Wartime Asia เอเชียยามสงคราม

Wartime Asia เอเชียยามสงคราม เพจเพื่อศึกษา​สงคราม และความมั่นคงเอเชีย​ ในสมัยต่างๆ

เมื่อนักเรียนเตรียมอุดมศึกษา นักเรียนเตรียมธรรมศาสตร์และการเมือง และนักเรียนเตรียมนายเรืออดีตยุวชนนายสิบร่วมรับใช้ชาติยา...
20/04/2026

เมื่อนักเรียนเตรียมอุดมศึกษา นักเรียนเตรียมธรรมศาสตร์และการเมือง และนักเรียนเตรียมนายเรือ
อดีตยุวชนนายสิบ

ร่วมรับใช้ชาติยามศึก
อาสาสมัครเป็นนักเรียนนายสิบสารวัตรทหาร
ฝึกการรบกองโจร รับภารกิจเสรีไทย

เสรีไทยพลพรรคพระนคร ตอนที่ 2 พาผู้อ่านไปสัมผัสบรรยากาศพระนครยุคหลังประกาศสันติภาพ เมื่อกองกำลังสัมพันธมิตรยกพลขึ้นบก และภาพประวัติศาสตร์การเดินสวนสนามของเสรีไทยกว่า 8,000 นายบนถนนราชดำเนิน
ท่ามกลางบ้านเมืองที่ระส่ำระสาย พลพรรคพระนครต้องร่วมมือกับกำลังตำรวจปราบปรามเหตุจลาจลย่านเยาวราชและพลับพลาไชย ก่อนที่สถานการณ์จะคลี่คลาย นำไปสู่การปลดประจำการและแยกย้ายไปรับราชการเพื่อสร้างชาติในเส้นทางของตนเอง
บันทึกชิ้นนี้ปิดท้ายด้วยความผูกพันและการก่อตั้ง สมาคมเตรียมธรรมศาสตร์-จุฬา อาสาศึก ปี 2488 เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมร่วมรบ พร้อมตอกย้ำวาทะสำคัญของหัวหน้าขบวนการเสรีไทยที่ว่า เสรีไทยทำหน้าที่รับใช้ชาติ มิใช่ผู้กู้ชาติ
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่ : https://pridi.or.th/th/content/2026/04/2827

เมื่อนักเรียนเตรียมอุดมศึกษา นักเรียนเตรียมธรรมศาสตร์และการเมือง และนักเรียนเตรียมนายเรืออดีตยุวชนนายสิบร่วมรับใช้ชาติยา...
19/04/2026

เมื่อนักเรียนเตรียมอุดมศึกษา นักเรียนเตรียมธรรมศาสตร์และการเมือง และนักเรียนเตรียมนายเรือ
อดีตยุวชนนายสิบ

ร่วมรับใช้ชาติยามศึก
อาสาสมัครเป็นนักเรียนนายสิบสารวัตรทหาร
ฝึกการรบกองโจร รับภารกิจเสรีไทย

เสรีไทยพลพรรคพระนคร ตอนที่ 1 โดย น.อ. ไพโรจน์ อิทธิวัฒนะ พาผู้อ่านย้อนกลับไปเดือนมิถุนายน ปี พ.ศ. 2488 ช่วงโค้งสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อทางราชการได้เปิดรับสมัครนักเรียนเข้าเป็นนักเรียนนายสิบสารวัตรทหาร โดยใช้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (มธก.) เป็นสถานที่ฝึก
แต่ภารกิจที่แท้จริงคือการฝึกกองกำลังพลพรรคเสรีไทย ภายใต้การบัญชาการของ พลเรือตรี หลวงสังวรยุทธกิจ คนหนุ่มเหล่านี้ต้องเรียนรู้วิธีการสมัยใหม่ของสหรัฐฯ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันดี-เดย์ ในการลุกขึ้นสู้เพื่อช่วยประเทศชาติ ณ อาณาบริเวณพระนคร
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่ : https://pridi.or.th/th/content/2026/04/2826

18/04/2026
18/04/2026
บรรพบุรุษนักรบ ในประวัติศาสตร์สงครามไทยแอดมินได้รับเกียรติ เขียนบทความลงในวารสารกองทัพไทย ฉบับที่ 2 มกราคม - มีนาคม 2569...
16/04/2026

บรรพบุรุษนักรบ ในประวัติศาสตร์สงครามไทย

แอดมินได้รับเกียรติ เขียนบทความลงในวารสารกองทัพไทย ฉบับที่ 2 มกราคม - มีนาคม 2569 จัดพิมพ์จริง เมื่อต้นเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา

เนื่องจากแนวเรื่อง Theme สำคัญของวารสารฉบับนี้ คือการรำลึกวีรบุรุษนักรบไทย ผู้สละชีพเพื่อชาติ

แอดมินจึงเลือกที่จะเขียนเรื่องราว "บรรพบุรุษนักรบไทย" ในหน้าประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่ปฏิรูปกองทัพรวมศูนย์สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา นักรบไทยทั้งทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ พลเรือน ได้ผ่านศึกสงครามต่าง ๆ มาโดยตลอด เช่น สงครามโลกสองครั้ง สงครามเย็น และอีกหลายกรณี เพื่อรักษาเอกราชอธิปไตย ความปลอดภัย และเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ

โดยแอดมินเลือกเรื่องราวของนักรบไทย ทั้งท่านที่มีชื่อเสียง และท่านที่ถูกลืมเลือน เหล่าละ 1 นาย ตามข้อจำกัดหน้าของวารสาร ได้แก่

ทหารบก : พลตรี หลวงวีรวัฒนโยธิน (วีรวัฒน์ รักตะจิตรการ วีรวัฒนโยธิน) ผู้พิชิตป้อมสำโรงศึกอินโดจีน ผู้พิชิตเมืองเชียงตุง เอเชียบูรพา และอดีต ผบ.พล 1 รักษาพระนคร เสรีไทย

ทหารเรือ : นาวาโท หม่อมเจ้าอุทัยเฉลิมลาภ วุฒิชัย อดีตผู้การ ร.ล.ประแส (ลำที่ 1) จากผู้พิชิตชายฝั่งเกาหลีเหนือ สู่ผู้จำใจสละทำลายเรือ กลางหล่มหาดและพายุหิมะ สงครามเกาหลี

ทหารอากาศ : นาวาอากาศตรี เทอดศักดิ์ (สังวาลย์) วรทรัพย์ นักบินขับไล่เหรียญกล้าหาญ สู่เสรีไทยมือชี้เป้าทิ้งระเบิดใส่ญี่ปุ่น

ตำรวจ : พลตำรวจตรี สงัด โรจนะภิรมย์ นักเรียนสารวัตรทหารเสรีไทย สู่นายตำรวจผู้เปิดฉาก "วันเสียงปืนแตก"

พลเรือน : นายประหยัด สมานมิตร ผู้ว่าสละชีพ จากคมกระสุนคอมมิวนิสต์

รายละเอียดเรื่องราวนักรบเหล่านี้
ท่านอ่านและดูได้จากภาพในโพสต์นี้
ที่แอดมินบันทึกภาพจากไฟล์ PDF บทความวารสาร

ท่านสามารถอ่านวารสารกองทัพไทย ฉบับที่ 2 มกราคม - มีนาคม 2569 ฉบับเต็ม จากลิงก์ในคอมเม้นต์

ไทยเคยว่างเว้นสงกรานต์เนื่องในวันสงกรานต์ขึ้นปีใหม่ไทย - อุษาคเนย์ครั้งนี้ ทางเพจ Wartime Asia เอเชียยามสงคราม ขอสวัสดีป...
14/04/2026

ไทยเคยว่างเว้นสงกรานต์

เนื่องในวันสงกรานต์ขึ้นปีใหม่ไทย - อุษาคเนย์ครั้งนี้ ทางเพจ Wartime Asia เอเชียยามสงคราม ขอสวัสดีปีใหม่ไทยไปยังทุกท่าน ขอให้มีความสุขกับการพักผ่อน การสังสรรค์ การเฉลิมฉลอง และการพบปะครอบครัวญาติมิตรพร้อมหน้า

และขออภัยลูกเพจทุกท่านที่ทางเพจห่างหายจากการโพสต์เนื้อหาไปนาน เนื่องด้วยภาระงานประจำ และงานนอกต่าง ๆ ที่รัดแน่น

แต่น้อยคนนักที่จะเคยรู้ว่าประเทศไทยของเรานี้ได้เคยงดประเพณีสงกรานต์มาแล้ว เป็นเวลาต่อเนื่องหลายปีเสียด้วย เหตุใดจึงงด ขอเชิญติดตามครับ

๑. ปีใหม่เดิมสู่สงกรานต์

แต่ดั้งเดิมผู้คนในดินแดนสยามครั้งยังไม่ได้รับคติศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู รับนับถือเอาวันแรม ๑ ค่ำ เดือนอ้าย (คือเดือนธันวาคมในปัจจุบัน) ของทุกปีเป็นวันขึ้นต้นปี หรือวันขึ้นปีใหม่ เพราะฤดูหนาวเป็นเวลาพ้นจากมืดฝนและสว่างขึ้นเหมือนเวลาเช้า ทางโบราณจึงถือเป็นต้นปี

ต่อมาเมื่อรับคติศาสนาพราหมณ์ - ฮินดูมาในดินแดนสยามแล้ว จึงได้รับคติการเถลิงศกในเเดือนเมษายน โดยเริ่มจากราชสำนักและกระจายไปสู่ประชาชน ด้วยอิทธิพลพระศาสนา อันเป็นที่มาของประเพณีสงกรานต์ที่สืบมาถึงปัจจุบัน

สงกรานต์ เป็นคำสันสกฤต หมายถึง ‘การเคลื่อนย้าย’ ซึ่งเป็นการอุปมาถึงการเคลื่อนย้ายของการประทับในจักรราศี คือการเคลื่อนขึ้นปีใหม่ในความเชื่อของไทยและบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ประเพณีสงกรานต์ ได้รับการสืบทอดมาแต่โบราณคู่กับ ตรุษ (วันเปลี่ยนปีนักษัตรตามหลักโหราศาสตร์ไทย) จึงเรียกรวมกันว่า ประเพณีตรุษสงกรานต์ หมายถึง ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

การประกาศสงกรานต์อย่างเป็นทางการ คำนวณตามหลักเกณฑ์ในคัมภีร์สุริยยาตร์ โบราณกำหนดให้วันแรกของเทศกาลเป็นวันที่พระอาทิตย์ย้ายออกจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ เรียกว่า วันมหาสงกรานต์ (๑๓ เม.ย.) วันถัดมาเรียกว่า วันเนา (๑๔ เม.ย.) ภาษาเขมร ‘เนา’ แปลว่า ‘อยู่’ และวันสุดท้ายเป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชและเริ่มใช้กาลโยคประจำปีใหม่ เรียกว่า วันเถลิงศก (๑๕ เม.ย.)

แต่การรับนับถือเอาวันแรม ๑ ค่ำ เดือนอ้าย เป็นวันขึ้นต้นปีก็ยังคงอยู่ควบคู่กับสังคมวัฒนธรรมสยามมาอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากประเพณีสิบสองเดือนทั้งของราชสำนักและของราษฎรที่มีรายละเอียดแตกต่างไปในแต่ละท้องถิ่น

๒. สู่ปีใหม่สากล ย้อนรอยปีใหม่เดือนอ้าย
และการฉลองปีใหม่กลางศึก

จนเข้าปี พ.ศ. ๒๔๘๓ (ค.ศ. 1940) ท่ามกลางสถานการณ์สงครามโลกที่กำลังจะมาถึงประเทศไทยอีกไม่ช้า และบรรยากาศการปฏิวัติการปกครองแผ่นดินที่เพิ่งดำเนินมาได้ ๘ ปี

รัฐบาลคณะราษฎรภายใต้นายพลตรี หลวงพิบูลสงคราม (แปลก ขิตตะสังคะ) ได้พิจารณาว่า การเถลิงศกปีใหม่ในทุกเทศกาลสงกรานต์นี้ ไม่เป็นการทัดเทียมสากล ตามเจตนาของการปฏิวัติ ๒๔๗๕ ที่จะสร้างชาติให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาประเทศ “ในฐานะที่เราเป็นประเทศที่มีความเจริญแล้ว”

จึงได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ โดยมีหลวงวิจิตรวาทการ (กิมเหลียง วัฒนปฤดา) รัฐมนตรีและอธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธาน ซึ่งได้เสนอให้เปลี่ยนวันปีใหม่มาเป็นวันที่ ๑ มกราคมของทุกปี ด้วยเหตุผลสำคัญต่อไปนี้

แต่ดั้งเดิมไทยโบราณถือเอาวันแรม ๑ ค่ำ เดือนอ้าย (ธันวาคม) เป็นวันขึ้นต้นปี สอดคล้องกับหลักพระพุทธศาสนา ในขณะเดียวกันในยุคปัจจุบัน (๒๔๘๓) ประเทศไทยได้รับนับถือปฏิทินสากลสุริยคติแล้ว จึงเป็นการสะดวกที่ไทยจะนับเอาวันที่ ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่อันสอดคล้องกับหลักสากล และใกล้เคียงกับคติไทยโบราณก่อนจะรับคติพราหมณ์ฮินดู

ข้อเสนอนี้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีและสภาผู้แทนราษฎร จนได้มีพระราชบัญญัติปีประติทิน พุทธศักราช พ.ศ. ๒๔๘๓ (ค.ศ. 1940) ซึ่งให้มีกำหนดระยะเวลาสิบสองเดือน เริ่มแต่วันที่ ๑ มกราคม และสิ้นสุดในวันที่ ๓๑ ธันวาคม โดยในปีซึ่งเรียกว่า ปีพุทธศักราช ๒๔๘๓ ให้สิ้นสุดลงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ที่จะถึงนี้ และปีซึ่งเรียกว่า ปีพุทธศักราช ๒๔๘๔ ให้เริ่มแต่วันที่ ๑ มกราคม ต่อไป

เป็นที่น่าสังเกตว่าท่ามกลางการเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ ๑ มกราคมครั้งแรกเมื่อปี ๒๔๘๔ (1941) นั้น เป็นช่วงที่ไทยกำลังเป็นฝ่ายมีชัยในศึกพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส การฉลองปีใหม่ในช่วงนี้จึงเปรียบเสมือนการฉลองปีใหม่อันเป็นอารยะสากล พร้อมกับการฉลองชัยชนะในศึกอินโดจีน นับเป็นอีกความสำเร็จของระบอบใหม่ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๕ (ค.ศ. 1932)

ดังนั้นตั้งแต่ที่ปรากฏในประกาศ “เรื่องกำหนดเวลาทำงานและวันหยุดราชการ” ประจำปี พ.ศ. ๒๔๘๔ (ค.ศ. 1941) จนถึง พ.ศ. ๒๔๙๑ (ค.ศ. 1948) ซึ่งได้ตีพิมพ์ลงในราชกิจจานุเบกษานั้นว่า “วันสงกรานต์” ได้หายไปถึง ๘ ปี ในหมายกำหนดการพระราชพิธีที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๔ นั้น มีเพียงพระราชพิธีขึ้นปีใหม่เป็นเวลา ๓ วัน ซึ่งได้ผนวกเอาการสรงน้ำพระพุทธรูปและพระบรมอัฐิที่เคยปฏิบัติในพระราชพิธีสงกรานต์ จึงได้งดพระราชพิธีในวันสงกรานต์ไปด้วย

พอดีกับช่วงเวลานี้เป็นช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา จึงทำให้การเฉลิมฉลองระดับชาติได้งดลงไปด้วย

๓. ฟื้นสงกรานต์ คู่เคียงปีใหม่สากล

จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๒ (ค.ศ. 1949) จึงได้มีการฟื้นฟูประเพณีสงกรานต์กลับมาอีกครั้ง โดยในราชสำนักได้ฟื้นฟูการพระราชพิธีสงกรานต์ และในวันหยุดราชการได้เพิ่มให้วันสงกรานต์เป็นวันหยุดราชการ ๓ วัน ตั้งแต่วันที่ ๑๓ - ๑๕ เมษายนเป็นต้นมา โดยที่ยังคงวันขึ้นปีใหม่และเปลี่ยนศักราชที่วันที่ ๑ มกราคมของทุกปีควบคู่ไปด้วย

สังเกตได้ว่าปี พ.ศ. ๒๔๙๒ (ค.ศ. 1949) ที่มีการฟื้นฟูประเพณีสงกรานต์นั้น เป็นช่วงหลังจากที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมได้เริ่มมีบทบาทในประเทศหลังการปล่อยนักโทษการเมืองปี พ.ศ. ๒๔๘๗ (ค.ศ. 1944) และการแตกสลายของคณะราษฎรหลังการรัฐประหาร พ.ศ. ๒๔๙๐ (ค.ศ. 1947) จนเกิดการ "ประนีประนอม" ระหว่างจารีต "ระบอบเก่า" และ "ระบอบใหม่"

แต่ในอีกทางหนึ่งการฟื้นฟูวันสงกรานต์ก็นับเป็นการฟื้นขวัญกำลังใจพลเมืองไทยอีกทางหนึ่ง หลังสงครามมหาเอเชียบูรพา (พ.ศ. ๒๔๘๔ - ๒๔๘๘ / ค.ศ. 1941 - 1945) โดยอาศัยจารีตประเพณี

นี่แหละครับที่มาของการ “งด” การเฉลิมสงกรานต์ของไทย อันเนื่องมาจากความเปลี่ยนแปลงประเทศที่จะก้าวสู่สากล เพื่อฉลองวันปีใหม่ที่เพิ่งกำหนดขึ้นมาใหม่

และด้วยสถานการณ์สงคราม ที่มีผลต่อการเฉลิมฉลอง

สุขวันต์วันสงกรานต์ปีนี้แก่ทุกท่าน

***เอกสารอ้างอิง (ในคอมเม้น)***

14/04/2026

💂🏻‍♂️ นักเรียนนายร้อย “รวิชญ์ วาณิชยากรกุล” ตัวแทนจากกองทัพบกไทย (ด้วยคุณสมบัตินักเรียนที่มีผลการเรียนยอดเยี่ยม) ได้สร้างชื่อเสียงระดับโลกด้วยการคว้ารางวัล ”International Sword“ หรือรางวัลดาบเกียรติยศสูงสุดอันดับ 1 ของโลก สำหรับนักเรียนนายร้อยต่างชาติที่มีผลการเรียนและการฝึกยอดเยี่ยมที่สุดจากโรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์สต์ (RMAS) สหราชอาณาจักร ที่สูงกว่านักเรียนนายร้อยอังกฤษ 🇬🇧

ประโยคนี้ที่ได้รับการขานชื่อ From The Kingdom of Thailand คือความภาคภูมิใจของคนไทยและประเทศชาติ

โคตรเก่งเลย 🇹🇭🇹🇭🇹🇭

#หนูน้อยบนยอดดอยอันหนาวเหน็บ

13/04/2026

เจ้าวงศ์ แสนศิริพันธุ์ เป็นนักการเมืองและนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยผู้มีบทบาทสำคัญในขบวนการเสรีไทยจังหวัดแพร่ ที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ ไม่ยอมก้มหัวต่อเผด็จการ แม้ต้องสูญเสียทรัพย์สินและเผชิญชะตากรรมอย่างหนัก ซึ่งมีบทบาททั้งในการต่อต้านญี่ปุ่นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และสนับสนุนปรีดี พนมยงค์ในการเคลื่อนไหวทางการเมือง
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่ : https://pridi.or.th/th/content/2025/04/2412

11/04/2026

กว่า 80 ปีผ่านมาแล้ว
กองทัพพายัพ
กองทัพสนามเฉพาะกิจของกองทัพบกไทย
ยามสงครามโลกครั้งที่ 2

เพื่อสนองนโยบาย "มหาอาณาจักรไทย" ของท่านผู้นำ

ฝ่าดงโคลน ไข้ป่า แทบถูกตัดขาดการสนับสนุน

ผันมาการพลิกเกม เป็นกำลังรบใต้ดิน สู้ญี่ปุ่น ปลายสงคราม

สู่กองทัพนับไม้หมอนกลับบ้าน ยามสันติภาพ เสมือนว่าถูกทอดทิ้ง

ไม่มีเกียรติยศ ไม่มีงานรำลึก ไม่มีอนุสาวรีย์

วันนี้พวกเขาถูกลืม...ทั้งที่ไม่ควรถูกลืม
เราอยากให้เรื่องราวของพวกเขาได้กลับมาอยู่ในความทรงจำของคนไทย

ภูมิใจที่แอดมินได้เป็นส่วนหนึ่ง
ในการให้ข้อมูลประวัติศาสตร์
ช่วยดูแลงาน Logistic กองถ่าย
และร่วมแสดงด้วย

พบกับ EP1 วันที่ 5 มิถุนายน 2569 นี้ครับ
กองทัพพายัพ (PAYAP : Army of the Northwest) | Trailer

07/04/2026

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Wartime Asia เอเชียยามสงครามผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Wartime Asia เอเชียยามสงคราม:

แชร์