เว็บไซต์ ติดต่อ พิพิธภัณฑ์

Museum Thailand GPS การท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ แหล่งเรียนรู้ และสถาปัตยกรรม 100 ปีของประเทศไทย
https://www.museumthailand.com www.museumthailand.com

MuseumThailand.com คือ GPS ของการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ เปิดประตูสู่พิพิธภัณฑ์หลากหลายทั่วไทย สังคมออนไลน์ของผู้ที่รักการเดินทางและการเรียนรู้ในฐานะ "เพื่อนเรียนรู้ คู่หูนักเที่ยว"
ถ้าพร้อมแล้วคลิ๊กเลย!

คริสตจักรที่ ๑ เชียงใหม่โบสถ์ไม้สักริมปิงกับ 'จุดเริ่มต้น' ที่ล้านนาไม่มีวันลืมพ.ศ.2411ปลายปี พ.ศ.2407 ชายชาวอเมริกันคนห...
14/10/2026

คริสตจักรที่ ๑ เชียงใหม่
โบสถ์ไม้สักริมปิงกับ 'จุดเริ่มต้น' ที่ล้านนาไม่มีวันลืม
พ.ศ.2411
ปลายปี พ.ศ.2407 ชายชาวอเมริกันคนหนึ่งเดินทางขึ้นเหนือจากกรุงเทพฯ ล่องเรือตามลำน้ำเจ้าพระยามาขึ้นที่เมืองตาก แล้วต่อด้วยช้างฝ่าแก่งหินของแม่น้ำปิง รอนแรมร่วมห้าสิบวันกว่าจะถึงเชียงใหม่ ชื่อของเขาคือ ดาเนียล แมคกิลวารี (Daniel McGilvary )และการมาเยือนครั้งนั้นคือจุดเริ่มการเปลี่ยนภูมิทัศน์ความเชื่อของชาวล้านนาไปอย่างถาวร
สิ่งที่ทำให้อาคารหลังนี้น่าสนใจไม่ใช่เพราะความเป็น "ตึกฝรั่ง" แม้จะได้ชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมยุโรปหลังแรกของเชียงใหม่ก็ตาม หากเป็นเพราะไม่ได้เป็นฝรั่งทั้งหมด ผังของโบสถ์ยืมโครงสร้างวิหารหลวงแบบล้านนามาใช้ มีการย่อมุขหน้าสามหลังสอง และยกหอระฆังขึ้นเหนือมุขด้านหน้า ช่างไม้ท้องถิ่นจึงได้เล่าภาษาสถาปัตยกรรมที่ตนคุ้นเคยให้กับศาสนาที่เพิ่งมาถึงใหม่ การพบกันระหว่างไม้สักกับไม้กางเขนนี้เอง ที่ทำให้โบสถ์กลายเป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมโบสถ์คริสต์ทั่วภาคเหนือในเวลาต่อมา
พ.ศ.2558 อาคารหลังนี้ยังได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทอาคารปูชนียสถานและวัดวาอาราม จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ เสมือนเป็นการยืนยันว่าโบสถ์ไม้สักริมปิงหลังนี้ยังคงเป็นจุดเริ่มต้นที่คนล้านนาไม่มีวันลืม
#ล้านนาในศตวรรษแห่งการเปลี่ยนผ่าน #สถาปัตยกรรม100ปีภาคเหนือ #คริสตจักรที่๑เชียงใหม่ #สถาปัตยกรรม100ปีเชียงใหม่

13/10/2026

วันนวมินทรมหาราช

๑๓ ตุลาคม วันคล้ายวันสวรรคต

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม)

10/10/2026

🏚 อาคารไม้สักสองชั้นสีเหลืองชื่อ “กิติพานิช” ตั้งอยู่บนถนนท่าแพ ถนนสายสำคัญของเชียงใหม่ สร้างขึ้นเมื่อปี 2431 ในช่วงเศรษฐกิจภาคเหนือในยุครุ่งเรืองจากการค้าไม้และการติดต่อกับโลกภายนอก เดิมเป็นห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของเชียงใหม่ชื่อ ‘ห้างย่งไท้เฮง’ ปัจจุบันเปิดดำเนินการเป็นร้านอาหาร ภายใต้การดูแลของทายาทรุ่นที่ 5
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่👉 https://www.museumthailand.com/thaiarch100yrs/kitipanit
#ล้านนาในศตวรรษแห่งการเปลี่ยนผ่าน #สถาปัตยกรรม100ปีภาคเหนือ #กิติพานิช #สถาปัตยกรรม100ปีเชียงใหม่

08/10/2026

ทรงพระเจริญ
๘ ตุลาคม วันคล้ายวันประสูติ
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด เกล้ากระหม่อม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม)

🏆 "Night at the Museum Festival 2025" คว้ารางวัล Gold Award จากเวที IFEA 2026 🌎โดยการสนับสนุนจาก MICE Central & Eastern ...
07/10/2026

🏆 "Night at the Museum Festival 2025" คว้ารางวัล Gold Award จากเวที IFEA 2026 🌎
โดยการสนับสนุนจาก MICE Central & Eastern TCEB สำนักฯ ภาคกลางและภาคตะวันออก
สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ และภาคีเครือข่ายพันธมิตร ภูมิใจกับความสำเร็จของ งานเทศกาลท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน (Night at the Museum Festival 2025) ที่คว้ารางวัล Gold Award ในประเภท Best Nighttime Economy Event จากเวที 2026 IFEA/HAAS & WILKERSON PINNACLE AWARDS COMPETITION โดย International Festivals and Events Association - IFEA
✨ งานเทศกาลฯ จัดขึ้นในปี 2025 ภายใต้แนวคิด “Bloom into the Night: Night at the Museum, where culture comes” โดยมี 53 พิพิธภัณฑ์ ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์และอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมไทย ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์หลากหลายในยามค่ำคืน
ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนศักยภาพของ เทศกาลไทยและอุตสาหกรรมไมซ์ ในการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างสรรค์เป็นประสบการณ์ใหม่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้ กระตุ้นการใช้จ่าย และสร้างรายได้หมุนเวียนสู่พิพิธภัณฑ์และชุมชนโดยรอบ
🙏ขอขอบคุณ MICE Central & Eastern และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันรังสรรค์งานเทศกาลอันทรงคุณค่า และร่วมผลักดันศักยภาพของประเทศไทยสู่การยอมรับในเวทีนานาชาติ 💙 จากพิพิธภัณฑ์ไทย สู่เวทีเทศกาลนานาชาติระดับโลก

🏆🌏 ขอแสดงความยินดี! “Night at the Museum Festival 2025” คว้ารางวัล Gold Award จากเวที IFEA 2026

💙 ทีเส็บ สำนักฯ ภาคกลางและภาคตะวันออก ขอแสดงความยินดีกับสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ และภาคีเครือข่ายพันธมิตรทุกภาคส่วน กับความสำเร็จของ งานเทศกาลท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน (Night at the Museum Festival 2025) ที่คว้ารางวัล Gold Award ในประเภท Best Nighttime Economy Event จากเวที 2026 IFEA/HAAS & WILKERSON PINNACLE AWARDS COMPETITION โดย International Festivals and Events Association - IFEA

✨ งานเทศกาลฯ จัดขึ้นในปี 2025 ภายใต้แนวคิด “Bloom into the Night: Night at the Museum, where culture comes” โดยมี 53 พิพิธภัณฑ์ ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์และอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมไทย ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์หลากหลายในยามค่ำคืน

ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนศักยภาพของ เทศกาลไทยและอุตสาหกรรมไมซ์ ในการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างสรรค์เป็นประสบการณ์ใหม่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้ กระตุ้นการใช้จ่าย และสร้างรายได้หมุนเวียนสู่พิพิธภัณฑ์และชุมชนโดยรอบ

🌟 ขอแสดงความยินดีกับ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันรังสรรค์งานเทศกาลอันทรงคุณค่า และร่วมผลักดันศักยภาพของประเทศไทยสู่การยอมรับในเวทีนานาชาติ

💙 จากพิพิธภัณฑ์ไทย สู่เวทีเทศกาลนานาชาติระดับโลก

กิติพานิชอาคารโมเดิร์นล้านนาที่พูดได้หลายภาษาบทความพิเศษ: ปรามินทร์ เครือทองสถานที่: อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ประเภท: ...
07/10/2026

กิติพานิช
อาคารโมเดิร์นล้านนาที่พูดได้หลายภาษา
บทความพิเศษ: ปรามินทร์ เครือทอง
สถานที่: อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
ประเภท: อาคารพานิชย์
ปี: ๒๔๓๑
โคโลเนียล โดยบริษัทเอกชน
เราอาจเข้าใจผิดว่าการล่าอาณานิคม คือความพยายามจะแผ่ขยายดินแดนในเครือจักวรรดิอังกฤษ โดยรัฐบาลอังกฤษ (British Crown government) ซึ่งไม่ถูกทั้งหมด เพราะการดำเนินการบุกรุกยึดครองพื้นที่ทางการค้า โดยเฉพาะใน อินเดีย พม่า มาเลเซีย ดำเนินการโดย บริษัทอีสต์ อินเดีย คอมปานี (British East India Company) ซึ่งได้รับพระบรมราชานุญาตของราชบัลลังก์อังกฤษ แต่ดำเนินงานค่อนข้างเป็นอิสระจากรัฐบาลอังกฤษ มีลักษณะเป็น "รัฐโดยบริษัทเอกชน" (Company – State) เน้นการยึดครองพื้นที่ทางการค้าและตั้งสถานีการค้าขึ้น โดยเฉพาะเมืองท่าทางทะเล
ดังนั้นคำว่า "อาณานิคม" ในยุคนี้ จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อความแผ่ขยายความยิ่งใหญ่ของ "Great Britain" แต่ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัทอีสต์ อินเดีย คอมปานี คือทำหน้าที่เป็นตัวแทนการค้า สูบทรัพยากร แสวงหากำไรจากสินค้าที่ตลาดโลกต้องการ เช่น เครื่องเทศ ผ้าฝ้าย ชา ฝิ่น และไม้สัก รวมทั้งการส่งออกวัฒนธรรม "โคโลเนียล" ในดินแดนที่ยึดครอง
จนกระทั่งในปี ๒๔๐๑ เกิดการลุกฮือในอินเดียเพื่อต่อต้านการปกครองของ บริษัทอีสต์ อินเดีย คอมปานี ในเหตุการณ์ที่เรียกว่า Indian Rebellion of 1857 รัฐบาลอังกฤษจึงยึดคืนอำนาจของ บริษัทอีสต์ อินเดีย คอมปานี หลังจากดำเนินการมามากกว่า ๒๐๐ ปี และเข้าปกครองดินแดนอาณานิคมแทน
เจ้าหลวง อังกฤษ สยาม การเผชิญหน้าของ ๓ อำนาจ ในธุรกิจไม้สัก
แม้ว่าบริษัท อีสต์ อินเดีย คอมปานี จะหมดอำนาจไปแล้ว แต่ได้วางรากฐานอำนาจไว้อย่างมั่นคงในพม่า ที่เมืองย่างกุ้ง ตะนาวศรี โดยเฉพาะมะละแหม่ง ซึ่งเปรียบเสมือนเมืองหลวงแห่งการค้าไม้ในลุ่มน้ำสาละวิน ทำให้รัฐบาลอังกฤษเข้ามาสานต่อได้ในทันที
ในยุคต้นของอุตสาหกรรมค้าไม้สัก รัฐบาลสยามยังไม่มีส่วนแบ่งใด ๆ จากผลประโยชน์ก้อนนี้ ผู้รับผลประโยชน์คือเจ้าของป่าซึ่งถูกแบ่งเป็นแปลง โดยมีเจ้าญาติและเจ้าหลวงถือกรรมสิทธิ์เป็นส่วนใหญ่จนกระทั่งเกิดข้อพิพาทระหว่างผู้เช่าป่าไม้หรือผู้รับสัมปทาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนในบังคับอังกฤษ ชาวพม่า มอญ ไทใหญ่ ปะโอ เนื่องจากมีการออกใบอนุญาตซ้ำซ้อน การผิดสัญญา เกิดเป็นคดีความขึ้นมากมาย
จนต้องทำสนธิสัญญากันระหว่างรัฐบาลอังกฤษกับรัฐบาลสยามขึ้น ๒ ฉบับ ครอบคลุมพื้นที่เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน ฉบับแรกในปี ๒๔๑๖ (1874) เน้นแก้ไขปัญหข้อพิพาทระหว่างคนในบังคับอังกฤษกับคนพื้นเมืองล้านนาเป็นหลัก และจากสนธิสัญญาฉบับนี้ทำให้รัฐบาลสยามส่ง “ข้าหลวง” ไปประจำเมืองเชียงใหม่ ซึ่งก็เป็นจุดเริ่มต้นในการรวมอาณานิคมล้านนาให้เป็นของสยามโดยสมบูรณ์ในเวลาต่อมา
ฉบับที่ ๒ ปี ๒๔๒๖ (1883) มีเนื้อหาเกี่ยวโยงไปถึงอุตสาหกรรมทำไม้ในล้านนา ที่กำหนดเงื่อนไขมากขึ้นจนคนทำไม้เดิมชาวพม่า มอญ ไทใหญ่ ปะโอ จีน และอังกฤษ ที่เป็นการค้าระหว่างบุคคลต่อบุคคลไม่ใช่ในรูปบริษัท เกิดความยุ่งยากในการขออนุญาตมากขึ้น เปิดโอกาสให้ "บริษัทฝรั่ง" ทุนใหญ่เข้ามาผูกขาดการค้าไม้ไปเกือบทั้งหมด คนทำไม้ชาวพม่า ไทใหญ่ ต้องเปลี่ยนเป็นผู้รับเหมาช่วง (Sub – Contractor) ให้กับบริษัทฝรั่งแทน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญงาน “ในป่า” มากกว่า
ท่าแพ "บูม" ยุคค้าไม้
ถนนท่าแพเป็นถนนนอกกำแพงเมืองด้านตะวันออก ตัดตรงไปยังแม่น้ำปิง เป็นทำเลที่ดีที่สุดนอกกำแพงเมือง เดิมเป็นที่อาศัยของกลุ่มชาวเชียงแสนที่ถูกกวาดต้อนมาในยุคก่อน ต่อมาคหบดีชาวพม่า ไทใหญ่ ปะโอ ที่ร่ำรวยจากการทำไม้ ซึ่งเป็นคนในบังคับอังกฤษหรือคนที่ได้รับการคุ้มครองจากรัฐบาลอังกฤษ (British subjects) ได้เข้ามาซื้อที่ปลูกสร้างที่อยู่อาศัยและเปิดร้านค้าบนถนนท่าแพ แม้มีสิทธิซื้อ - ขาย ที่ดินได้ ตามสนธิสัญญาเบาว์ริง แต่ยังมีกฏเกณฑ์ที่กีดกันคนต่างชาติ รวมทั้งคนในบังคับ ไม่ให้อยู่อาศัยในเขตกำแพงเมือง ดังนั้นย่านท่าแพที่อยู่ระหว่างกำแพงเมืองกับแม่น้ำปิงจึงกลายเป็นทำเลที่เหมาะสมที่สุด
ความรุ่งเรืองมั่งคั่งของพม่า ไทใหญ่ ปะโอ ซึ่งมาจากการทำไม้และการค้าขายทางบกเชื่อมต่อกับเชียงใหม่ มะละแหม่งจนถึงยูนาน ความมั่งคั่งนี้ได้ทิ้งร่องรอยทางสถาปัตยกรรมจากลุ่มน้ำสาละวิน ผ่านการพัฒนาและสร้างวัดขึ้นหลายวัดในย่านนี้ เช่น วัดอุปคุต วัดบุปผาราม วัดเชตะวัน วัดแสนฝาง ก่อนจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคของชาวจีน
ท่าแพเปลี่ยนมือสู่ยุคการค้า "แบบจีน"
ในอุตสาหกรรมค้าไม้ "ชาวจีน" ไม่ใช่ผู้เล่นหลักตั้งแต่ต้น แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจของเชียงใหม่ ได้ดึงดูดชาวจีนมาจากทั่วสารทิศ ทั้งหัวเมืองใกล้เคียง แผ่นดินใหญ่ และจากเครือข่ายชาวจีนในกรุงเทพฯ ผ่านเส้นทางการค้าบนแม่น้ำปิง ช่วงเวลานี้การค้าไม้ของบริษัทฝรั่งเริ่มขยายจากเมืองมะละแหม่งมายังเชียงใหม่ เพื่อส่งต่อท่อนซุงไปยังกรุงเทพฯ ทำให้การเชื่อมต่อระหว่างเชียงใหม่ - กรุงเทพฯ ไม่ได้มีเพียงแต่ท่อนซุงเท่านั้น พ่อค้าชาวจีนก็เริ่มขึ้นล่องนำสินค้ากรุงเทพฯ มาขายเชียงใหม่มากขึ้น
ชาวจีนเป็นพ่อค้าที่มีความถนัดเป็นพิเศษเรื่องการค้า การตลาด การลงทุน มีเงินทุนหมุนเวียนสูง มีเครือข่ายการค้าที่แข็งแกร่งผ่านระบบตระกูลแซ่ สมาคม ศาลเจ้า และเครือข่ายชาวจีนในกรุงเทพฯ พ่อค้าชาวจีนยังสามารถการสร้าง "คอนเนคชั่น" กับ "อำนาจ" ในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี ชาวจีนบางคนได้รับความเชื่อใจให้เป็นเจ้าภาษีนายอากรทำหน้าที่เก็บภาษีแทนรัฐบาลสยามผ่านการประมูลภาษี เช่น ภาษีบ่อนเบี้ย สุรา หวย ฝิ่น ฯ และเจ้าภาษีนายอากรเหล่านี้เองที่ต่อมาเป็นเจ้าของที่ดินหลายแปลงบนถนนท่าแพ
กลุ่มพ่อค้าชาวจีน เริ่มต้นตั้งหลักแหล่งเป็นกลุ่มเป็นก้อนที่ "ชุมชนวัดเกต" ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง ซึ่งได้ทิ้งร่องรอยสถาปัตยกรรมแบบท้องถิ่นผสมจีนไว้ในย่านนี้อย่างชัดเจน รวมถึงที่วัดเกตการาม ก่อนจะขยับขยายเข้าสู่ย่านท่าแพ ทำการค้าแข่งขันกับพ่อค้าพม่า ไทใหญ่ ปะโอ ผู้เป็นเจ้าตลาดดั้งเดิม ด้วยความชำนาญทางการค้า และเงินทุนหมุนเวียนที่แข็งแรงกว่า เป็นเหตุให้พ่อค้าพม่า ไทใหญ่ ปะโอ ค่อย ๆ น้อยลงไปจากย่านท่าแพ ทดแทนด้วยพ่อค้าชาวจีนที่เพิ่มมากขึ้น เฮือนแป อาคารพานิชย์ ของชาวจีนจึงเริ่มผุดขึ้นมาบนถนนท่าแพ รวมทั้ง "ห้างกิติพานิช" ซึ่งเริ่มเปิดกิจการค้าขายในช่วงเวลานี้ด้วย
สถาปัตยกรรมอาคารกิติพานิช
อาคารกิติพานิช เป็นอาคารสองชั้นก่ออิฐฉาบปูน วางตัวแนวเหนือ-ใต้ เฉียงออกทางขวาเล็กน้อยตามแนวถนน ตัวอาคารทาสีมัสตาร์ดตัดกับสีไม้สักเข้ม หลังคาจั่วด้านหน้าแยกออกมาจากหลังคาจั่วหลักที่วางแกนตะวันออก-ตก ตามแนวถนน ลักษณะเด่นชัดคือ จั่วด้านหน้านี้มีถึง ๓ จั่ว ที่ยอดจั่วและปลายปั้นลมมี “สรไน” ตามแบบเรือนขนมปังขิง รูปแบบหน้าจั่ว ๓ จั่วนี้ถูกนำไปใช้อีกครั้งที่บ้านหม่องโง่ยซิ่น กาดกองต้า จังหวัดลำปาง
นอกจากนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือหน้าจั่วสองข้างของหลังคาหลักแนวขวางตามแนวถนนเป็นรูปนกยูง ยืนอยู่บนสัญลักษณ์รูปวงกลม การใส่สัญลักษณ์ไว้ในตำแหน่งที่สำคัญเช่นนี้ ย่อมมีความหมายอันมงคลแฝงไว้มากกว่าการประดับเพื่อความสวยงาม หากตีความตามความเชื่อของชาวจีนจะหมายถึงอำนาจและความรุ่งเรือง ส่วนความเชื่อฝ่ายพม่านกยูงคือสัญลักษณ์ประจำราชวงศ์คองบอง หมายถึง อำนาจ วาสนา บารมี
หน้าบันที่จั่วประธานฝั่งถนน ด้านหน้าเป็นตราสัญลักษณ์ไม้แกะสลักลายเถาสมมาตร มีริบบิ้นพาดยาวแบบอังกฤษ แต่ไม่ใช่ตราอาร์ม (Coat of Arms) ซึ่งมักใช้เป็นตราประจำราชวงศ์ หรือตราประจำองค์กร เพราะภายในริบบิ้นมีตัวอักษรเลือนลางน่าจะเป็นตัวอักษรชื่อห้างรุ่นแรกคือ "ย่งไทเฮง" องค์ประกอบหน้าจั่วลักษณะนี้มักใช้เป็นตราสัญลักษณ์ของอาคารสำคัญในยุโรป แต่กิติพานิชนำมาใช้ในจุดที่เป็นมุมมองหลักแบบตั้งใจ เพื่อแสดงความเป็น "ห้างค้าปลีกสมัยใหม่" (Modern Trade) ป้ายหน้าจั่วนี้จึงทำหน้าที่เป็นป้ายทางการค้า (Commercial Pediment) หรือ "โลโก้" ในปัจจุบันนั่นเอง
ประตูทางเข้าหลักมีซุ้มโค้งประดับลูกกรงแนวดิ่ง ในขณะที่ประตูทั้ง ๕ บาน ชั้นบนมีซุ้มโค้งลายฉลุไม้ลายเถาก้นหอยแบบวิกตอเรียสะท้อนฝีมือช่างพม่า ที่มักพบเห็นได้ในวัดพม่าของล้านนา
ชั้นบนมีราวกันตกและระเบียงรอบแบบเรือนมิชชันนารี เหนือระเบียงขึ้นไปใต้จั่วประธานประดับด้วยระแนงไม้แบบโก่งคิ้วของพม่า ใต้ชายคามีไม้แกะสลักตกแต่งแบบเรือนขนมปังขิง
ภายในเป็นเครื่องไม้ทั้งหมด ช่างไม้ได้สร้างองค์ประกอบไม้อย่างมีเหตุผล ทำให้ดูแข็งแรงแน่นหนารับกับอาคารทรงทึบตันภายนอก ตงไม้ถี่มีไม้ค้ำตงถี่รองรับพื้นชั้นบนอย่างแข็งแรง ลายสลับของตงทำให้ดูเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่ภายในมากกว่าการโชว์โครงสร้างภายในอาคาร
พื้นที่ภายในโดยรอบแบ่งการใช้สอยด้วยฝาไม้เข้าลิ้นแนบสนิท มีราวบันไดเจาะช่องรูปสี่เหลี่ยมปลายมน เชื่อมโยงกับลายราวกันตกของระเบียงชั้นสอง บางจังหวะใช้ไม้ระแนงลายก้างปลาแบ่งพื้นที่ให้ความโปร่งแทนผนังทึบตัน จากภายในจะมองเห็นลายฉลุเหนือกรอบประตู และจุดอื่น ๆ ช่วยลดความ "หนัก" ของงานโครงสร้างไม้ได้อย่างดี
ด้านหลังของชั้นล่างเป็นลานโล่งปิดล้อมด้วยตัวอาคาร (Courtyard) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอาคารบ้านเรือนแบบจีน เป็นพื้นที่ใช้งานอเนกประสงค์ และเป็นพื้นที่ระบายลมของอาคารพาณิชย์ที่ปลูกในพื้นที่ติดกัน
กิติพานิชถือเป็นอาคารที่เลือกใช้ (Eclecticism) องค์ประกอบมาจากหลายวัฒนธรรมมาประกอบร่างได้อย่างลงตัว ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป เป็นอาคารที่ดูรวม ๆ เป็นตะวันตก เมื่อดูมุมสูงจะเห็นล้านนา เมื่อดูใกล้จะเห็นพม่า เมื่อดูละเอียดจะเห็นความเป็นจีน นี่คือจุดบรรจบของงานฝีมือและวัฒนธรรมที่หลากหลายของกิติพานิชในยุคโมเดิร์นล้านนา
#ล้านนาในศตวรรษแห่งการเปลี่ยนผ่าน #สถาปัตยกรรม100ปีภาคเหนือ #กิติพานิช #สถาปัตยกรรม100ปีเชียงใหม่

06/10/2026

จังหวัดเชียงใหม่ อดีตเมืองหลวงแห่งอาณาจักรล้านนา ย้อนกลับไป 100 ปีเมื่อล้านนาเปิดรับการเข้ามาของโลกตะวันตก ก่อให้เกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อรูปแบบสถาปัตยกรรมและงานช่างอันงดงาม เชียงใหม่มีสถาปัตยกรรม 100 ปี จำนวนกว่า 160 แห่ง และมีสถาปัตยกรรมทรงคุณค่า 29 แห่ง ที่ห้ามพลาด จะมีที่ไหนบ้างดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: 👉www.museumthailand.com/thaiarch100yrs
#ล้านนาในศตวรรษแห่งการเปลี่ยนผ่าน #สถาปัตยกรรม100ปีภาคเหนือ #สถาปัตยกรรม100ปีเชียงใหม่

📍ชวนเรียนรู้ "สรรพวิทยา" อันหลากหลายใน "วัดโพธิ์" มหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกของไทยที่เดินเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ ________________...
30/09/2026

📍ชวนเรียนรู้ "สรรพวิทยา" อันหลากหลายใน "วัดโพธิ์"
มหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกของไทยที่เดินเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ
________________________________________

ถ้าพูดถึง "วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม" หรือที่คุ้นหูกันในชื่อ "วัดโพธิ์" ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้นองค์พระนอนองค์ใหญ่ หรือไม่ก็แลนด์มาร์กสุดฮิตของนักท่องเที่ยวทั่วมุมโลก แต่รู้ไหมว่า ประตูของวัดบานนี้ไม่ได้เพิ่งเปิดต้อนรับผู้คนในยุคนี้เท่านั้น หากแต่เปิดต้อนรับ "แขกบ้านแขกเมือง" มาเนิ่นนานตั้งแต่ในอดีต ตั้งแต่ยุคที่ผู้คนเดินทางมาค้าขาย แลกเปลี่ยนสินค้าสำเภา และติดต่อราชสำนัก จนถึงปัจจุบันที่เปลี่ยนผ่านสู่การเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้เรื่องราวภูมิปัญญาของไทยที่ทรงคุณค่าระดับโลก
Museum Thailand จะขออาสาพาทุกคนไปสวมวิญญาณนักสำรวจ เดินตามรอยเส้นทางขุมทรัพย์ภูมิปัญญาที่อัดแน่นไปด้วย "สรรพวิทยา" แบบจัดเต็ม‼️
#วัดโพธิ์ #เที่ยวมิวเซียม #มิวเซียมวัดโพธิ์ #วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม #พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติหกรอบ ร.9 #ห้องจัดแสดงเครื่องถ้วยและเครื่องแก้ว #พิพิธภัณฑ์เครื่องมุก #พิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุพระมหาเจดีย์สี่รัชกาล #พิพิธภัณฑ์นวดไทย

29/09/2026

🏛️ ร้อยปี มีเรื่องเล่า : Architecture • City • Creative

ชวนมอง “สถาปัตยกรรม” ให้มากกว่าสิ่งปลูกสร้าง กับเรื่องราวของ เมือง ผู้คน และทุนทางวัฒนธรรม ที่สามารถต่อยอดสู่การเรียนรู้และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

📍 กิจกรรมเสวนาออนไลน์
📅 วันอังคารที่ 29 กันยายน 2569
⏰ เวลา 13.30–15.00 น.
📱 Facebook LIVE : Museum Thailand

🎙️ ร่วมเสวนาโดย
• รองศาสตราจารย์ ดร.ชาญณรงค์ ศรีสุวรรณ
• นางสาวภัทราภรณ์ ไพศูนย์
• นายประชา สุขสบาย
• นางสาวขวัญชนก ตายัง

ภายใต้ โครงการพัฒนาฐานข้อมูลสถาปัตยกรรม 100 ปีภาคเหนือ สู่การสร้างสรรค์การท่องเที่ยวเชิงแหล่งเรียนรู้

ร้อยปี มีเรื่องเล่า — เพราะเมืองทุกเมือง มีเรื่องราวให้ค้นพบ


#ศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนาเชียงใหม่
#ร้อยปีมีเรื่องเล่า #สถาปัตยกรรม100ปีภาคเหนือ

📍13.30 น. วันนี้ ห้ามพลาด‼️ FB live“ร้อยปี มีเรื่องเล่า : Architecture • City • Creative”
29/09/2026

📍13.30 น. วันนี้ ห้ามพลาด‼️ FB live
“ร้อยปี มีเรื่องเล่า : Architecture • City • Creative”

📢 ขอเชิญร่วมฟัง online Talk
“ร้อยปี มีเรื่องเล่า : Architecture • City • Creative”
จากสถาปัตยกรรม 100 ปี
สู่การสร้างสรรค์เมืองและการท่องเที่ยวเชิงแหล่งเรียนรู้
วิทยากร
🔹รศ.ดร.ชาญณรงค์ ศรีสุวรรณ
ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมและการอนุรักษ์เมือง ศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนา
อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
🔹ภัทราภรณ์ ไพศูนย์
รองผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
สำนักงานลำปาง
🔹ประชา สุขสบาย
ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเครือข่ายพิพิธภัณฑ์
สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ
📍29 กันยายน 2569 l 13.30 - 15.00 น.
Online ผ่าน FB Live : Museum Thailand
#ศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนาเชียงใหม่ #ร้อยปีมีเรื่องเล่า #สถาปัตยกรรม100ปีภาคเหนือ

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Museum Thailand โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ พิพิธภัณฑ์

ส่งข้อความของคุณถึง Museum Thailand:

ทางลัด

แชร์

หมวดหมู่