ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์

ศูนย์วิทยาศาสตร์ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ใหญ่ที่สุดในภาคเนือตอนล่าง
เปิดทำการตั้งแต่วันจันทร์ ถึงวันศุกร์ เวลา 09.00 น. ถึงเวลา 16.30 น.

23 ก.ย. นี้ “วันศารทวิษุวัต” ช่วงเวลากลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากันในวันที่ 23 กันยายน 2569 เป็นวัน “ศารทวิษุวัต” (อ่านว...
23/09/2026

23 ก.ย. นี้ “วันศารทวิษุวัต” ช่วงเวลากลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากัน

ในวันที่ 23 กันยายน 2569 เป็นวัน “ศารทวิษุวัต” (อ่านว่า สา-ระ-ทะ-วิ-สุ-วัด) (Autumnal Equinox) ดวงอาทิตย์จะเคลื่อนมาอยู่ในตำแหน่งตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรของโลกทำให้ดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก และตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกพอดีส่งผลให้มีช่วงเวลากลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากันนับเป็นวันเริ่มต้นสู่ฤดูใบไม้ร่วงของประเทศทางซีกโลกเหนือ เช่น แถบยุโรป อเมริกาเหนือแอฟริกาตอนเหนือ และบางพื้นที่ของเอเชีย ขณะที่ประเทศทางซีกโลกใต้จะเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิเช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แอฟริกาตอนใต้ ทวีปอเมริกาใต้บางส่วน และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้

สำหรับประเทศไทย วันดังกล่าวดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าเวลาประมาณ 06:07 น. และจะตกลับขอบฟ้า เวลาประมาณ 18:13 น. (เวลา ณกรุงเทพมหานคร) ซึ่งจะยังคงอยู่ในฤดูฝนตามหลักการแบ่งฤดูกาลของไทยโดยพิจารณาจากลักษณะลมฟ้าอากาศเป็นหลัก

แม้ช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์ขึ้นและตกในวันดังกล่าวปรากฏไม่เท่ากันแต่การกำหนดปรากฏารณ์นั้น จะนิยามจาก “ดวงอาทิตย์ขึ้น-ตก” โดยอ้างอิงจากตำแหน่ง ขอบบนของดวงอาทิตย์ ที่สัมผัสกับเส้นขอบฟ้า (ไม่ใช่จุดกึ่งกลางของดวงอาทิตย์) กล่าวคือ เวลาดวงอาทิตย์ขึ้นจะนับเมื่อขอบบนของดวงอาทิตย์ปรากฏเหนือเส้นขอบฟ้าขณะที่เวลาดวงอาทิตย์ตกจะนับเมื่อขอบบนของดวงอาทิตย์ลับเส้นขอบฟ้าไปดังนั้นช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์ปรากฏอยู่เหนือขอบฟ้าจึงยาวกว่า 12 ชั่วโมงเล็กน้อยในหลายพื้นที่ แม้จะเป็นช่วงวิษุวัตก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลากลางวันและกลางคืนของแต่ละพื้นที่บนโลกอาจไม่ได้ยาว 12 ชั่วโมงพอดี แต่หากพิจารณาจากตำแหน่งจุดกึ่งกลางของดวงอาทิตย์ และไม่รวมผลจากการหักเหของแสงในชั้นบรรยากาศ ช่วงเวลากลางวันและกลางคืนจะใกล้เคียงกัน คือประมาณ 12 ชั่วโมง

หลังจากวันศารทวิษุวัต ดวงอาทิตย์จะขึ้นและตกค่อนไปทางทิศใต้มากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับประเทศไทย ช่วงเวลากลางวันจะค่อย ๆ สั้นลง ส่วนกลางคืนจะยาวขึ้นจนถึง “วันเหมายัน” (Winter Solstice) ในวันที่ 22 ธันวาคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่ช่วงเวลากลางคืนยาวนานที่สุดในรอบปีของซีกโลกเหนือ และเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ขณะที่ซีกโลกใต้จะมีช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดและเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อน

❤️ขอขอบคุณ โรงเรียนอนุบาลทิพยา และ โรงเรียนฤทัยทิพย์คริสเตียน ที่เข้ามาใช้บริการ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ อบจ.พช...
22/09/2026

❤️ขอขอบคุณ โรงเรียนอนุบาลทิพยา และ โรงเรียนฤทัยทิพย์คริสเตียน ที่เข้ามาใช้บริการ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ อบจ.พช.🙏🏻

⏰ เปิดให้บริการ จันทร์-เสาร์ 08.30 - 16.30 น.
❌❌หยุดทุกวันอาทิตย์❌❌

🤩มาใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เรียนรู้ ค้นพบ และจุดประกายความเป็นนักวิทยาศาสตร์ไปด้วยกัน 🚀
#ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้อบจเพชรบูรณ์ #ศูนย์วิทย์ฯอบจ
#อบจเพชรบูรณ์

[ ] "ปรากฏการณ์น้ำทะเลลดมาก ที่พังงา เป็นผลจาก Equinoctial Spring Tide น้ำเกิด ช่วงวันวิษุวัต"มีแฟนเพจ ส่งภาพแปลกๆ ของบร...
22/09/2026

[ ] "ปรากฏการณ์น้ำทะเลลดมาก ที่พังงา เป็นผลจาก Equinoctial Spring Tide น้ำเกิด ช่วงวันวิษุวัต"

มีแฟนเพจ ส่งภาพแปลกๆ ของบริเวณ เขาตะปู จังหวัดพังงา ที่น้ำทะเลลดลงต่ำมาก จนเห็นดินโคลน โขดหิน รอบๆ บริเวณนั้น .. ว่าเกิดจากผลของ "เอลนีโญ" หรือเปล่า ?

คำตอบคือ ไม่น่าเกี่ยวกับปรากฏการณ์เอลนีโญ (el nino) ครับ แต่เป็นการเกิด Spring tide หรือที่คนไทยเรียกว่า "น้ำเกิด" หรือ "น้ำใหญ่)

ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่น้ำทะเลจะขึ้นสูงกว่าปกติ และจะลดต่ำลงมากกว่าปกติ ในวงรอบของเดือน เนื่องจากดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ โคจรมาเรียงตัวอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน ทำให้แรงดึงดูดของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์นั้น รวมพลังกันดึงน้ำทะเลของโลก และจะเกิดขึ้นเดือนละ 2 ครั้ง คือ ในวันขึ้น 15 ค่ำ (ดวงจันทร์เต็มดวง) และวันแรม 15 ค่ำ (เดือนมืด) (สำหรับคำว่า "Spring" ในที่นี้ ไม่ได้แปลว่า ฤดูใบไม้ผลิ แต่หมายถึงการที่น้ำทะเลพุ่งสูงขึ้นมา)

และที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ การที่มาเกิดในช่วงเดือนกันยายนเช่นนี้ ก็จะนับได้ว่า เป็นการเกิด Equinoctial Spring Tide หรือปรากฏการณ์น้ำใหญ่น้ำเกิด ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ตรงกับ วันวิษุวัต (หรือ Equinox)

ซึ่งวัน equinox นั้น เป็นช่วงวันที่ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรของโลกพอดี ทำให้เวลากลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากัน และจะส่งผลให้ระดับน้ำทะเลที่ขึ้น-ลงมากกว่าปรกติอยู่แล้วนั้น ยิ่งเห็นเด่นชัด มากขึ้นไปอีก

ขออ้างอิงข้อมูลความรู้เกี่ยวกับ "ผลของ Equinox ที่มีต่อน้ำขึ้นน้ำลง ของน่านน้ำไทย ในช่วงเดือนกันยายนนี้" จากเพจเฟซบุ้คของอาจารย์ ดร. วัฒนา กันบัว ที่ได้เคยเขียนอธิบายไว้ (ดูลิงค์ในคอมเม้นต์) เอามาสรุปดังนี้ครับ

- ปรกติ เราจะพอคุ้นเคยกับการที่แรงดึงดูดระหว่าง "ดวงจันทร์" กับโลก ส่งผลให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลง และจะมีช่วงที่แรงดึงดูดนั้นสูงสุด (คือ "ช่วงน้ำเกิด หรือ spring tide") เมื่อดวงจันทร์เรียงตัวเป็นเส้นตรงเดียวกันกับ โลก และดวงอาทิตย์ ทำให้มีแรงดึงดูดที่รวมกัน และระดับน้ำขึ้นและลงของมวลน้ำทะเลในไทย จะแตกต่างกันมากที่สุด

[โดยปรากฏการณ์จะตรงกันข้ามกับช่วง "น้ำตาย หรือ Neap Tide" ที่เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์ทำมุมตั้งฉาก กับโลกและดวงอาทิตย์ ทำให้แรงที่ไปดึงดูดมวลน้ำนั้น ไปคนละทิศทางกัน ระดับน้ำขึ้นและลงจึงมีความแตกต่างกันน้อยที่สุด]

- แต่ช่วงเดือนกันยายนของทุกปี นอกจากจะเป็นช่วงที่มีมรสุมพัดผ่านประเทศไทยแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาที่เห็นปรากฏการณ์ แรงไทดัล (Tidal Force หรือแรงดึงดูดที่ทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลง) ในเขตน่านน้ำไทย ได้โดดเด่นเป็นพิเศษ คือ ระดับน้ำขึ้น-น้ำลงจะแตกต่างกัน อย่างมากที่สุดช่วงหนึ่ง ในรอบปี

- ในช่วงกลาง ถึงปลายเดือนกันยายน โลกจะเข้าสู่ช่วง ศารทวิษุวัต (Autumnal Equinox) ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรของโลกพอดี ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ทำให้แรงดึงดูดจากดวงอาทิตย์นั้น ทำมุมขนานกับแนวเส้นศูนย์สูตรได้พอดี ส่งผลให้มีแรงไทดัลไปดึงดูดมวลน้ำบนโลกได้อย่างเต็มที่ มากขึ้นไปกว่าทั่วไปอีก

- และถ้าอิทธิพลของ equinox ดังกล่าว เกิดขึ้นตรงกับช่วงน้ำเกิด ก็จะทำให้แรงดึงดูดจากทั้งดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ มาเสริมกันสูงสุดในรอบปี ส่งผลให้พิสัยของระดับน้ำขึ้นสูงสุด และน้ำลงต่ำสุดนั้น แตกต่างกันกว้างกว่าช่วงเดือนอื่นๆ ในรอบปี อย่างชัดเจน

- ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ดังกล่าวในเดือนกันยายน เสริมด้วยปัจจัยอื่นๆ ต่อชายฝั่งของประเทศไทย จะแตกต่างกันไป คือ

#อ่าวไทยตอนบน (กรุงเทพฯ, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร)

- จะต้องระวังการเกิดภาวะ "น้ำทะเลหนุนสูง" อันเนื่องจาก 3 ปัจจัยรวมกัน คือ ทั้งการที่น้ำทะเลยกสูงขึ้นตามธรรมชาติในช่วง equinox ร่วมกับ "ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้" ที่พัดดันมวลน้ำจากอ่าวไทยเข้าหาฝั่ง และ "น้ำหลาก" จากมวลน้ำภาคเหนือ ที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำสายหลัก ... ซึ่งทั้งหมดนี้ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมเอ่อล้น ในพื้นที่ลุ่มต่ำ และชุมชนริมแม่น้ำ

#ฝั่งทะเลอันดามัน (ดังเช่น ชายทะเลของจังหวัดพังงา)

- ทำให้นอกจากทะเลอันดามัน จะได้รับอิทธิพลโดยตรงจากน้ำขึ้นน้ำลง แบบกึ่งวัน (Semi-diurnal) ของมหาสมุทรอินเดียแล้ว ยังจะได้เสริมด้วยแรงดึงดูดช่วง Equinox ที่ขยายพิสัย ทำหให้ช่วง "น้ำลง" จะลงต่ำมากเป็นพิเศษ (ดังภาพ เขาตะปู) และช่วง "น้ำขึ้น" จะยกตัวสูงขึ้นมากอย่างชัดเจน ... ซึ่งจะกระทบต่อการเดินเรือชายฝั่ง และการท่องเที่ยวทางทะเล

เรื่องนี้ก็น่าสนใจดีนะครับ ว่า ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ อย่างการเรียงตัวระหว่างโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ หรือปรากฏการณ์วัน quinox ที่แกนโลกตั้งฉากกับดวงอาทิตย์นั้น จะส่งผลกระทบต่อน้ำทะเลบนโลกของเรา ได้มากถึงเพียงนี้

❤️ขอขอบคุณ โรงเรียนชุมชนบ้านติ้ว และ โรงเรียนวัชรชัย ที่เข้ามาใช้บริการ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ อบจ.พช.🙏🏻⏰ เปิด...
21/09/2026

❤️ขอขอบคุณ โรงเรียนชุมชนบ้านติ้ว และ โรงเรียนวัชรชัย ที่เข้ามาใช้บริการ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ อบจ.พช.🙏🏻

⏰ เปิดให้บริการ จันทร์-เสาร์ 08.30 - 16.30 น.
❌❌หยุดทุกวันอาทิตย์❌❌

🤩มาใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เรียนรู้ ค้นพบ และจุดประกายความเป็นนักวิทยาศาสตร์ไปด้วยกัน 🚀
#ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้อบจเพชรบูรณ์ #ศูนย์วิทย์ฯอบจ
#อบจเพชรบูรณ์

🌕 ดวงจันทร์อาจก่อตัวขึ้นภายในเวลาเพียง 5 ชั่วโมง!ดวงจันทร์อาจไม่ได้ใช้เวลานานนับพันหรือล้านปีในการก่อตัวอย่างที่เคยคิดกั...
21/09/2026

🌕 ดวงจันทร์อาจก่อตัวขึ้นภายในเวลาเพียง 5 ชั่วโมง!

ดวงจันทร์อาจไม่ได้ใช้เวลานานนับพันหรือล้านปีในการก่อตัวอย่างที่เคยคิดกัน เพราะการจำลองทางคอมพิวเตอร์ล่าสุดพบว่า ภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง ดวงจันทร์สามารถก่อตัวเป็นก้อนและเข้าสู่วงโคจรรอบโลกได้ภายในประมาณ 5 ชั่วโมงหลังการชน

เมื่อราว 4,500 ล้านปีก่อน โลกในยุคแรกอาจถูกดาวเคราะห์ต้นกำเนิดขนาดใกล้เคียงดาวอังคารที่เรียกว่า “ธีอา” (Theia) พุ่งชนอย่างรุนแรง แรงปะทะทำให้วัสดุจากทั้งสองดาวเคราะห์กระเด็นออกสู่อวกาศ ก่อนรวมตัวกลายเป็นดวงจันทร์

งานวิจัยใหม่พบว่า “อุณหภูมิ” และความแข็งแรงของวัสดุภายในโลกกับธีอาก่อนการชน อาจเป็นปัจจัยสำคัญ หากสภาพเหมาะสม วัสดุสามารถรวมตัวกันอย่างรวดเร็วและก่อตัวเป็นดวงจันทร์ได้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

แต่หากเงื่อนไขแตกต่างออกไป วัสดุอาจกระจายเป็นจานเศษซากรอบโลก และต้องใช้เวลานานกว่าจะรวมตัวเป็นดวงจันทร์

ดังนั้น ดวงจันทร์ที่เราเห็นทุกคืนอาจเป็นผลลัพธ์จาก เหตุการณ์ชนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก และอาจถือกำเนิดขึ้นเร็วกว่าที่เราเคยจินตนาการไว้มาก 🌍💥🌕

งานวิจัยตีพิมพ์ใน The Astrophysical Journal Letters เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026
#สารคดี #สำรวจโลก #สารคดีพากย์ไทย

❤️ขอขอบคุณ โรงเรียนบ้านโพธิ์ทอง และโรงเรียนบ้านคลองทราย ที่เข้ามาใช้บริการ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ อบจ.พช.🙏🏻⏰ เ...
18/09/2026

❤️ขอขอบคุณ โรงเรียนบ้านโพธิ์ทอง และโรงเรียนบ้านคลองทราย ที่เข้ามาใช้บริการ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ อบจ.พช.🙏🏻

⏰ เปิดให้บริการ จันทร์-เสาร์ 08.30 - 16.30 น.
❌❌หยุดทุกวันอาทิตย์❌❌

🤩มาใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เรียนรู้ ค้นพบ และจุดประกายความเป็นนักวิทยาศาสตร์ไปด้วยกัน 🚀
#ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้อบจเพชรบูรณ์ #ศูนย์วิทย์ฯอบจ
#อบจเพชรบูรณ์

🕵‍♀️ไขข้อสงสัย... ทำไม 1 ชั่วโมง มี 60 นาที🕑🕙🕚🕘🕖🕛🕒🕕🕓ในยุคที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยระบบทศนิยมและตัวเลขฐานสิบ เรามักคุ้นเค...
18/09/2026

🕵‍♀️ไขข้อสงสัย... ทำไม 1 ชั่วโมง มี 60 นาที
🕑🕙🕚🕘🕖🕛🕒🕕🕓
ในยุคที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยระบบทศนิยมและตัวเลขฐานสิบ เรามักคุ้นเคยกับการนับจำนวนครั้งละ 10 หรือ 100 เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเงินตรา เปอร์เซ็นต์ หรือหน่วยวัดทางสากล

⌚️ แต่เมื่อก้มมองดูนาฬิกาบนข้อมือหรือหน้าจอโทรศัพท์ เรากลับพบความจริงที่แตกต่างออกไป นั่นคือ 1 ชั่วโมงมี 60 นาที และ 1 นาทีมี 60 วินาที

ตัวเลข 60 นี้กลายเป็นมาตรฐานสากลที่อยู่คู่กับมนุษยชาติมาอย่างยาวนาน โดยที่หลายคนไม่เคยตั้งคำถามว่า ใครเป็นผู้กำหนด และทำไมต้องเป็นเลขนี้

☆☆☆รากฐานจากดินแดนเมโสโปเตเมีย☆☆☆

การมีอยู่ของ 60 นาทีต่อชั่วโมงไม่ใช่คำสั่งจากกษัตริย์องค์ใดองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์ แต่เป็นมรดกทางปัญญาที่ส่งต่อข้ามกาลเวลากว่า 5,000 ปี

เริ่มต้นจากชาวสุเมเรียนในดินแดนเมโสโปเตเมีย (บริเวณลุ่มแม่น้ำไทกริสและยูเฟรติสในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นหนึ่งในอารยธรรมแรกของโลก

พวกเขาได้พัฒนาการบันทึกตัวเลขขึ้นมาเพื่อใช้ในการทำบัญชี จัดเก็บภาษี และการแบ่งสรรปันส่วนที่ดินทำกิน โดยไม่ได้ใช้ระบบนับครบสิบแบบยุคปัจจุบัน แต่เลือกใช้ ระบบเลขฐาน 60 (Sexagesimal System)

⭐️ ต่อมาเมื่ออารยธรรมบาบิโลนเข้ามารับช่วงต่อ พวกเขาได้นำระบบเลขฐาน 60 นี้ไปประยุกต์ใช้อย่างจริงจังในศาสตร์ที่ต้องการความแม่นยำขั้นสูงอย่างดาราศาสตร์และการคำนวณตำแหน่งของดวงดาวบนทรงกลมฟ้า ซึ่งต่อมาได้ถูกเชื่อมโยงเข้ากับการแบ่งช่วงเวลาในแต่ละวัน จนกลายมาเป็นรากฐานของหน่วยเวลาที่เราใช้กันในปัจจุบัน

☆☆☆ความมหัศจรรย์ทางคณิตศาสตร์ของเลข 60☆☆☆

✋️🤚 คำถามสำคัญคือ ในเมื่อมนุษย์มีนิ้วมือรวมกัน 10 นิ้ว และคุ้นเคยกับการคำนวณเลขฐานสิบ ทำไมคนโบราณจึงไม่เลือกใช้เลข 100 เพื่อความง่าย คำตอบซ่อนอยู่ในคุณสมบัติทางคณิตศาสตร์อันโดดเด่นของเลข 60

👩‍🏫 นักคณิตศาสตร์จัดให้เลข 60 เป็นเลขประกอบสูงพิเศษ (Highly Composite Number) เนื่องจากเป็นตัวเลขที่มีตัวหารลงตัวมากถึง 12 จำนวน ได้แก่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 10, 12, 15, 20, 30 และ 60 ในยุคโบราณที่มนุษย์ยังไม่มีเครื่องคิดเลขหรือคอมพิวเตอร์ช่วยคำนวณ ความยืดหยุ่นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด

เมื่อต้องแบ่งเวลา 1 ชั่วโมงออกเป็นส่วนย่อย ระบบเลขฐาน 60 จะให้ผลลัพธ์เป็นจำนวนเต็มที่สวยงามและลงตัวเสมอ ไม่ว่าจะเป็น
🕡 แบ่งครึ่งชั่วโมง ได้ 30 นาที
🕔 แบ่งเป็น 1 ใน 3 ได้ 20 นาที
🕖 แบ่งเป็น 1 ใน 4 ได้ 15 นาที
🕚 แบ่งเป็น 1 ใน 5 ได้ 12 นาที
🕚 แบ่งเป็น 1 ใน 6 ได้ 10 นาที

ลองจินตนาการเปรียบเทียบกับการใช้เลข 100 หากนำมาแบ่งเป็น 3 ส่วนหรือ 6 ส่วน คุณจะต้องเผชิญกับปัญหาเศษส่วนและทศนิยมไม่รู้จบ ซึ่งสร้างความยุ่งยากอย่างมากในการคำนวณ

⌚️ ความพยายามที่จะเปลี่ยนระบบเวลาให้เข้ากับฐานสิบเคยเกิดขึ้นจริงในหน้าประวัติศาสตร์ เช่น ในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศสที่พยายามปรับเวลาให้เป็นระบบทศนิยม หรือความพยายามของนาฬิกายุคใหม่บางแบรนด์ แต่สุดท้ายความพยายามเหล่านี้ก็ต้องพ่ายแพ้ต่อความคุ้นเคยและประโยชน์ใช้สอยที่หยั่งรากลึก

ทุกครั้งที่เราก้มมองนาฬิกา จึงไม่ใช่แค่การเช็กตัวเลขบอกเวลาทั่วไป แต่เรากำลังมองผ่านมรดกทางปัญญาอันทรงคุณค่า ที่มนุษย์ในอดีตได้ร่วมกันออกแบบระบบที่เรียบง่าย ยืดหยุ่น และทรงพลังที่สุด เพื่อให้เราสามารถจัดสรรช่วงเวลาในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัวมาจนถึงปัจจุบัน

The Earth

❤️ขอขอบคุณ โรงเรียนบ้านนาเฉลียง โรงเรียนอนุบาลองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านไร่ โรงเรียนบ้านสระแก้ว ที่เข้ามาใช้บริการ ศูนย์ว...
17/09/2026

❤️ขอขอบคุณ โรงเรียนบ้านนาเฉลียง โรงเรียนอนุบาลองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านไร่ โรงเรียนบ้านสระแก้ว ที่เข้ามาใช้บริการ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ อบจ.พช.🙏🏻

⏰ เปิดให้บริการ จันทร์-เสาร์ 08.30 - 16.30 น.
❌❌หยุดทุกวันอาทิตย์❌❌

🤩มาใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เรียนรู้ ค้นพบ และจุดประกายความเป็นนักวิทยาศาสตร์ไปด้วยกัน 🚀
#ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้อบจเพชรบูรณ์ #ศูนย์วิทย์ฯอบจ
#อบจเพชรบูรณ์

ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกที่นักปีนเขามากมายใฝ่ฝันจะไปพิชิต แท้จริงแล้วคือสุสานโบราณของสัตว์ทะเลนับล้านชีวิต! จุดที่อยู่สูง...
16/09/2026

ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกที่นักปีนเขามากมายใฝ่ฝันจะไปพิชิต แท้จริงแล้วคือสุสานโบราณของสัตว์ทะเลนับล้านชีวิต! จุดที่อยู่สูงที่สุดบนพื้นโลกในวันนี้ ครั้งหนึ่งก็เคยเป็นก้นมหาสมุทรมาก่อน!...

บนจุดที่สูงที่สุดของหลังคาโลก ที่ระดับความสูง 8,849 เมตร มีความลับบางอย่างซุกซ่อนอยู่ใต้ผืนน้ำแข็งและหินผาแห่งนี้ นักธรณีวิทยาเรียกโครงสร้างหินชั้นบนสุดนี้ว่า หมวดหินโชโมลังมา (Qomolangma Formation) ซึ่งพบว่าส่วนประกอบหลักของมันคือ หินปูน (Limestone)

เมื่อนักวิทยาศาสตร์สำรวจและเก็บตัวอย่างหินจากจุดที่อยู่ต่ำจากยอดเขาลงมาเพียง 6 เมตร พวกเขาก็ต้องประหลาดใจ เพราะสิ่งที่ฝังตัวแน่นอยู่ในเนื้อหิน คือฟอสซิลของกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่ไม่ควรจะมาอยู่บนยอดเขาที่หนาวเหน็บแห่งนี้ได้เลย

ซากดึกดำบรรพ์เหล่านั้นคือ ไทรโลไบต์ (Trilobites) หรือสัตว์ทะเลเปลือกแข็งหน้าตาคล้ายแมงดา ไครนอยด์ (Crinoids) ที่รู้จักกันในชื่อพลับพลึงทะเล และสัตว์น้ำจำพวกมีเปลือกขนาดเล็กอย่าง ออสทราคอด (Ostracods)

สัตว์เหล่านี้เคยแหวกว่าย ใช้ชีวิต และสิ้นอายุขัยไป ก่อนที่ซากของพวกมันจะตกลงไปทับถมกันจนกลายเป็นชั้นตะกอน

เหตุการณ์มหากาพย์นี้เกิดขึ้นเมื่อราวๆ 450 ถึง 470 ล้านปีก่อน หรือในช่วง ยุคออร์โดวิเชียน (Ordovician Period)

ในยุคสมัยนั้นพื้นที่ตรงนี้ไม่ได้เป็นภูเขาสูงตระหง่านดันเช่นทุกวันนี้เลย แต่จมอยู่ใต้ผืนน้ำอุ่นของมหาสมุทรเขตร้อนที่ชื่อว่า ทะเลเททิส (Tethys Sea) บริเวณขอบทวีปอินเดียโบราณ

จนเวลาล่วงเลยมามาถึงเมื่อประมาณ 50 ล้านปีก่อน แผ่นเปลือกโลกอินเดียก็ได้เคลื่อนตัวขึ้นไปทางเหนือ แล้วพุ่งเข้าชนกับแผ่นเปลือกโลกยูเรเชียอย่างรุนแรง

แรงปะทะระดับมหาศาลจากการชนกันของมวลแผ่นดินทั้งสอง ค่อยๆ บีบอัดและดันเอาก้นมหาสมุทรดึกดำบรรพ์ให้ยกตัวสูงขึ้น พุ่งทะยานทะลุชั้นเมฆขึ้นไปบนท้องฟ้า จนกลายมาเป็นแนวเทือกเขาหิมาลัยอันยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน

จึงกลายเป็นว่ายอดเขาที่สูงที่สุดในโลกซึ่งนักปีนเขามากมายใฝ่ฝันจะไปพิชิต แท้จริงแล้วคือสุสานโบราณของสัตว์ทะเลนับล้านชีวิต และจุดที่อยู่สูงที่สุดบนพื้นโลกในวันนี้ ครั้งหนึ่งก็เคยเป็นก้นมหาสมุทรมาก่อน

[แหล่งอ้างอิง]

[1] Cottle, J. M., et al. "The structural evolution of the Qomolangma Formation, Mount Everest, Nepal." Journal of Structural Geology, 2020. DOI: 10.1016/j.jsg.2020.104123
[2] Sakai, H., et al. "Geology of the summit limestone of Mount Qomolangma (Everest) and cooling history of the Yellow Band under the Qomolangma detachment." Island Arc, 2005. DOI: 10.1111/j.1440-1738.2005.00499.x
[3] Times of India. "Marine fossils found near Mount Everest summit tell the remarkable story of a vanished ocean." 2026.
[4] Space Daily. "The rocks at the very summit of Mount Everest are limestone formed on an ancient ocean floor." 2026.

#วิทยาศาสตร์ #ธรณีวิทยา #เอเวอเรสต์ #ภูเขาหิมาลัย #ฟอสซิล #ความรู้รอบตัว #สาระน่ารู้ #ธรรมชาติ #การค้นพบ #ประวัติศาสตร์โลก

🚀 SpaceX ไม่ได้กำลังแข่งกันว่า “ใครสร้างจรวดได้ใหญ่กว่า” แต่กำลังเปลี่ยนวิธีเข้าถึงอวกาศจาก Falcon 9 ที่สามารถนำกลับมาใช...
14/09/2026

🚀 SpaceX ไม่ได้กำลังแข่งกันว่า “ใครสร้างจรวดได้ใหญ่กว่า” แต่กำลังเปลี่ยนวิธีเข้าถึงอวกาศ

จาก Falcon 9 ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้
สู่ Falcon Heavy ที่เพิ่มพลังการขนส่งขึ้นไปอีกขั้น
และวันนี้กำลังเดินหน้า Starship + Super Heavy ระบบจรวดขนาดมหึมาที่ออกแบบมาให้กลับมาใช้ซ้ำได้ทั้งระบบ
ถ้าทำสำเร็จ สิ่งที่น่าตื่นเต้นอาจไม่ใช่แค่การไปดวงจันทร์หรือดาวอังคาร 🌕🔴

แต่คือการทำให้ “การเดินทางสู่อวกาศ” กลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้บ่อยขึ้น ราคาถูกลง และเปิดโอกาสให้เกิดธุรกิจใหม่อีกมหาศาล

และวันนี้เรื่องราวของ SpaceX ไม่ได้อยู่แค่ในสนามอวกาศอีกต่อไป
หลัง SpaceX เข้าตลาดหุ้นในปี 2026 นักลงทุนสามารถติดตามบริษัทได้โดยตรงผ่านหุ้น SPCX บน Nasdaq ขณะที่คนที่อยากลงทุนในธีม “Space Economy”

สำหรับคนไทยที่อยากลงทุนในธีมนี้ ปัจจุบันมีทางเลือกผ่านกองทุนในประเทศ เช่น A-JEDI
ที่ลงทุนผ่าน VanEck Space Innovators UCITS ETF

รวมถึงกองทุนอย่าง X-SPACE, LHSPACE-A และ SCBSPACE ซึ่งต่างก็มีนโยบายลงทุนในธีมธุรกิจอวกาศในรูปแบบที่แตกต่างกัน

จาก “จรวด” วันนี้
อาจกำลังกลายเป็น “เศรษฐกิจอวกาศ” ของวันข้างหน้า 🚀

ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

#ลงทุนหุ้นอเมริกา #กองทุนอวกาศ

ที่อยู่

Phetchabun

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 16:30
อังคาร 09:00 - 16:30
พุธ 09:00 - 16:30
พฤหัสบดี 09:00 - 16:30
ศุกร์ 09:00 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์