" นายสถานีรถไฟไทย ซึ่งมีภูมิลำเนามาจากอีสาน การได้สมรสกับนายสถานีรถไฟในสมัยโน้น"ป้าเนื่อง"จึงได้รับเกียรติถูกเรียกขานในขณะนั้นว่า"คุณนาย"ด้วย "นายสถานีพรและคุณนายเนื่อง"
มีบุตรธิดารวม 6 คน ได้แก่
1/ นายอมร(พี่แป๊ะ) อดีตรัฐวิสาหกิจไฟฟ้า
2/พี่ติ๋ว มณฑา แฝงสีคำ ช่างทองโบราณ อายุ80 ปี
3/นายธนู แฝงสีคำ อดีตผู้อำนายการแรงงานจังหวัดเพชรบุรี
4/ นายอาวุธ แฝงสีคำ อดีตข้าราชการครู
5/นายอาคม แฝงสีคำ อดีตข้าราชการครู
6/นายคัมภีร์ แฝงสีคำ อดีตข้าราชการครู
เมื่อส่องประวัติศาสตร์ตระกูลและครอบครัว พี่ติ๋ว(มณฑา แฝงสีคำ) ทำให้ทราบว่าภาวะทางเศรษฐกิจ ถ้าไม่ไปเทียบเทียมกับตระกูลพ่อค้าน้ำตาลย่านเดียวกันก็นับว่า บ้านนี้เป็นคนชั้นนำของเมืองเพชรหลังหนึ่งทีเดียว
ย้อนไปในอดีต80-100 ปีการศึกษาของสตรีคือดัชนีชี้วัดฐานะทางเศรษฐกิจและความทันโลกของครอบครัว เมื่อส่องสาแหรกเครือญาติขึ้นไป ลูกๆของ"ก๋งน้อง-ยายหลง" พบว่าได้รับการศึกษาที่ดี คือพี่สาว"ป้าเนื่อง"ชื่อ"ครูมานีหรือครูเนือง"ได้รับราชการครู พอมาถึงในชั้น พี่ติ๋ว(มณฑา แฝงสีคำ) พี่น้องรวม5ทุกคนก็ได้รับการศึกษาสูงๆและรับราชการ
แม้แต่ พี่ติ๋ว(มณฑา แฝงสีคำ) ที่เป็นสตรีในยุคเก่า ที่ถูกสังคมห้วงเวลานั้นกดทับมากว่าบุรุษโดยเฉพาะความเท่าเทียมด้านการศึกษา
คำพูดที่ก้องโสตประสาทของสังคมในอดีตคือ"เป็นผู้หญิงจะเรียนทำไม พออ่านออกเขียนได้ก็พอ ประเดี๋ยวก็ออกเรือน" อะไรทำนองนี้ ปฏิเสธมิได้เลยว่าพ่อแม่ปู่ย่าตายายของพวกเราหลายคนไม่ได้เรียนหนังสือ โดยเฉพาะสตรียุคเก่า
ทว่า พี่ติ๋ว(มณฑา แฝงสีคำ) สตรียุคเก่าที่ได้เรียนหนังสือ ชั้นประถม โรงเรียนวัดจันทราวาส มัธยมต้น โรงเรียนประจำจังหวัดสตรี(เบญจมเทพอุทิศ) มัธยมปลาย โรงเรียนประจำจังหวัดชาย(พรหมานุสรณ์จังหวัดเพชรบุรี)
ในยุคพี่ติ๋ว(มณฑา แฝงสีคำ) ผู้หญิงมีการศึกษาระดับมัธยมปลายนับว่าสูงแล้ว สามารถหางานดีๆทำได้แล้วตำแหน่งเสมียนในยุคนั้นนับว่าเป็นตำแหน่งงานที่ใครๆก็ปรารถนา พี่ติ๋ว(มณฑา แฝงสีคำ) ได้เป็นเสมียนที่ปั้มน้ำมันตรามือ ตั้งอยู่ใกล้แยกถนนต้นมะม่วง ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจ มีปั้มสามทหาร โรงสีนายอร่าม ภิงคารวัฒน์ โรงไม้โรงงานเฟอร์นิเจอร์ และเป็นแหล่งเติมน้ำมันของรถเมล์รถบัสประจำทาง ที่ต้องผ่านถนนเส้นนี้
พี่ติ๋ว(มณฑา แฝงสีคำ) บอกว่าทำงานเป็นเสมียนปั้มน้ำมันราวอายุ 30 ปี ก็ออกมาช่วยแม่(ป้าเนื่อง แฝงสีคำ)ทำทอง การเป็นลูกช่างทำทองโบราณ จึงมีทักษะพื้นอยู่ก่อนแล้ว ไม่ต้องนับหนึ่งในการทำเครื่องเงินก่อน เหมือนช่างทั่วไป ข้ามขั้นมาเป็นช่างทองผู้ช่วยของแม่เลยทีเดียว แต่ก็ต้องเริ่มตั้งแต่งานพื้นฐาน ได้แก่ ชักลวด ตีทอง หลอมทอง เป็นต้น
ช่างทองในยุค ป้าเนื่อง แฝงสีคำ ขึ้นไปเรียกว่ายุคใช้กล้องเป่าไฟ ส่วนในยุคพี่ติ๋ว(มณฑา แฝงสีคำ)เบาสบายขึ้นมากใช้"ต๊ะ"เครื่องมือเป่าไฟทำทองที่ใช้เท้าเหยียบ ช่างทำทองยุคเก่าจึงใช้ลมเป่ากำหนดแรงไฟซึ่งต้องมีปอดที่ดีอีกด้วย ไม่แปลกเลยชิ้นงานทองโบราณจึงมีคุณค่ามาก
พี่ติ๋ว(มณฑา แฝงสีคำ) จึงมีครูช่างทองโบราณคือแม่ของตัวเอง และเป็นผู้สืบทอดงานช่างทองโบราณของตระกูลไว้อีกด้วย
ชิ้นงานของ"ป้าเนื่อง แฝงสีคำ"ยุคกลางถึงท้ายๆ คือการผนวกฝีมือของ พี่ติ๋ว(มณฑา แฝงสีคำ)ด้วยทั้งสิ้น ประหนึ่งพระอาทิตย์สองดวงซ้อนทับกันอยู่
ปฏิเสธมิได้เลยว่า พี่ติ๋ว(มณฑา แฝงสีคำ)ถูกแสงของแม่บดบัง หลายคนจึงไม่รู้ถึงฝีมือการเป็นช่างทองโบราณเท่าใดนัก เมื่อ(ป้าเนื่อง แฝงสีคำ) ไปสู่ธรรมชาติเมื่อพ.ศ.2558 วงการช่างทองโบราณและนักสะสมงานสกุลช่างเมืองเพชร จึงได้เห็นพระอาทิตย์อีกดวง
พี่ติ๋ว(มณฑา แฝงสีคำ) มีแสงของตัวเองอย่างน้อยก็ราว30ปีย้อนหลัง เนื่องจากระยะนั้น อาจารย์ บุบผา วงศ์สนิท อดีตอาจารย์วิทยาลัยครูเพชรบุรี(มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี) ท่านชื่นชอบงานทองโบราณเพชรบุรี ท่านเป็นนักสะสมและนักออมเงินสั่งทำชิ้นงานเฉลี่ยเดือนละชิ้นกับ"ป้าเนื่อง แฝงสีคำ" ที่มีพี่ติ๋ว(มณฑา แฝงสีคำ)ประหนึ่งเงาของแม่ร่วมด้วยช่วยกัน
คราวหนึ่ง "อาจารย์บุบผา" เก็บลูกสนทะเลมาให้ดู แล้วบอกว่าให้ทำชิ้นงานครั้งแรกออกแบบเป็นจี้ห้อยคอ "อาจารย์บุบผา"พึงพอใจมาก
อันที่จริงลูกสนทะเลมีรูปทรงคล้ายกับปะวะหล่ำ แต่ลายละเอียดของลูกสนทะเลการขึ้นรูปยากกว่า ทว่าไม่พ้นความสามารถของ พี่ติ๋ว(มณฑา แฝงสีคำ) ภายหลัง"อาจารย์บุบผา"สั่งทำลายลูกสนทะเลทองคำเป็นสร้อยข้อมือและสร้อยคอครบชุดเลยทีเดียว
นับแต่นั้นเป็นต้นมาลายลูกสนทะเลทองคำ เป็นที่สนใจของวงการช่างทองทั่วไปและนักสะสม
ต้องบันทึกไว้ว่า"ลายลูกสนทะเลทองคำ"นับว่าเป็นประวัติศาสตร์ลวดลายใหม่ของวงการช่างทองโบราณเพชรบุรี ที่เป็นฝีมือการออกแบบและขึ้นชิ้นงานของ พี่ติ๋ว(มณฑา แฝงสีคำ) โดยแท้
ลูกสนทะเลต้นแบบประวัติศาสตร์ที่"อาจารย์บุบผา"เก็บมาเป็นแบบยังถูกรักษาไว้อย่างดี...กราบ
032-428538

ข้างหลังภาพนายครอง วาดเวียงไชยคหบดีค้าข้าวและน้ำตาลโตนด   ถนนพานิชเจริญ ย่านวัดเกาะ เติบโตและรุ่งเรือง เป็นแหล่งรวมคหบดี...
09/04/2026

ข้างหลังภาพ
นายครอง วาดเวียงไชย
คหบดีค้าข้าวและน้ำตาลโตนด
ถนนพานิชเจริญ ย่านวัดเกาะ เติบโตและรุ่งเรือง เป็นแหล่งรวมคหบดีหลายคนหลายตระกูลช่วงคาบเกี่ยวก่อนและหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 ส่วนใหญ่คหบดีเหล่านี้ร่ำรวยจากสองธุรกิจหลักคือ
การค้าข้าวเปลือกและค้าน้ำตาลโตนด ได้แก่ ตระกูลวาดเวียงไชย,ศุขะพานิช ,เทพพานิช,เทพเรณู,ชูบดินทร์,บุญวานิช,บูรณพานิช,พรรณรายณ์,จรรยาพานิช,ประจวบเหมาะ ,ภิงคารวัฒน์เป็นต้น
ในที่นี้จะกล่าวถึง คหบดีย่านหัวถนนที่มีบ้านตึกสไตล์ยุโรปผสมจีนคือ นายครอง วาดเวียงไชย
จากการสำรวจดูเอกสารโฉดที่ดินเก่าและเอกสารสารบบเช่นใบไต่สวนหมายเขตที่ดินนำรับโฉนด ร.ศ.130 ทำให้ทราบว่าบ้านหัวถนน โดยเฉพาะพื้นที่บ้านนายครอง วาดเวียงไชย เดิมในเอกสารราชการระบุชื่อ"บ้านนารายณ์" ขึ้นกับตำบลนารายณ์(ภายหลังเปลี่ยนเป็นตำบลท่าราบ)
การสำรวจเอกสารเก่าทำให้เกิดประเด็นให้คิดให้เกิดปัญญา ดังนี้
ภาพถ่ายขาวดำรูปหน้าตรงของ "นายครอง วาดเวียงไชย" ที่แขวนไว้ภายในบ้าน เมื่อพลิกไปดูข้างหลังภาพ ทำให้ทราบชื่อบรรพชนของท่านและของภรรยาเอกของท่าน ด้วยลายมือของเจ้าของภาพ โดยถอดความเพื่อความเข้าใจได้ง่ายขึ้นดังนี้
นายครอง วาดเวียงไชย เกิดที่บ้านหม้อ อ.เมือง จ.เพชรบุรี เมื่อวันพฤหัส ขึ้น 8 ค่ำ ปีขาล ตรงกับวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2421
บิดา-มารดาชื่อ นายวาด-นางหนู
ปู่ชื่อ เอี่ยม ย่าชื่อเอี่ยม เป็นบุตรีของ"พระยาพลเมืองเพชร"(ลายมือบันทึกไว้อย่างนั้น)
ที่ดินที่ตั้งบ้านตึกสไตล์ยุโรปผสมจีน เป็นที่ดินมรดกตกทอดมาจากข้าง นางหนู ผู้เป็นมารดา
นายครอง วาดเวียงไชย มีตา-ยาย คือหมอจัน และยายชื่อขลิบ
ชีวิตวัยเด็ก"นายครอง" ค่องข้างอาภัพ อายุเพียง3ขวบ(ปีมะโรง) นายวาด บิดาถึงแก่กรรม และอายุได้14 ปี(ปีเถาะ) นางหนู มารดา ก็มาจากไปอีกคน
"นายครอง"จึงอาศัยอยู่กับ
"ลุงชิด" ซึ่งเป็นพี่ชายแท้ๆของนางหนู มารดา
"ลุงชิด"มีภรรยาชื่อ"นางพัน" ซึ่งนางพันผู้เป็นป้าก็เป็นพี่สาวแท้ๆของนายวาด บิดาอีกด้วย
และไปสำรวจบรรพชนของ"นายครอง วาดเวียงไชย" จากเอกสารราชการ ใบไต่สวนหมายเขตที่ดินใบนำรับโฉนด ลงวันที่28 กุมภาพันธ์ รศ.130
ทำให้ทราบว่ามีความแตกต่างจากเอกลายมือของนายครอง อยู่บ้างดังนี้
"นายครอง เป็นบุตรนายวาด อำแดงหนู ส่วนนางหนู ภรรยานายครองเป็นบุตรของจีนเอี่ยม และอำแดงบุญ และยังระบุด้วยว่า นายชิตมีศักดิ์เป็นลุง และเป็นผู้มอบที่ดินตั้งบ้านให้1แปลงอีกด้วย"
น่าสังเกตุว่า "ย่าเอี่ยม"ของนายครอง วาดเวียงไชย เป็นถึงบุตรี"พระยาพลเมืองเพชร"(อาจเป็นบรรดาศักดิ์ราชทินนามที่พระพล ก็เป็นได้ เพราะถ้าเป็นบรรดาศักดิ์ที่"พระยา" คือเจ้าเมืองเพชรบุรี) บรรพชนมียศฐาบรรดาศักดินาเช่นนี้ "นายครอง วาดเวียงไชย"จึงมิใช่คหบดีย่านวัดเกาะที่ไม่ธรรมดาแน่นอน

ที่อยู่

5/1 หมู่2 บ้านาพราหมณ์ ต. สมอพลือ
Amphoe Ban Lat
76150

เบอร์โทรศัพท์

0819144280

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ มิวเซียมเพชรบุรี by ทวีโรจน์ โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์