Museum Siam ให้ทุกการเรียนรู้ สนุกกว่าที่คิด www.museumsiam.org
Tel. (+66)2-225-2777
(11114)

“มิวเซียมสยาม” พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งแรกที่เน้นการสร­้างประสบการณ์สดใหม่ในการชมพิพิธภัณฑ์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นต้นแบบของแหล่งเร­ียนรู้ที่น่ารื่นรมย์ และช่วยยกระดับมาตรฐานการจัดการเรียนรู้ใน­รูปแบบใหม่ ให้กับประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนไทยเกี่ยวกับการสร้า­งสำนึกในการรู้จัก ตนเอง รู้จักเพื่อนบ้าน และรู้จักโลก รวมถึงการสร้าง “แนวคิดและภาพลักษณ์ใหม่” ของพิพิธภัณฑ์ในสังคมแห่งการเรียนรู้ ผ่านเทคโ

นโลยีสมัยใหม่ และกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อให้การเรียนรู้ประวัติศาสตร์และเรื่อ­งราวต่างๆ เป็นไปอย่างสนุกสนานยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด "Play + Learn = เพลิน" ที่จะทำให้ทุกการเรียนรู้ สนุกกว่าที่คิด...

🗓️✨ UPCOMING EVENTS | ปักหมุดกิจกรรมน่าสนใจประจำเดือนมิถุนายน 2569 ที่มิวเซียมสยาม! ✨🗓️ต้อนรับเดือนใหม่ด้วยความรู้และควา...
01/06/2026

🗓️✨ UPCOMING EVENTS | ปักหมุดกิจกรรมน่าสนใจประจำเดือนมิถุนายน 2569 ที่มิวเซียมสยาม! ✨🗓️
ต้อนรับเดือนใหม่ด้วยความรู้และความสนุกแบบจัดเต็ม! มิวเซียมสยามชวนทุกคนมาอัปเดตสกิลและเปิดโลกการเรียนรู้ไปกับ 2 กิจกรรมไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด จะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลยครับ 👇
🔴 1. Activity Series:
"PIGMENTED DNA: The Alchemical History of Life
เล่นแร่แปรสี : หอยและ ประวัติศาสตร์มีสี"
▶️มาร่วมเดินทางย้อนเวลาไปเจาะลึกเรื่องราวของสีสัน ประวัติศาสตร์ และศาสตร์แห่งการแปรธาตุที่ซ่อนอยู่รอบตัวเรา
🗓️ วันจัดกิจกรรม: 6 มิถุนายน 2569
⏰ เวลา: 13.00 - 17.00 น.
📍 สถานที่: ณ ห้องอเนกประสงค์ มิวเซียมสยาม
🔴 2. Museum Academy 2026:
"Creating Chatbots for museum communication (Beginner)
การสร้างแชทบอทเพื่อการสื่อสารในพิพิธภัณฑ์ (ระดับเริ่มต้น)"
▶️เวิร์กชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับผู้ที่สนใจพัฒนางานสื่อสารในพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีแชทบอท เรียนรู้เข้าใจง่ายแบบจับมือทำตั้งแต่นับหนึ่ง
🗓️ วันจัดกิจกรรม: 10 - 11 มิถุนายน 2569
⏰ เวลา: 08.30 - 17.30 น.
📍 สถานที่: ณ ห้องอเนกประสงค์ มิวเซียมสยาม
แล้วมาพบกันที่มิวเซียมสยามนะครับ! 🏛️💛

#เล่นแร่แปรสี #พื้นที่การเรียนรู้ #มิวเซียมสยาม

🌈 Pride Month 2026 [ ]   Pride Month ไม่ได้เป็นเพียงช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ แต่ยังเป็นโอกาสในการย้อนม...
01/06/2026

🌈 Pride Month 2026 [ ] Pride Month ไม่ได้เป็นเพียงช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ แต่ยังเป็นโอกาสในการย้อนมองประวัติศาสตร์ของผู้คนซึ่งเคยถูกกดทับและทำให้เงียบหายจากสังคม
🕯️ “อัตลักษณ์ใต้เงาสงคราม” ในคอลัมน์ Muse Around the World ชวนสำรวจประวัติศาสตร์ LGBTQ+ จากวัตถุประวัติศาสตร์ในยุโรปช่วงก่อนและระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2
⛓️ เอกสารทางการแพทย์ รายงานตำรวจ และสัญลักษณ์บนเครื่องแบบนักโทษ เผยเรื่องราวของอำนาจรัฐ ความกลัว และการมีตัวตนในสังคมสมัยใหม่ได้อย่างคาดไม่ถึง
🔎 อ่านบทความเต็มได้ที่ museumsiam.org/MuseAroundTheWorld_ShadowOfWar
Pride Month is not only a time of celebration, but also a moment to reflect on the histories of people whose lives and identities were once suppressed, monitored, and pushed to the margins of society
🕯️ “Identities in the Shadow of War” in Muse Around the World explores LGBTQ+ history through historical objects from Europe before and during the Second World War.
⛓️ A medical document, a police report, and a symbol stitched onto a prison uniform reveal unexpected stories of fear, control, and the struggle to exist in modern society.
🔎 Read the full article at museumsiam.org/MuseAroundTheWorld_ShadowOfWar


#ให้ทุกการเรียนรู้สนุกกว่าที่คิด

✨ ประกาศผลการคัดเลือก ✨ข้อเสนอโครงการรับทุนสนับสนุนการทำงาน“แผนงานพัฒนาพิพิธภัณฑ์เพื่อรองรับสังคมสูงวัย พ.ศ. 2569”ความร่...
31/05/2026

✨ ประกาศผลการคัดเลือก ✨
ข้อเสนอโครงการรับทุนสนับสนุนการทำงาน
“แผนงานพัฒนาพิพิธภัณฑ์เพื่อรองรับสังคมสูงวัย พ.ศ. 2569”
ความร่วมมือระหว่าง Museum Siam × British Council Thailand 🤝
💛 พิพิธภัณฑ์บำรุงใจ ผู้สูงวัยบางกอกน้อย
🎮 สูงวัยติดเกม - ทำกันเอง เล่นกันเอง นักเลงพอ
📷 สูงวัยเล่าเมือง: Living Gallery Chiang Kham
🌾 คติชนสรรค์สร้างพลังผู้สูงวัย
🗣️ สิ่งที่เราพูดถึงเมื่อเราพูดถึงศิลปะ
จากกระบวนการอบรม พัฒนาแนวคิด และแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ร่วมกันตลอดโครงการ
เราได้เห็นพลังของคนทำงานสร้างสรรค์จากหลากหลายพื้นที่ ที่กำลังร่วมกันตั้งคำถามใหม่ต่อบทบาทของพิพิธภัณฑ์ ศิลปะ วัฒนธรรม และการเรียนรู้ ในสังคมสูงวัยร่วมสมัย 🌿 ขอขอบคุณทุกทีมที่ร่วมแบ่งปันแนวคิด ประสบการณ์ และความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการทำงานพิพิธภัณฑ์
📩 หลังจากนี้ ผู้ประสานงานของแต่ละโครงการจะได้รับการติดต่อทางอีเมล เพื่อยืนยันการรับทุนสนับสนุน และเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินงานร่วมกัน รวมถึงการประชุมรายโครงการในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อทบทวนแผนงาน ระยะเวลาดำเนินการ และผลผลิตของแต่ละโครงการ
🏛️ พิพิธภัณฑ์อาจไม่ได้เปลี่ยนโลกทั้งใบ แต่สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในชีวิตผู้คน
#สูงวัยอย่างสร้างสรรค์

“ข้าวมธุปายาส” อาหารมื้อเล็กที่เปลี่ยนโลก 🍚เรื่องเล่าวันวิสาขบูชา จากคำบนบานสู่การตรัสรู้ 🌝ในทุกวันวิสาขบูชา เรามักนึกถึ...
31/05/2026

“ข้าวมธุปายาส” อาหารมื้อเล็กที่เปลี่ยนโลก 🍚
เรื่องเล่าวันวิสาขบูชา จากคำบนบานสู่การตรัสรู้
🌝ในทุกวันวิสาขบูชา เรามักนึกถึงเหตุการณ์สำคัญ 3 ประการ—ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน—แต่มีรายละเอียดหนึ่งที่มักถูกเล่าผ่านอย่างรวบรัด ทั้งที่จริงแล้วมันคือ “จุดเปลี่ยน” ของประวัติศาสตร์ศาสนาโลก นั่นคือ “อาหารมื้อหนึ่ง”
อาหารที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่ในรูปลักษณ์ ไม่ได้หรูหราในความหมายทางวัตถุ แต่กลับมีพลังมากพอจะพาพระมหาบุรุษก้าวข้ามความสุดโต่ง และนำไปสู่การค้นพบ “ทางสายกลาง”
อาหารนั้นคือ ข้าวมธุปายาส หรือที่เรารู้จักกันว่า “ข้าวทิพย์”
เรื่องเริ่มต้นไม่ได้เกี่ยวกับศาสนาเลยด้วยซ้ำ ณ หมู่บ้านเสนานิคม มีหญิงสาวชื่อ “สุชาดา” ธิดาเศรษฐี ผู้ไปตั้งจิตอธิษฐานใต้ต้นนิโครธ ขอให้ตนได้บุตรชาย เมื่อสมหวัง นางจึงตั้งใจ “แก้บน” ด้วยของที่ดีที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้
นมจากแม่โคถึง 1,000 ตัว ถูกคัดเลือกและเคี่ยวจนได้ความเข้มข้นสูงสุด ก่อนนำมาหุงเป็นข้าวปายาสอย่างประณีต เช้าวันเพ็ญเดือน 6 นางนำอาหารไปถวายยังต้นไม้แห่งเดิม—แต่ภาพที่เห็นกลับไม่ใช่เทพารักษ์ คือชายผู้ผอมบาง แต่เปล่งรัศมีอย่างประหลาด
สุชาดาเข้าใจว่าเป็น “รุกขเทวดา” จึงถวายข้าวพร้อมคำอธิษฐานว่า
“ขอให้พระองค์สำเร็จในสิ่งที่ทรงปรารถนา เช่นเดียวกับที่ข้าพเจ้าสำเร็จแล้ว”
โดยที่นางไม่รู้เลยว่า ชายตรงหน้าคือ “เจ้าชายสิทธัตถะ” ผู้กำลังจะกลายเป็นพระพุทธเจ้า
ก่อนหน้านั้น พระองค์ทรงบำเพ็ญทุกกรกิริยา การทรมานตนอย่างหนัก ต่อเนื่องถึง 6 ปี จนร่างกายอ่อนแรงเกือบสิ้นชีวิต
ข้าวมธุปายาสจึงไม่ใช่แค่อาหาร แต่มันคือ “การตัดสินใจ” การยอมรับว่า ความสุดโต่งไม่ใช่ทางออก และการกลับมา “หล่อเลี้ยงกาย” คือก้าวแรกของการใช้ “ปัญญา”
หลังรับข้าวมธุปายาส พระองค์ทรงปั้นเป็น 49 ก้อน ตัวเลขนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ในตำนานกล่าวว่า ข้าวทั้ง 49 ก้อนนี้ คือพลังงานเพียงพอสำหรับการดำรงพระชนม์อยู่ได้ตลอด 49 วัน (7 สัปดาห์) หลังการตรัสรู้ โดยไม่ต้องเสวยอาหารอีก ในเชิงสัญลักษณ์ 49 คือ “ความเพียรที่ต่อเนื่อง” ในเชิงความเชื่อ มันคือ “อาหารแห่งปัญญา” ที่ทำให้ร่างกายพร้อมสำหรับการเข้าถึงสัจธรรมสูงสุด
หลังเสวยแล้ว พระองค์นำถาดทองไปลอยในแม่น้ำเนรัญชรา พร้อมตั้งจิตว่า “หากเราจะได้ตรัสรู้ ขอให้ถาดนี้ลอยทวนน้ำ”
และมันก็เกิดขึ้นจริง ภาพของ “ถาดที่ไหลสวนกระแส” ไม่ได้เป็นแค่ปาฏิหาริย์ แต่มันคือสัญลักษณ์ของการ “ฝืนกระแสโลก”
กระแสของกิเลส กระแสของความยึดติด กระแสที่พามนุษย์ไหลลงต่ำ และนั่นคือสภาวะของจิตที่พร้อมจะตรัสรู้
ในสมัยรัชกาลที่ 4 ข้าวมธุปายาสถูกพัฒนาเป็นสูตรหลวงที่เรียกว่า “อเนกรสายาท” จากเดิมไม่กี่ส่วนผสม กลายเป็นกว่า 60 ชนิด มีทั้งธัญพืช นม น้ำผึ้ง ผลไม้ สมุนไพร และต้องใช้ “หญิงพรหมจารี” เป็นผู้เริ่มกวน เพื่อสื่อถึงความบริสุทธิ์ พิธีนี้ไม่ใช่แค่การทำอาหาร แต่เป็นการจำลอง “เหตุการณ์แห่งการตรัสรู้” ผ่านวัฒนธรรมไทย
ข้าวมธุปายาสเดินทางผ่านกาลเวลา กลายเป็นอาหารหลากชื่อในแต่ละภูมิภาค ดังนี้:
🔴ข้าวยาคู: ข้าวต้มใส่นมและน้ำตาล มีทั้งรสหวานและเค็ม
🟡ข้าววิตู: ข้าวกวนผสมน้ำอ้อยและถั่วงา มักทำเป็นป่นหรือก้อน
🟣ข้าวกระยาสารท: ข้าวกวนใส่แบะแซและถั่วงา นิยมทำในประเพณีเดือน 10 ภาคกลาง
⚪ข้าวซอมต่อหลวง: ข้าวทิพย์ฉบับ ชาวไทยใหญ่ นิยมกวนถวายพระพุทธใน ช่วงเช้ามืด ของเดือนยี่
🔵ข้าวพระเจ้าหลวง: ข้าวทิพย์ของ ชาวภาคเหนือ มีพิธีกรรมเคร่งครัด ต้องกวนใน รั้วราชวัตร โดยหญิงพรหมจารีหรือผู้ถือศีล 8 เท่านั้น ชื่อเปลี่ยนไปรสชาติเปลี่ยนไป แต่แก่นยังเหมือนเดิม มันคืออาหารที่ผูกโยง “ศรัทธา” เข้ากับ “ชีวิตประจำวัน”
ในวันวิสาขบูชา ข้าวมธุปายาสคือบทเรียนที่สอนเราว่า "ร่างกายที่สมบูรณ์ คือฐานรากของจิตใจที่เข้มแข็ง" พระพุทธเจ้าไม่สามารถตรัสรู้ได้หากร่างกายยังอ่อนแอจากการอดอาหารจนเกินไป การได้รับ "พลังงาน" ที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสมจึงเป็นปัจจัยสำคัญสู่ปัญญา

#ข้าวมธุปายาส #ข้าวทิพย์ #วันวิสาขบูชา
#ให้ทุกการเรียนรู้สนุกกว่าที่คิด

มาแล้ววว...เมนูใหม่ถูกใจสายหวาน𝐁𝐢𝐬𝐜𝐨𝐟𝐟 𝐋𝐚𝐭𝐭𝐞 ☕กาแฟหอมกรุ่นฉบับ 𝙈𝙤𝙫𝙚.𝘾𝙤𝙛𝙛𝙚𝙚 ทานคู่กับ Biscoff หวานมัน อร่อยคู่กันที่ลงตัว...
30/05/2026

มาแล้ววว...เมนูใหม่ถูกใจสายหวาน
𝐁𝐢𝐬𝐜𝐨𝐟𝐟 𝐋𝐚𝐭𝐭𝐞 ☕
กาแฟหอมกรุ่นฉบับ 𝙈𝙤𝙫𝙚.𝘾𝙤𝙛𝙛𝙚𝙚 ทานคู่กับ Biscoff หวานมัน อร่อยคู่กันที่ลงตัว 😋
---------------
A new menu for all the sweet tooths out there
𝐁𝐢𝐬𝐜𝐨𝐟𝐟 𝐋𝐚𝐭𝐭𝐞 ☕
Our signature aromatic Move.Coffee paired with sweet Biscoff. A match made in coffee heaven! 😋
---------------
☕️ Move.coffee
📆 Tuesday - Sunday (Closed on Monday)
🕙 10.00 - 18.00
📍 Museum Siam | MRT Sanam Chai Staiton (Exit1)

#ให้ทุกการเรียนรู้สนุกกว่าที่คิด

[ ] หลายคนรู้จักประโยคคลาสสิก "กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว" ซึ่งสะท้อนว่าสิ่งต่างๆ ที่ยิ่งใหญ่กว่าจะเกิดขึ้น หรือส...
30/05/2026

[ ] หลายคนรู้จักประโยคคลาสสิก "กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว" ซึ่งสะท้อนว่าสิ่งต่างๆ ที่ยิ่งใหญ่กว่าจะเกิดขึ้น หรือสัมฤทธิ์ผลย่อมต้องใช้เวลา ขณะที่สิ่งก่อสร้างจากโลกยุคโบราณที่เราเห็นในปัจจุบันก็ไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียวเช่นกัน...นายกบแดงขออาสาพาเพื่อนๆ ลัดฟ้าไปกรุงโรมทำความรู้จักกับ "สะพานซันตันเจโล" สะพานโบราณอยู่คู่แม่น้ำไทเบอร์มานานเกือบสองพันปีกันครับ
แน่นอนว่า ด้วยอายุที่เก่าแก่ของสะพานซันตันเจโล ทำให้สะพานแห่งนี้มีมิติทางประวัติศาสตร์หลายยุคสมัยทับซ้อนกัน จากจุดเริ่มต้นในฐานะทางเดินสู่สุสานหลวงของจักรพรรดิฮาเดรียน สมัยจักรวรรดิโรมัน สู่การเป็นเส้นทางแสวงบุญอันศักดิ์สิทธิ์ในยุคกลาง และฉากหลังของเรื่องราวหลากยุคสมัยที่หล่อหลอมให้สะพานแห่งนี้ยังคงมีชีวิตโลดแล่นมาจนถึงปัจจุบัน
รูปสลักเทวทูต 10 องค์อันเลื่องชื่อ ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบของศิลปินเอก "เบอร์นินี" (Bernini) ร่วมเชื่อมโยงจินตนาการและสร้างประสบการณ์ร่วมไปกับเบื้องหลังงานศิลปะชิ้นเอก ที่ครั้งหนึ่งเคยสวยงามเกินกว่าจะตากแดดตากฝน จนต้องถูกสับเปลี่ยนและกระจายไปอยู่ตามโบสถ์ต่างๆ การทำความเข้าใจร่องรอยเหล่านี้จะทำให้เราเห็นคุณค่าของสิ่งก่อสร้างในฐานะพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่มีชีวิตและส่งต่อแรงบันดาลใจไม่รู้จบ
หากใครชอบการอ่านประวัติศาสตร์ผ่านสถาปัตยกรรม หรืออยากรู้วิธีการมองสิ่งก่อสร้างรอบตัวให้สนุกและมีความหมายมากกว่าเดิม อยากให้อ่านบทความฉบับเต็ม กดไปที่ลิงก์นี้ได้เลยครับ
https://www.museumsiam.org/museumgoer_Camposanto

#เที่ยวพิพิธภัณฑ์อิตาลี
#เที่ยวอิตาลี
#เที่ยวพิพิธภัณฑ์

🔮✨ เปลี่ยน "เรื่องเล่าพื้นบ้าน" ให้กลายเป็น "ทุนวัฒนธรรมสร้างสรรค์มูลค่าสูง!" ✨🔮 ขอเชิญชวนปราชญ์ท้องถิ่น ตัวแทนชุมชน และ...
29/05/2026

🔮✨ เปลี่ยน "เรื่องเล่าพื้นบ้าน" ให้กลายเป็น "ทุนวัฒนธรรมสร้างสรรค์มูลค่าสูง!" ✨🔮
ขอเชิญชวนปราชญ์ท้องถิ่น ตัวแทนชุมชน และผู้มีเรื่องเล่า มาร่วมกันปลุกพลังแห่งตำนาน ความเชื่อ และพิธีกรรมประจำถิ่น ในโครงการ "จากตำนาน....สู่ทุนวัฒนธรรมสร้างสรรค์" (Transforming Local Legends into Creative Cultural Assets) 🏛️🐉 โดยสำนักงานบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศิลปากร ภายใต้การสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม
โอกาสครั้งสำคัญที่จะได้บันทึกมรดกทางวัฒนธรรมเข้าสู่คลังมรดกตำนานของชาติ พร้อมรับโอกาสในการคัดเลือก 12 เรื่องเด่น เพื่อนำไปอบรมบ่มเพาะไอเดียธุรกิจแบบเข้มข้น และต่อยอดสู่ชิ้นงานต้นแบบทางวัฒนธรรมใน 3 กลุ่มหลัก:
📦 1. Product & Brand | สินค้า/ของที่ระลึก, แบรนด์สินค้าท้องถิ่น, Art Toy, หรือพระเครื่อง/เครื่องรางของขลัง
🗺️ 2. Service & Experience | เส้นทางท่องเที่ยวแนวใหม่, ประสบการณ์ท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community-based experience)
🎬 3. Film & Digital Media | หนังสั้น, Teaser, แอนิเมชัน, ประสบการณ์ VR/AR, หรือซีรีส์ออนไลน์
.
🏆 สิทธิพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ:
• เข้าร่วมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
• มีทุนสนับสนุนค่าเดินทางและที่พักให้สำหรับเจ้าของตำนานที่ได้รับคัดเลือก
📋 เงื่อนไขการสมัคร:
1. เป็นตำนานประจำถิ่น พิธีกรรม ธรรมเนียมปฏิบัติ หรือเรื่องเล่าที่สืบทอดจากอดีตสู่ปัจจุบัน
2. มีความน่าเชื่อถือ และเป็นที่ยอมรับในชุมชนท้องถิ่น
3. มีแหล่งที่มาชัดเจน และสามารถสืบค้นรายละเอียดเพิ่มเติมได้
📅 เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ – 4 มิถุนายน 2569
.
👇 ช่องทางการสมัครและส่งเรื่องราวตำนาน
1️⃣ สแกน QR Code ในภาพเพื่อกรอกข้อมูล
2️⃣ ส่งไฟล์อิเล็กทรอนิกส์มาที่: [email protected] หรือ [email protected]
3️⃣ ส่งเอกสารทางไปรษณีย์: มหาวิทยาลัยศิลปากร (สนามจันทร์) สำนักงานบริการวิชาการ ชั้น 7 อาคารศูนย์เรียนรวมเฉลิมพระเกียรติ (ตึก 15 ชั้น) เลขที่ 6 ถ.ราชมรรคาใน ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม 73000
📞 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม:
• คุณ ชนิกานต์ โทร. 061-581-2122
• คุณ ปริชาต โทร. 089-058-0679
• สำนักงานบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 061-581-2112 หรือ 089-058-0679
.
มาร่วมสืบสาน บันทึก และสร้างสรรค์มรดกทางวัฒนธรรมไทยให้ก้าวไกลไปด้วยกันนะครับ! 🇹🇭✨
#มหาวิทยาลัยศิลปากร #กรมส่งเสริมวัฒนธรรม #จากตำนานสู่ทุนวัฒนธรรมสร้างสรรค์ #ทุนวัฒนธรรม #เรื่องเล่าพื้นบ้าน #เเวดวงวัฒนธรรม

วัตถุที่ชาวตะวันตก "ฉกชิง" ไปในยุคอาณานิคมควรจะถูกส่งคืนให้ "เจ้าของ" แล้วถ้า "เจ้าของ" ที่ว่านี้ไม่อยู่แล้วล่ะ?หลายครั้...
28/05/2026

วัตถุที่ชาวตะวันตก "ฉกชิง" ไปในยุคอาณานิคมควรจะถูกส่งคืนให้ "เจ้าของ" แล้วถ้า "เจ้าของ" ที่ว่านี้ไม่อยู่แล้วล่ะ?
หลายครั้งที่เราเดินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ เรามักเชื่อว่าสิ่งที่จัดแสดงอยู่ตรงหน้า คือ “ความจริง” ของวัฒนธรรมนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากชนเผ่า เครื่องแต่งกาย หรือวัตถุโบราณจากดินแดนห่างไกล ทุกชิ้นดูเหมือนจะกำลังเล่าเรื่องบางอย่างให้เราเข้าใจโลกมากขึ้น…
แต่จะมีสักกี่คนกันที่ตั้งคำถามว่า เรื่องเล่าเหล่านั้นเป็นเสียงของ “เจ้าของวัฒนธรรม” จริง ๆ หรือเป็นเพียงมุมมองของคนที่นำมันมาจัดแสดงกันแน่ และความหมายที่เราเห็นอยู่ในตู้กระจกนั้น ยังเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า?
‘The Museum of Other People พิพิธภัณฑ์แห่งผู้เป็นอื่น’ (เลขเรียกหนังสือ AM 111.ค74 2567) เขียนโดย Adam Kuper แปลโดย วรรณพร เรียนแจ้ง เป็นหนังสือที่ชวนให้เรากลับมาทบทวนบทบาทของพิพิธภัณฑ์ในฐานะพื้นที่ที่ไม่ได้เป็นกลางอย่างที่คิด หากแต่เกี่ยวข้องกับอำนาจ การตีความ และประวัติศาสตร์ของลัทธิล่าอาณานิคม ผู้เขียนพาเราไปสำรวจว่า วัตถุจากวัฒนธรรมต่าง ๆ ถูกนำมาจัดแสดงและสร้างความหมายใหม่อย่างไร จนบางครั้งอาจทำให้เจ้าของวัฒนธรรมถูกมองว่าแปลก แปลกแยก หรือด้อยพัฒนาโดยไม่รู้ตัว

นอกจากการตั้งคำถามที่ชวนขบคิดแล้ว หนังสือเล่มนี้ยังช่วยเปิดมุมมองใหม่ต่อสิ่งที่เราคุ้นเคย เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจ และค่อย ๆ ทำให้ผู้อ่านตระหนักว่า “ความรู้” ที่เราได้รับนั้น อาจไม่ใช่เพียงข้อเท็จจริง หากแต่เป็นสิ่งที่ถูกประกอบสร้างผ่านการเลือกเล่าเรื่องของใครบางคน — จนเมื่อปิดหน้าสุดท้ายลง อาจทำให้คุณมองพิพิธภัณฑ์ในมุมมองที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ท่านใดที่สนใจและชื่นชอบประเด็นด้านวัฒนธรรม สังคม มานุษยวิทยา หรืออยากลองอ่านหนังสือที่ชวนตั้งคำถามกับโลกในมุมลึก สามารถอ่านและยืม ‘ The Museum of Other People พิพิธภัณฑ์แห่งผู้เป็นอื่น’ เขียนโดย Adam Kuper แปลโดย วรรณพร เรียนแจ้ง (เลขเรียกหนังสือ AM 111.ค74 2567) ได้ที่ห้องคลังความรู้ มิวเซียมสยาม อาคารสำนักงานชั้น 2 ทุกวันอังคาร - วันอาทิตย์ เวลา 10:00 - 18:00 น. และสามารถหาหนังสือที่ท่านสนใจได้ที่ https://knowledge-center.museumsiam.org ห้องคลังความรู้ยังมีหนังสือที่น่าสนใจอีกมาก อย่าลืมแวะมากันนะครับ 😊
#ห้องคลังความรู้

#ห้องคลังความรู้
#ให้ทุกการเรียนรู้สนุกกว่าที่คิด

ปิดคอร์สไปเรียบร้อยแล้วสำหรับกิจกรรม “อบรมพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีเบื้องต้นสำหรับผู้สูงวัย” (Non-Fiction Writing for Sil...
27/05/2026

ปิดคอร์สไปเรียบร้อยแล้วสำหรับกิจกรรม “อบรมพัฒนาทักษะการเขียนสารคดีเบื้องต้นสำหรับผู้สูงวัย” (Non-Fiction Writing for Silver Age) รุ่นที่ 3 เมื่อวันที่ 20-22 และ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยมีผู้ได้รับคัดเลือกและเข้าร่วมกิจกรรมได้ 19 คน
กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งใน “โครงการมิวเซียมคอร์ ปี 2569” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยที่สนใจงานเขียนสารคดีได้ฟื้นทักษะ หรือเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาทักษะการเขียนเพื่อการสื่อสาร ถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ผ่านงานเขียนสารคดี และเผยแพร่ต่อไป
มิวเซียมสยามได้รับเกียรติจาก ผศ.หัตถกาญจน์ อารีศิลป อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นวิทยากรผู้สอน และวิทยากรภาคสนามในพื้นที่ชุมชนกุฎีจีน เรียนรู้ที่วัดกัลยาณมิตรศาลเจ้าเกียนอันเกง วัดประยุรวงศาวาส จากนั้นได้เรียนรู้ที่วัดซางตาครูส เยี่ยมชมบ้านขนมฝรั่งกุฎีจีน พิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน เดินชุมชนเพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวิถีชีวิต เพื่อหาแรงบันดาลใจและหาวัตถุดิบสำหรับงานเขียนต้นฉบับบทความ
บรรยากาศการเรียนการสอนนั้นเป็นอย่างไร ให้ภาพเล่าเรื่องครับ
ขอขอบคุณวิทยากรทุกท่าน
ผศ.หัตถกาญจน์ อารีศิลป
ธีระพงษ์ สีทาโส
ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ
ปิ่นทอง วงษ์สกุล
ขวัญใจ ย้วยความดี
วิสินี มณีประสิทธิ์
นาวินี พงศ์ไทย

#ให้ทุกการเรียนรู้สนุกกว่าที่คิด

[ ] ถ้าคุณรู้จักภาพยนตร์คลาสสิกอย่าง “เดอะ ก็อดฟาเธอร์” ที่กลายเป็นตำนานจากยุค ’70 ย่อมเข้าใจดีว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีเค้...
27/05/2026

[ ] ถ้าคุณรู้จักภาพยนตร์คลาสสิกอย่าง “เดอะ ก็อดฟาเธอร์” ที่กลายเป็นตำนานจากยุค ’70 ย่อมเข้าใจดีว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริง และเบื้องหลังแสงสีของ "นิวยอร์ก" เมืองที่ไม่เคยหลับใหล มีหน้าประวัติศาสตร์สังคมที่ถูกจารึกด้วยอิทธิพลของ "ห้าบ้านใหญ่" แห่งวงการโลกใต้ดิน!
"วัฒนธรรมบ้านใหญ่" ในนิวยอร์กเป็นอำนาจที่ก่อตัวขึ้นเมื่อภาครัฐไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้กับคนตัวเล็กตัวน้อยได้ ซึ่งเรื่องนี้จะช่วยทำให้เข้าใจว่ากลไกทางสังคมในอดีตส่งผลต่อความเชื่อ การจัดระเบียบอำนาจ และภาพสะท้อน ของสังคมร่วมสมัย
หากใครชอบศึกษาเรื่องราวมานุษยวิทยาเมือง จิตวิญญาณของผู้อพยพ หรืออยากเข้าใจเบื้องลึกเบื้องหลังของ "เจ้าพ่อ" ที่เคยครองเมืองนิวยอร์ก สามารถอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่ครับ
https://www.museumsiam.org/museumcore_NY_Gangs_Mafia

#ให้ทุกการเรียนรู้สนุกกว่าที่คิด

ที่อยู่

4 ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง
Bangkok
10200

เวลาทำการ

อังคาร 10:00 - 18:00
พุธ 10:00 - 18:00
พฤหัสบดี 10:00 - 18:00
ศุกร์ 10:00 - 18:00
เสาร์ 10:00 - 18:00
อาทิตย์ 10:00 - 18:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Museum Siamผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Museum Siam:

แชร์